ทั้งนี้ ภาวะอาการที่อาจเกิดขึ้นได้หลังมีการติดตามข้อมูลข่าวภัยต่าง ๆ หรือ “ข่าวเศร้าเรื่องหดหู่” อื่น ๆ นั้น ภาวะอาการหรือผลที่เกิดนี้มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า… “Doomscrolling”

บางคน “อาจเกิดภาวะนี้โดยไม่รู้ตัว”

เกิด “จากการเสพข่าวหดหู่ต่อเนื่อง”

ภาวะอาการที่ว่านี้มีคำอธิบายดังนี้

นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์

เกี่ยวกับอาการที่มีชื่อเรียกว่าภาวะ “Doomscrolling” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล… ภาวะนี้เกิดได้จากการ เสพข่าวเศร้าไม่หยุดพัก-ติดต่อกันนาน ๆ จนสภาพจิตใจและร่างกายเกิดผลกระทบ ซึ่งมีคำอธิบายไว้โดย นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤติ เจ้าของเพจ “หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า” ที่ได้ระบุไว้ว่า… หลาย ๆ คนคงได้ติดตามข่าวน้ำท่วมกันต่อเนื่อง ซึ่งบางคนอาจจะสังเกตตัวเองได้ว่า…ทำไมยิ่งติดตามก็ยิ่งรู้สึกหดหู่?? หรือยิ่งเห็นภาพเหตุการณ์หรือยิ่งอ่านรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดมากขึ้นแล้วก็พบว่า… จิตใจรู้สึกหนักอึ้ง??

นี่อาจเข้าข่าย “ภาวะ Doomscrolling”

ทั้งนี้ คุณหมอท่านดังกล่าวได้โพสต์อธิบายภาวะแบบนี้ไว้ว่า… นอกจากอาจรู้สึกว่า “ใจหนักอึ้ง” หลังติดตามข่าวเศร้าแล้ว ถ้าเกิดภาวะนี้ก็ยังอาจจะแสดงอาการออกมาผ่านทาง สัญญาณอารมณ์ต่าง ๆ พฤติกรรมต่าง ๆ เช่น… บางคนอาจรู้สึกเหนื่อยใจหรือ เศร้าเกินไป หรือบางครั้งอาจรู้สึกโกรธซึ่งถ้าระงับอารมณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ไม่ได้ก็ อาจเผลอเอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนใกล้ชิดหรือคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว ซึ่งก็อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อคนรอบตัวหรือสมาชิกในครอบครัว

ส่งผล “ทำให้คนรอบตัวเครียดตาม!!”

สำหรับ “อารมณ์เชิงลบ” ที่เข้าข่ายภาวะนี้ นพ.ฒัชชณพงศ์ ได้อธิบายผ่านเฟซบุ๊กไว้ว่า… Doomscrolling นั้น คำนี้มาจากภาษาอังกฤษ 2 คำ คือ doom” ที่หมายถึง หายนะ และ scrolling” ที่แปลว่า การเลื่อนหน้าจอ ซึ่งรวมแล้วก็คือ พฤติกรรมไถฟีดดูข่าวร้ายแบบไม่พัก หรืออ่านเนื้อหาเครียด ๆ แบบต่อเนื่อง ทั้งที่รู้ว่าเมื่ออ่านหรือดูภาพแล้วจะทำให้จิตใจรู้สึกแย่ แต่ก็ไม่สามารถปล่อยผ่านได้ โดยลักษณะเช่นนี้ มักเกิดในช่วงที่มีเหตุการณ์ใหญ่ ๆ มีภัยพิบัติเช่น โรคระบาด น้ำท่วมโดยการติดตามข่าวเศร้า ๆ ไม่หยุดพักนี้ “สมองจะสั่งให้ติดตามต่อ” โดยจะรู้สึกว่าต้องรู้ หรือรู้สึกว่า…

ต้องอัปเดตไม่งั้นจะพลาดอะไรไป”

