ทั้งนี้ ช่วง “ส่งท้ายปีเก่า” แม้ปี 2568 นี้หลายคนอาจจะรู้สึกว่า “หมดพลังชีวิต” แต่ก็น่าใช้ช่วงจังหวะเวลานี้“ฟื้นฟูพลังชีวิต–ฟื้นฟูจิตใจ” เพื่อที่จะ “ก้าวสู่ปีใหม่–พบจังหวะชีวิตใหม่ ๆ”อย่างมีพลัง…
การ “บอกใจ” เพื่อที่จะ “อำลาปีเก่า”
นี่ “มีแนวทาง–คำแนะนำทางจิตวิทยา”
เกี่ยวกับ “แนวทาง” เพื่อการ “บอกใจลาปีเก่า 2568” เพื่อที่จะ “ฟื้นฟูพลังใจและกายต้อนรับปีใหม่ 2569” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล ณ ที่นี้ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจโดย จิตรทิวา ทองหนัก ที่ได้ให้คำแนะนำเรื่องนี้ไว้ผ่านบทความชื่อ “6 วิธีบอกลาปีเก่าเพื่อต้อนรับสิ่งดี ๆ ในปีใหม่” ซึ่งมีการเผยแพร่ไว้ทาง เว็บไซต์ iSTRONG เพื่อให้คนทั่วไปนำแนวทางดังกล่าวนี้ไปปรับใช้ “เพื่อต้อนรับปีใหม่ 2569 แบบมีคุณภาพ” ซึ่งเป็นแนวทางที่คนไทยเรา ๆ ท่าน ๆ น่าพิจารณา
ทาง จิตรทิวา ผู้เขียนบทความดังกล่าว ได้แนะนำ “แนวทางการบอกลาปีเก่าให้มีประโยชน์ต่อจิตใจ” ไว้ว่า… ช่วง “เทศกาลส่งท้ายปีเก่า” เป็นช่วงที่หลายคนจะได้เฉลิมฉลองกับคนที่รัก หรือท่องเที่ยวกับครอบครัว ซึ่งเป็น “วิธีเติมสุข” แบบปกติทั่วไป อย่างไรก็ดี แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกช่วง “ส่งท้ายปีเก่า–ต้อนรับปีใหม่” เพื่อทำการ “นึกทบทวนอดีต” ทั้ง… ทบทวนการทำงาน หรือ ทบทวนชีวิตตัวเอง ถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาในช่วงปี รวมถึงบางคนก็อาจเลือก ทบทวนเป้าหมาย

การ ทบทวนเรื่องราว ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ย่อมมีหลากหลายเรื่องราว ทั้งที่ สร้างความประทับใจ สร้างรอยยิ้ม และที่ กระทบจิตใจ รวมถึงย่อมจะมี สิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ที่บางเรื่องราวก็อาจจะก่อให้เกิด “บาดแผลในใจ”…
เข้าสู่ปีใหม่แผลใจก็อาจไม่ตกสะเก็ด?
ด้วยเหตุนี้…จึงจำเป็นจะต้องมี “วิธีก้าวข้ามปีเก่า” โดยในบทความดังกล่าวแนะไว้ว่า… มีอยู่ 6 วิธีด้วยกัน ดังต่อไปนี้… วิธีที่หนึ่ง “เคลียร์สิ่งของเก่า ๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้วออกไป” เพราะนอกจากจะช่วยให้ห้องหรือบ้านของเราเป็นระเบียบและง่ายต่อการใช้สอย กับเป็นการประหยัดเวลาและทำให้บ้านดูสบายตาแล้ว ยังเป็นการสร้างนิสัยที่เป็นระเบียบให้ติดตัวไปด้วย ที่สำคัญ เมื่อบ้านสะอาด สบายหูสบายตา ก็อาจดึงดูดสิ่งดี ๆ ให้เข้ามาสู่ชีวิตเพิ่มขึ้น …นี่เป็นวิธีแรกในการบอกลาปีเก่า
วิธีที่สอง “ทบทวนเป้าหมายที่ผ่านมาและตั้งเป้าหมายปีต่อไป” ซึ่งในปีนี้หลายคนอาจมีเป้าหมายบางอย่างที่ไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้ จนอาจจะท้อแท้ อาจจะถอดใจ เชื่อว่าเดี๋ยวอะไร ๆ ที่ไม่เป็นอย่างที่คิดก็หวนกลับมาเป็นแบบเดิมอีก จึงทำให้จิตใจห่อเหี่ยวก่อนจะได้เริ่มต้นใหม่ในปีใหม่ ซึ่งวิธีแก้ความคิดจิตใจเรื่องนี้ก็คือ ต้องรีบค้นหาและตั้งเป้าหมายใหม่ต่อไป โดยตามหลักจิตวิทยาแล้วคนเราจะตื่นเต้นกับเป้าหมายในปีใหม่เพียง 17 วัน คือแค่วันที่ 17 มกราคมของทุกปี จึง ต้องเร่งค้นหาเป้าหมายที่แท้จริงให้เจอ และมีวินัยในการทำตามเป้าหมาย ซึ่งสิ่งที่ผ่านมาอาจไม่ใช่ความล้มเหลวเสมอไป แต่เป็นผลตอบรับจากการที่เราได้ลงมือทำ ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ที่จะทำในครั้งต่อไปในรูปแบบที่ฉลาดมากขึ้นได้ …นี่เป็นวิธีที่สอง
