คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมื่อปรากฏภาพเก่าหลายรูปของ เบน สมิธ ถูกปล่อยใน โลกโซเชียล ในวันเดียวกับ ปปง.” แถลงยึด-อายัดทรัพย์ 289 รายการ มูลค่ากว่า 10,165 ล้านบาท จากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ 4 คดีใหญ่ซึ่งหนึ่งในคดีนั้นมีชื่อของเครือข่าย ที่เกี่ยวข้องกับ นักธุรกิจข้ามชาติ รวมอยู่ด้วย

องค์กรตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน มีคำสั่งให้ยึด และอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของ ..แตงไทย เครือข่ายที่เชื่อมโยงไปยัง นายยิม เลียก ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิด ทายาทเครือข่าย ผู้มีอิทธิพลในกัมพูชา เป็นเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยพบข้อมูลการทำธุรกรรม น.ส.แตงไทย เชื่อมโยงไปยังบุคคล และนิติบุคคล จำนวนมาก

รวมทั้งมีข้อมูล การโอนเงิน ไปยัง นายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิด เกี่ยวกับการ ฉ้อโกงประชาชน มี
การโอนเงินไปมาระหว่างบริษัทต่าง ๆ ทั้งในประเทศ และ
ต่างประเทศ ลักษณะมีการดำเนินธุรกิจ และใช้บริษัทในการถือครองทรัพย์สินแทนตนเองและ บุคคลใกล้ชิด ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมทางการเงิน และการถือครองทรัพย์สินในลักษณะที่มีความซับซ้อนสูง รวมมูลค่า ประมาณ 9,279 ล้านบาท

ก่อนหน้านั้นมีการตั้งคำถามว่า รัฐบาล นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล จะดำเนินการอย่างจริงจังกับการปราบปรามขบวนการ สแกมเมอร์ข้ามชาติ  ซึ่งการยึดและอายัดทรัพย์นับหมื่นล้านบาท ต้องใช้เวลา ในการสอบสวนพอสมควร เพราะเกี่ยวข้องกับหลายบุคคล และมีรายละเอียด ที่มีความซับซ้อน

ขณะที่ภาพแรกของ เบน สมิธ ที่ถูกปล่อยออกมา  เกิดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2557 เป็นภาพที่มี พล..อภิรัชต์ คงสมพงษ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายอุปกิต ปาจรียางกูร และพล...วิสนุ ปราสาททองโอสถ ร่วมเฟรมเดียวกัน ในบรรยากาศพบปะทั่วไป

ส่วนอีกภาพเป็นภาพ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในงานเลี้ยงหลักสูตรผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
ซึ่งมีผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ เป็นเพียงภาพในงานสังคมธรรมดา ไม่ใช่จุดเริ่มต้น ของเครือข่ายสแกม
เมอร์ใด ๆ

แต่กลับมีเครือข่ายของ บางพรรคการเมือง นำไปโจมตีอย่างสาดเสียเทสี พยายามชี้ว่า ความสัมพันธ์ของบุคคลในภาพ  ทำให้การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์  เป็นไปด้วยความล่าช้า เหมือนต้องการเบี่ยงเบนประเด็น หวังให้ กลบปฏิบัติการ อายัดและยึดทรัพย์บุคคลสำคัญ  จากการทำงานของ “ปปง.”

ทั้ง ๆ ที่ช่วงปี 2557 ขบวนการที่ก่ออาชญากรรม ด้านคอลเซ็นเตอร์ และขบวนการสแกมเมอร์ ยังไม่มีบทบาท และอิทธิพลใด  และไม่มีใครคาดคิดว่า การทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย จะสร้างความเสียหาย ให้กับประชาชนนับหมื่น นับแสนล้านบาทในเวลาต่อมา

จริง ๆ ก่อนหน้านั้น ก็มีภาพปรากฏ นายเบน สมิธ นั่งพูดคุยกับ นายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯ และทำให้นายรังสิมันต์ โรมสส. พรรคประชาชน ออกมาตั้งข้อคำถามว่า  เรือยอชท์ 6 ลำ ที่อดีตนายกฯใช้เดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ รวมถึงเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว รุ่น Bombardier Global 7500 ที่ใช้บินไปดูไบ

ทั้งหมดนี้ล้วนถูกจัดหาโดยเบน สมิธ ซึ่งตนเองหวังว่าจะ เป็นเพียงเรื่องเล่า เพราะหากเป็นเรื่องจริง ก็แปลว่า เงินจากการค้ามนุษย์ จากสแกมเมอร์ในกัมพูชา ได้แปรสภาพเป็นของขวัญสุดหรู เพื่อสร้างอิทธิพล จึงขอให้นายกฯ ตรวจสอบ
เรื่องนี้ ปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด

แต่ไม่ว่า จะมีภาพอะไร ปรากฏออกมา ในที่สุดก็ต้องอยู่ที่รัฐบาลนายอนุทิน จะทำให้เห็นว่า เอาจริงกับการลุยปราบทุนเทา ปปง.เดินหน้าตรวจสอบ เส้นทางการเงิน ทั้งในและนอกประเทศ ของบุคคลผู้ต้องสงสัย นำมาสู่การยึดและอายัดทรัพย์

ปฏิบัติการครั้งนี้ อาจเป็นบทพิสูจน์ คำพูดหัวหน้ารัฐบาล ที่บอกว่า คุณรู้จักผมน้อยไป มีความหมายว่า พร้อมไล่บี้ขบวนการที่ ทำร้ายประชาชน และ ทำลายประเทศชาติ เป็นสิ่งที่จับต้องได้ และเห็นผลอย่างแท้จริง.

“เขื่อนขันธ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่