ทั้งนี้ กรณี “ฝุ่นพิษ PM 2.5” ที่อาจจะ “ทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพจิตได้ด้วย” นั้น ภัยจากฝุ่นในด้านนี้นี่เป็น “ภัยเงียบ” ที่อาจ “ถูกมองข้าม??”ซึ่ง ณ ที่นี้ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะพลิกแฟ้มสะท้อนต่อ-สะท้อนย้ำข้อมูลให้พินิจกันอีกในช่วง “ฤดูฝุ่นพิษ” มาอีกแล้ว โดยนักวิชาการไทยเคยชี้ถึงภัยด้านนี้ไว้…
ต้องตื่นตัว “ต้องแก้ปัญหาวิกฤติฝุ่น”
ที่ไม่เพียง “ทำให้สุขภาพร่างกายแย่”
อาจจะ “เป็นตัวกระตุ้นซึมเศร้าด้วย!!”
เกี่ยวกับ “ปัญหาจากฝุ่น PM 2.5” นั้น เรื่องนี้มีนักวิชาการไทยเคยสะท้อนไว้ว่า… “ผลกระทบ” นั้นอาจจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำลายสุขภาพร่างกาย ที่ “น่ากังวลมากเช่นกัน” คือ…มีการ พบ “ความเชื่อมโยงของฝุ่นกับปัญหาสุขภาพจิต” โดยเฉพาะ “ในกลุ่มเด็กและเยาวชน” ดังนั้น จึงจำเป็นที่สังคมไทยควรต้องพิจารณา “อีกผลร้ายของฝุ่นพิษ” กรณีนี้
อีกปัญหา “ภัยเงียบที่ต้องสนใจ”…
ไม่น้อยไปกว่าผลร้ายฝุ่นในมิติอื่น!!

สำหรับผลการศึกษาเรื่องนี้ ได้มีการเปิดเผยไว้โดยทีมนักวิจัยไทย คือ ดร.วรนุช ดีละมัน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และ ศ.ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งได้ศึกษาโดย สสส. สนับสนุน โดยมีการระบุไว้ว่า… มลพิษอากาศเป็นปัญหาที่มีผลกระทบหลายมิติ!!…
ปัญหาจากมลพิษอากาศเป็นเรื่องที่ทำให้หลายประเทศได้รับผลกระทบต่าง ๆ มากมายหลายด้าน เช่น ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม จนทำให้หลาย ๆ ประเทศจึงให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อหาทางแก้ปัญหาเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง เช่น ญี่ปุ่น มีการ “แก้ปัญหาฝุ่นเชิงนโยบาย” โดยออกกฎหมายหรือข้อบังคับสิ่งแวดล้อมพิเศษเฉพาะขึ้นมา อาทิ กฎหมายสิ่งแวดล้อมพื้นฐาน กฎหมายควบคุมมลพิษทางอากาศ หรือ จีน ก็มีการ “บังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมพื้นฐาน” และ “ควบคุมมลพิษทางอากาศแบบเข้มข้น” ส่วน อังกฤษ นั้น “มีกฎหมายอากาศบริสุทธิ์” บังคับใช้ ซึ่งสะท้อนว่า…
ทั่วโลกมุ่งสู้ “วิกฤติมลพิษอากาศ”
บ่งชี้ “ฝุ่นคือปัญหาสำคัญของโลก”
ข้อมูลโดยนักวิจัยของไทยทั้ง 2 ท่านดังกล่าวยังชี้ไว้อีกว่า…ผลกระทบที่เกิดจาก “มลพิษทางด้านอากาศ” นั้น “ส่งผลกระทบถึงมิติสุขภาพจิตด้วย” โดยในรายงานการวิจัยของ Susanna Roberts และคณะ ซึ่งศึกษาวิจัย สำรวจมลพิษทางอากาศ และปัญหาสุขภาพจิต ในกลุ่มตัวอย่างเด็ก 284 คน ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ระบุไว้ว่า… คุณภาพอากาศไม่ดีเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น อีกทั้งผลศึกษายังบ่งชี้ว่า… มลพิษอากาศ “ส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้า” ในกลุ่มผู้ที่อายุ 18 ปีเพิ่มขึ้น 10-20% โดยอุบัติการณ์และอายุของผู้มีปัญหาสุขภาพจิตอาจแตกต่างกันไปตามการวินิจฉัย
นี่เป็นข้อมูลงานวิจัยในต่างประเทศ
ที่ “ในไทยก็น่าคิดถึงภัยฝุ่นด้านจิต?”
ทั้งนี้ ทางนักวิจัยไทยยังชี้ให้เห็นถึงผลศึกษาวิจัยหลาย ๆ ชิ้นในต่างประเทศ ที่ได้ศึกษาวิจัยแล้วพบว่า… คุณภาพอากาศที่ไม่ดีนั้นส่งผลต่อสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนที่กำลังเติบโต ซึ่งเป็นผลจากการเกิดภาวะอักเสบของร่างกาย และ “ภาวะความเครียด” รวมถึงมีความสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคสมาธิสั้น โรคออทิสติก โรคซึมเศร้า รวมถึงอาจกระตุ้นให้เด็กเกิดปัญหาทางพฤติกรรม ด้วย โดยสะท้อนได้จากรายงานอัตราการจ่ายยาจิตเวชที่เพิ่มขึ้นในเด็กและวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของมลพิษอากาศสูง …นี่เป็นอีกส่วนที่งานวิชาการในต่างประเทศชี้ไว้ ที่นักวิชาการไทยนำมาเผย
ชวนสังคมร่วมคิด “วิกฤติฝุ่นพิษไทย”
นี่ “ส่งผลต่อสุขภาพจิตเด็กแค่ไหน?”
ขณะที่ “แนวทางรับมือไม่ให้เกิดผลกระทบสุขภาพจิต” รับมือผลที่เกิดจาก “ฝุ่น PM 2.5”นั้น ก็มีคำแนะนำไว้ ซึ่งโดยสรุปมีดังนี้คือ… 1.ขอความช่วยเหลือ หรือคำแนะนำ จากหน่วยงานที่ให้บริการด้านสุขภาพจิต หากพบตัวเองหรือคนในครอบครัวมีพฤติกรรมที่แสดงถึงความเครียด, 2.เรียนรู้สัญญาณความเครียด เพื่อหาสาเหตุและแก้ไขแต่เนิ่น ๆ ไม่ให้อาการความเครียดแย่ลง, 3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อลดระดับความเครียด ลงโดยรวม, 4.ลดสัมผัสกับมลภาวะ หรือกรณีเลี่ยงไม่ได้อาจใช้วิธีติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในที่อยู่อาศัย และ 5.พักผ่อนให้เพียงพอ …เหล่านี้เป็นคำแนะนำ
“ฝุ่น PM 2.5”นั้น “ก่อภัยหลายด้าน”
“รวมถึงภัยจิต” ที่ “ก็จะต้องลดเสี่ยง”
ย้ำว่า…“ฝุ่นพิษกระตุ้นซึมเศร้าได้!!”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



