ผมพูดในรายการ  DAILYNEWS TODAY ว่าทำไมกลุ่มก๊วนสส. จึงย้ายพรรค? เพราะ 1.หัวหน้ากลุ่มก๊วน สส. ขี้เกียจควักเงินจ่ายรายเดือน ควักจ่ายตอนเลือกตั้ง 2.ไม่มีจะควัก จึงต้องหาแหล่งเงินใหม่

วันก่อนเพิ่งมีโอกาสสนทนากับ พ...ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เลยเถิดกันไปถึงปัญหาการเปลี่ยนทุนมืดให้เป็นอำนาจรัฐ

จากรายงานประจำเดือนของ ก... มีข้อสังเกตถึงความผิดปกติในตลาดคริปโทไทย ที่มีปริมาณซื้อขายสะพัดกว่า 100,000 ล้านบาทต่อเดือน โดยเฉพาะเหรียญ USDT (Tether) มีสัดส่วนจากเดิม 40% พุ่งไปแตะ 52% คิดเป็นเม็ดเงินสูงถึง 52,000 ล้านบาทต่อเดือน ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา

ตามกระบวนการบาหลี หรือกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติฯ ระบุชัดเจนว่า อาชญากรรมข้ามชาติในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเป็นสากลมากขึ้น อาชญากรแสวงหาวิธีใหม่ ๆ ในการปกปิดทรัพย์สิน โดยเฉพาะการใช้ “เงินตราเข้ารหัสลับ” ที่ทำงานนอกระบบธนาคารแบบดั้งเดิม ทำให้สามารถทำธุรกรรมโดยไม่ปรากฏชื่อและปราศจากการแบ่งปันข้อมูลระบุตัวตน

USDT คือ เงินคริปโท และ “Stablecoin” ที่นิยมใช้เป็นตัวกลางในการย้ายเงินข้ามประเทศและฟอกเงิน เพราะมูลค่าคงที่และตรวจสอบปลายทางยาก หากประเมินจากรายงานฯ ปริมาณการเทรดที่สูงขนาดนี้ แต่ดัชนีคริปโทโดยรวมไม่ได้หวือหวา อาจสะท้อนว่านี่คือการใช้กระดานเทรดเป็นทางผ่านเพื่อแปลงเงินสดสีเทาให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล

การที่รัฐบาลปล่อยให้มีบัญชีคริปโทกว่า 200,000 บัญชี ที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบกำกับดูแล คือการเปิดโอกาสให้เกิดการฟอกเงินตามวงจร 3 ขั้นตอน คือ 1.นำเงินเข้าสู่ระบบ : แปลงเงินสีเทาจากการทุจริต หรือเครือข่ายอาชญากรรมเป็น USDT 2.สร้างธุรกรรมหลายชั้น : โอนย้ายผ่าน Cold Wallet หรือแพลตฟอร์มต่างประเทศเพื่อลบร่องรอย และ 3. การผสานกลับ : นำเงินสะอาด กลับมาใช้สร้างอิทธิพลทางการเมือง หรือบั่นทอนเศรษฐกิจ

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยอมรับว่ามี “เงินปริศนา” ไหลเข้าทำลายกลไก เม็ดเงินที่ไหลผ่านเงินคริปโท เช่น USDT หลักหมื่นล้านบาท อาจเป็นตัวเร่งให้ค่าเงินบิดเบือนจนเกินปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจริง จนทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า ทุบสถิติในรอบหลายปี

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือช่วงเวลาที่ USDT พุ่งสูง สอดรับกับการเลือกตั้งวันที่ 8 .. 69 ข้อมูลจากกระบวนการบาหลีชี้ว่าตัวชี้วัดทางการเงินที่สำคัญคือ เมื่อลักษณะการใช้ชีวิตหรือการใช้จ่ายไม่ตรงกับแหล่งรายได้เงินปริศนาที่ไหลผ่านคริปโท อาจไม่ใช่เพื่อการลงทุน แต่มีลักษณะของการเอื้อประโยชน์เตรียมการซื้อเสียงเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนทุนมืดให้เป็นอำนาจรัฐ

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำอย่างไร 1. ต้องดำเนินการ “ติดตามเงิน” มุ่งไปที่ผลกำไรซึ่งเป็นสิ่งที่อาชญากรให้คุณค่ามากที่สุด 2.บูรณาการข้อมูล : ต้องทำลายการทำงานแบบแยกส่วนระหว่างตำรวจ พนักงานอัยการ และหน่วยข่าวกรองทางการเงิน 3. กู้คืนสินทรัพย์ : ต้องใช้มาตรการยึดและริบทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดอย่างเข้มงวด เพื่อตัดวงจรการนำเงินไปลงทุนซ้ำในอาชญากรรม

ในโลกที่เงินข้ามพรมแดนได้ในไม่กี่วินาที การนิ่งเฉยคือการเปิดประตูบ้านให้กลุ่มทุนสีเทาเข้ามาฟอกอำนาจ ประชาชนมีสิทธิตั้งคำถามได้ว่าไม่รู้หรือรู้แต่เลือกที่จะเปิดทางกันแน่?.

พยัคฆ์น้อย

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่