อย่างไรก็ตาม เมื่อสมองสั่งการให้ติดตามข่าวน่าหดหู่เช่นนี้ต่อเนื่อง โดยไม่หยุดพักนั้น ผลลัพธ์ที่จะเกิดคือ… จะยิ่งรู้สึกเหนื่อย รู้สึกเครียด และอาจจะทำให้จิตใจรู้สึกวิตกกังวลตลอดเวลา จากนั้น “อารมณ์ความรู้สึกจะดิ่งลงไปเรื่อย ๆ” โดยที่บางครั้ง “ตัวเองก็อาจจะไม่รู้สึกตัว!!” ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานวันเข้า ก็อาจจะยิ่ง ทำให้สุขภาพจิตแย่จนอาจจะไปกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้!! ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะ “ต้องสังเกตสัญญาณเตือน”ที่แสดงออกมา เพื่อที่จะ “รีบยับยั้ง” ภาวะนี้

ส่วน “วิธีตรวจเช็ก” ว่าเข้าข่ายภาวะนี้หรือไม่? คุณหมอท่านดังกล่าวก็ได้แนะนำไว้ว่า… มีวิธีเช็กง่าย ๆ คือ… 1.ตั้งใจแค่จะดูข่าวนิดเดียว แต่กลับเป็นชั่วโมง ๆ เพราะความรู้สึกหลังดูข่าวกลับเผลอจมลงไป, 2.อาการใจดิ่งยิ่งหนักมากขึ้น เมื่อปิดหน้าจอ หรือแม้จะปิดการรับรู้ข่าวสารแล้ว, 3.อาการไม่ดีขึ้น แม้จะกลับไปเปิดดูหรือติดตามข่าวสาร ต่อไปอีก และ 4.ความรู้สึกเศร้าวนอยู่ในหัว จนรบกวนการนอนหลับหรือการใช้ชีวิต …ซึ่งถ้าพบอาการใกล้เคียงดังที่ว่ามานี้ก็บ่งชี้แล้วว่า…

ถึงเวลาต้องพักใจเพื่อไม่ให้ยิ่งดำดิ่ง”

ขณะที่ “ผลเสียผลกระทบ” จากDoomscrolling” นั้น คุณหมอท่านเดิมระบุไว้ว่า… ผลที่ตามมาจะมีทั้ง… 1.ผลต่อตัวเอง เช่น นอนไม่หลับ คิดมาก วิตกกังวลโดยไม่รู้ตัว สมาธิสั้น ไม่อยากทำอะไร เหนื่อยหน่าย เบื่อโลก หดหู่ เฉยชา ไม่อยากรับรู้อะไรอีก และ 2.ผลต่อคนรอบข้าง เช่น มีอารมณ์ที่หนักเกินไปจนอาจทำให้เผลอเหวี่ยงใส่คนในครอบครัวหรือคนรอบข้าง บรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความตึงเครียด ลูก ๆ อาจสับสน หรือซึมซับพฤติกรรมวิตกกังวลของพ่อแม่ เกิดปัญหาชีวิตคู่ คนใกล้ชิดรู้สึกว่าห่างเหิน หรือไม่มีพื้นที่ให้กัน …ซึ่งเหล่านี้ เป็นผลจากสมองโดนกระตุ้นซ้ำ ๆ จากข่าวเชิงลบ จนอ่อนล้า

แล้ว…เมื่อเกิดภาวะนี้ หรือรู้ว่าใจไม่ไหวแล้ว “ควรต้องทำเช่นไร?” ทาง นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ เจ้าของเพจ “หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า” ก็ได้แนะนำไว้ด้วยว่า… เมื่อเราจิตใจไม่ไหว คนที่อยู่ใกล้ก็รับผลไปด้วยโดยเราไม่ตั้งใจ ดังนั้น เมื่อรู้ตัวก็ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยวิธีต่าง ๆ คือ… 1.จำกัดเวลาเสพข่าว เช่น ดูแค่ช่วงเช้า-เย็น ไม่ต้องเช็กตลอดทั้งวัน, 2.เลือกแหล่งข่าวที่สรุปให้จบ เลี่ยงการเลื่อนฟีดไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดจบ, 3.หาเวลาทำอย่างอื่นที่ช่วยฟื้นใจ เช่น เล่นกับลูก ฟังเพลง เดินเล่น ออกกำลังกาย, 4.ใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก เพราะการพูดคุย ใช้เวลาด้วยกัน เป็นยารักษาใจอย่างดี

เหล่านี้คือคำอธิบาย รวมถึงคำแนะนำ

กับ Doomscrolling”หรือ “ภาวะใจดิ่ง”

จะภัยน้ำ ภัยฝุ่น ภัยเขมรก็ “ระวัง!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์