ถัดมาวิธีที่สาม “ทิ้งนิสัยเสียไปกับปีเก่า และแทนที่ด้วยนิสัยดี ๆ” วิธีนี้มีกฎ 3 วินาทีที่ในทางจิตวิทยาได้พูดถึงในการลงมือทำตามวินัย โดยจะทำสิ่งใดก็ให้ลองใช้กฎนี้ลงมือทำทันที จากนั้นก็ประเมินว่า… นิสัยใดที่ไม่ส่งผลดีหรือส่งเสริมชีวิตเราให้ประสบความสำเร็จ ก็ให้จดลิสต์ไว้ จากนั้นก็แทนที่เข้าไปด้วยนิสัยที่ดี ด้วยกฎการแทนที่ แล้วตัวเราก็จะกลายเป็นคนใหม่จากการค่อย ๆ เปลี่ยนนิสัยไปในแต่ละวัน …ซึ่งวิธีนี้จะช่วย ทำให้เรากลายเป็นคนใหม่ในปีใหม่ ได้
วิธีที่สี่ “ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ในสิ่งที่สนใจ” ในยุคนี้ที่เราต่างต้องพัฒนาตัวเองเพื่อให้ทันกับเหตุการณ์และโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากในการดำเนินชีวิตยุคนี้… หลายคนก็มีวิธีที่แตกต่างกัน แต่หลายคนก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน โดยคำแนะนำเรื่องนี้คือ ลองเริ่มด้วยการลองลงมือทำเพื่อเรียนรู้ ด้วยตัวเอง หรืออาจลองไปเข้าคอร์สสั้น ๆ เพื่อเรียนรู้และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งควรเป็นสิ่งที่สนใจเป็นพิเศษ เพราะจะเป็นแนวทางที่เราต่อยอดได้จริง
ต่อไปวิธีที่ห้า “ตั้งเป้าหมายแบบ S.M.A.R.T.” ที่มีแนวคิดมาจากหนังสือของ Peter Drucker ที่ชื่อ Practice of Management ซึ่งแต่ละตัวอักษรจะมีความหมายดังนี้… S-Specific คือความจำเพาะเจาะจง, M-Measurable คือวัดผลเป็นตัวเลขได้, A-Achievable คือประเมินตัวเองก่อนตั้งเป้าหมาย, R-Relevance เกี่ยวข้องกับเราแค่ไหนหรือสำคัญแค่ไหน และ T-Time Bound ต้องมีกรอบของเวลาที่ชัดเจนว่าต้องสำเร็จเสร็จเมื่อไหร่ …นี่เป็นวิธีที่ห้า หลัก ตั้งเป้าหมายชีวิตแบบสมาร์ท
และวิธีที่หก “ให้อภัยกับสิ่งที่ผ่านมา” สิ่งที่ผ่านมาเป็นอดีต ที่ไม่สามารถกลับไปแก้ได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ได้ ซึ่งเรื่องที่เราไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น หรือเรื่องที่ไม่ได้ดั่งใจ ทั้งกับตัวเราและคนอื่นนั้น ล้วนเกิดจากความคาดหวังทั้งสิ้น ดังนั้น ก่อนจะผ่านพ้นปีเก่าไปสู่ปีใหม่ เราควรเริ่มต้นด้วยการให้อภัยโดยคนแรกที่ควรให้อภัยคือ ให้อภัยตัวเราเอง เพื่อปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากความผิดพลาด ที่เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ และต่อไปคือ ให้อภัยผู้อื่น ที่เขาก็ผิดพลาดได้เช่นกัน…
เหล่านี้นี่เป็น “6 วิธี” ที่มีการแนะนำไว้
น่าสนใจ–น่าจะใช้เพื่อ “บอกลาปีเก่า”
เพื่อ “รับปีใหม่…เป็นคนใหม่ที่ดีขึ้น”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



