ทั้งนี้ จากที่ก่อนหน้าดูเหมือนวิกฤติฝุ่นจะเบาบางลงไป แต่พอเริ่มเข้าสู่ช่วงส่งท้ายปีเก่า 2568 วิกฤติฝุ่น” ก็ดูเหมือนจะ “ย้อนกลับมาดุ” อีกหน จากหลายปัจจัยที่เป็น “สาเหตุก่อเกิดฝุ่น” อย่างไรก็ตาม เรื่องของปัญหาฝุ่น PM2.5 นั้น ที่จริงมิใช่จะมีแค่ไทยที่เจอวิกฤติ หลายประเทศทั่วโลกนั้นก็เจอหนักไม่แพ้กัน เช่น “เกาหลีใต้” ที่ก็เผชิญวิกฤตินี้มานานหลายปี แต่สุดท้าย ปัญหาค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เอง หลังจากใช้เวลาหลายปีค่อย ๆ แก้ปัญหานี้ และก็มีแง่มุมที่น่าสนใจ

แม้แก้ไม่หมดก็ “ลดปัญหาได้เยอะ”

ก็น่าสนใจไทย “น่าจะถอดบทเรียน”

เกี่ยวกับ “กรณีศึกษาแก้ปัญหาฝุ่น” ตาม “โมเดลเกาหลีใต้”ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล ณ ที่นี้ เป็นชุดข้อมูลบทวิเคราะห์ที่ทาง สภาลมหายใจกรุงเทพฯ (www.breathebangkok.org) จัดทำขึ้น โดยเป็นการ “ถอดบทเรียนการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5” ที่สามารถใช้เป็น “กรณีศึกษาสำหรับไทย” ได้ โดยในชุดข้อมูลนี้ชี้ไว้ว่า… ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้เป็น 1 ในประเทศที่เผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 หนักหน่วง โดยเฉพาะพื้นที่ “กรุงโซล” ที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงจนทัศนวิสัยลดลง แต่หลังจากมีความพยายามเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหานี้ ส่งผลให้ขณะนี้ “วิกฤติค่าฝุ่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ”

ปี 2008 โซลมีค่าเฉลี่ยฝุ่นรายปี 26 มคก./ลบ.. มีอากาศดีแค่ 86 วันต่อปี แต่พอปี 2024 กลับมีค่าเฉลี่ยฝุ่นรายปีเหลือแค่ 17.6 มคก./ลบ.. และมีวันอากาศดีเพิ่มเป็น 176 วันต่อปี โดยรายงานจาก AirKorea รวมถึงงานวิจัยหลายชิ้น ยืนยันว่าเกาหลีใต้ลดฝุ่นลงได้จริง” …เป็นข้อมูลเชิงสถิติที่ระบุไว้ในบทวิเคราะห์ของสภาลมหายใจกรุงเทพฯ

ในบทวิเคราะห์ดังกล่าวยังได้แจกแจงไว้ถึง “ปัจจัยสำคัญ”ที่ทำให้ “เกาหลีใต้ลดฝุ่นได้” โดยระบุไว้ว่า… เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้าง ที่เกาหลีใต้สามารถทำได้สำเร็จ ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่า… หัวใจของการแก้ปัญหาไม่อาจทำได้ด้วยนโยบายหรือมาตรการไม่กี่ข้อ แต่อยู่ที่การขยับไปพร้อมกันทั้งระบบ โดยที่เกาหลีใต้ใช้นั้น มี 7 กลไกที่ทำงานสนับสนุนกัน จนทำให้พลเมืองเกาหลีใต้ได้อากาศสะอาดกลับคืนมาซึ่งกลไกต่าง ๆ นั้นสามารถจำแนกได้ดังนี้…

กลไกที่ 1 กฎหมายพิเศษทำให้ทุกหน่วยงานต้องขยับ” เริ่มจากการออกกฎหมายพิเศษในปี 2019 ชื่อว่า Special Act on the Reduction and Management of Fine Dustทำให้เกาหลีใต้จัดการกับปัญหาฝุ่นได้อย่างเป็นระบบ โดยกฎหมายนี้จะกำหนดให้ภาครัฐบาลทุกระดับมี “หน้าที่ตามกฎหมาย” เพื่อลดมลพิษและคุ้มครองสุขภาพประชาชน อีกทั้งกฎหมายนี้ยังถูกเชื่อมเข้ากับแผนแม่บทระยะ 5 ปี ทำให้ ทุกหน่วยงานต้องขยับพร้อมกันเมื่อถึงฤดูฝุ่น หรือช่วงที่วิกฤติฝุ่นรุนแรง

กลไกที่ 2 ฤดูฝุ่นเข้มข้น มาตรการต้องเข้มตาม” ฝุ่น PM2.5 ในเกาหลีใต้นั้นช่วงฤดูหนาว ระหว่าง ธ.ค. – มี.ค. จะสูงกว่าฤดูกาลอื่น ภาครัฐจึงออกแบบ Seasonal PM Management หรือ “ระบบจัดการฝุ่นตามฤดูกาล” มาใช้ตั้งแต่ปี 2019 และมีการปรับปรุงเรื่อยมาเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์แต่ละปี โดยระบบนี้จะเพิ่มความเข้มข้นการตรวจวัด การควบคุมแหล่งกำเนิด และมาตรการฉุกเฉิน เพื่อลดค่าฝุ่นที่เกินเกณฑ์ในฤดูฝุ่นเช่น จำกัดรถปล่อยมลพิษสูง ลดกำลังผลิตโรงไฟฟ้าถ่านหิน คุมไซต์ก่อสร้าง ซึ่งการประเมินครั้งแรกในปี 2019–2020 พบว่า… PM2.5 ของเกาหลีใต้ลดลงอย่างชัดเจน

กลไกที่ 3 ระบบฉุกเฉิน ที่ทำให้ทั้งเมืองต้องทำทันที” ถ้ามีการพยากรณ์คุณภาพอากาศว่าจะเกิดวิกฤติฝุ่นต่อเนื่อง เมืองต่าง ๆ จะสามารถประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินลดฝุ่นได้ทันที โดยระบบฉุกเฉินนี้ออกแบบมาเพื่อ กดระดับมลพิษปลายท่อให้เร็วที่สุด ผ่านมาตรการหลายด้าน เช่น จำกัดรถปล่อยมลพิษสูง ห้ามรถดีเซลเก่าเข้าพื้นที่เมือง ลดกิจกรรมก่อฝุ่น เป็นต้น

กลไกที่ 4 จัดการรถควันดำแบบครบวงจร”เกาหลีใต้จัดการมลพิษจากรถยนต์ด้วยระบบที่มองทั้งวงจรชีวิตรถ เช่น จัดระดับรถ 1–5 ตามค่าปล่อยมลพิษ และเชื่อมกับฐานข้อมูลทะเบียน ทำให้รู้ได้ทันทีว่ารถประเภทใดควรถูกจำกัดพื้นที่ใช้งาน โดยทำงานร่วมกับ “เขตปล่อยมลพิษต่ำ” ที่ห้ามรถระดับ 5 เข้าตลอดเวลา ส่งผลให้ จำนวนรถมลพิษสูงลดลงชัดเจน

กลไกที่ 5 ควบคุมการใช้ถ่านหินช่วงฤดูฝุ่น” โดยลดจำนวนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เดินเครื่องในช่วงฤดูฝุ่น หยุดเดินเครื่องชั่วคราวในฤดูหนาวหรือฤดูฝุ่น ตาม แผนควบคุมมลพิษ เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากต้นทางในช่วงที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงสุด

กลไกที่ 6 ระบบข้อมูลโปร่งใส สื่อสารเรียลไทม์” อีกด้านของการจัดการฝุ่นของเกาหลีใต้ คือ ระบบข้อมูลที่โปร่งใสและเข้าถึงได้ง่าย ผ่านแพลตฟอร์ม AirKorea ซึ่งไม่เพียงบอกค่าฝุ่นในแต่ละพื้นที่ แต่ยัง ทำให้ประชาชนเห็นผลของมาตรการทั้งหมดผ่านตัวเลขจริง ทำให้ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนร่วมมือกับมาตรการต่าง ๆ ของทางภาครัฐ อย่างเต็มที่

กลไกที่ 7 สร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน”ฝุ่น PM2.5 ที่ปกคลุมเกาหลีใต้ส่วนใหญ่มาจากจีน จะแก้ปัญหาจึงต้องอาศัยกลไกข้ามพรมแดน ควบคู่กับกฎหมายพิเศษ ที่กำหนดให้รัฐบาลมีหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์ ประเมินผลกระทบมลพิษข้ามพรมแดน รวมถึง พัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเป็นระบบ …เหล่านี้เป็น 7 กลไก” ที่ถูก “มัดรวมสู้ฝุ่น”

ฝุ่นพิษ” นั้นก็ “มีกลไกที่ใช้สู้วิกฤติได้”

รวมกลไกสู้ได้ดี” นี่ “ไทยน่าจะทำได้”

เพียงแต่วันนี้ยังแค่น่าจะทำได้??”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์