วันนี้เป็นวันเริ่มแรกของพุทธ ศักราช  2569 วันที่ 1 มกราคมทีมสตรีเดลินิวส์ขอสะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตของเซเลบริตี้สาว คุณบุ๊คพิมพ์เลิศ ใบหยก เซเลบริตี้สาว ทายาทคนเล็กของบ้านใบ หยก และ คุณเบอร์ดี้ปาวา นาคาศัย เซเลบริตี้สาวสายแฟชั่นสุดเก๋ ที่เคยเผชิญกับโมเมนต์แย่ ๆ สู่การปรับวิถีความคิดใหม่ เพื่อสร้างพลังใจและเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ เพื่อก้าวสู่สิ่งใหม่ ที่สร้างให้กาย-ใจแห่งชีวิตดีกว่า
ที่เป็นอยู่

       คุณบุ๊คพิมพ์เลิศ ใบหยก เล่าว่า เมื่อสองปีที่แล้วมีอาการแปลก ๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง โดยรู้สึกอยู่ข้างในคือออฟ    บาลานซ์มีอาการโคลงเคลง ไม่มั่นคง นั่งก็เอียง เดินก็จะวูบ  และเป็นหนักมากขึ้นคือ เมื่อตื่นมารู้สึกหนักหัว แม้จะนอนเยอะแต่พอตื่นขึ้นมาไม่สดชื่น มึนหัว อาการดังกล่าวทำให้ใช้ชีวิตลำบาก เดินในห้างสรรพสินค้าไม่ได้ ออกไปตามนัดหมายลำบาก ขึ้นบันไดเลื่อนเองไม่ได้ต้องมีคนให้เกาะแขน ขณะเดียวกันชีวิตในช่วงนั้น พยายามไปพบแพทย์อยู่เสมอ  กระทั่งไปพบแพทย์ท่านหนึ่งได้วินิจฉัยและทราบว่าเป็น PPPD (Persistent postural perceptual dizziness) หรือภาวะเวียนศีรษะเรื้อรังจากการทรงตัวและท่าทาง เป็นอาการวิงเวียนศีรษะเรื้อรังที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนท่าทางหรือถูกกระตุ้นด้วยภาพ ซึ่งสาเหตุการเป็นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

บุ๊ค-พิมพ์เลิศ ใบหยก

       คุณบุ๊คบอกว่า “PPPD (Persistent postural perceptual dizziness) สาเหตุแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่ตัวบุ๊คพบว่าตัวเองมาจากการที่นอนไม่ดี ที่ผ่านมาบุ๊คไม่ดูแลตัวเอง ใช้ชีวิตแย่มาก นอนตีสี่ ตื่นเที่ยงวัน ไม่ออกกำลังกาย พอพบคุณหมอแล้ววินิจฉัยว่า เป็น PPPD เข้ารับการรักษา และได้ปรับพฤติกรรมตัวเองใหม่ นอนเร็วขึ้น ออกกำลังกาย อาการดีขึ้นตามลำดับและหายดีในที่สุด เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าร้ายที่สุด ตอนนี้พอหาย เลยโฟกัสตัวเอง โฟกัสที่การดูแลสุขภาพ เพราะตอนที่เป็นทำอะไรก็ไม่ได้ พอหายจากอาการนี้บุ๊คเปลี่ยนทัศนคติการใช้ชีวิตใหม่ คือนอนให้ดี ออกกำลังกาย ที่สำคัญอยากทำอะไร ทำเลยไม่รอเวลา เพราะตอนที่เราป่วย เราทำอะไรไม่ได้และเราเองเข้าใจในคนที่เจออาการเดียวกันขอส่งพลังใจให้คนที่เป็นอยู่ดีขึ้นและหายเร็ว ๆ

       คุณเบอร์ดี้ปาวา นาคาศัยเล่าว่า เจอปัญหาสุขภาพในการเป็น สโตรกซึ่งเกิดขึ้นได้หนึ่งปีแล้ว มาจากอุบัติเหตุที่ทำคอนเทนต์และเงยคอขึ้นหลายรอบทำให้ผนังเส้นเลือดคอฉีก กลายเป็นลิ่มเลือดอุดตันในสมองแล้วการรักษาอย่างแรกได้รับยาสลายลิ่มเลือด ไม่ได้ผล เพราะเลือดข้นซึ่งมาจากการนอนน้อย ดื่มน้ำน้อย มีความเครียด จนแพทย์ผู้ทำการรักษาผ่าตัดเอาลิ่มเลือดออก และต้องอยู่ในห้องไอซียูสองวันซึ่งเป็นสองวันที่ทรมานมาก

เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย

       “พอผ่าตัดสองวัน ย้ายมาอยู่ห้องปกติ คุณหมอบอกหนูว่า โชคดีที่มาโรงพยาบาลทัน แบบโกลเด้นท์พีเรียด ภายในสี่ชั่วโมง ทำให้หมอรักษาได้ทันท่วงที และทำให้ดีขึ้น หนูใช้เวลารักษาตัวนานหนึ่งปี มีกายภาพบำบัดสามเดือน กระตุ้นคลื่นไฟฟ้าที่สมอง ตอนที่เกิดขึ้นตกใจกลัว เพราะต้องใส่ท่อช่วยหายใจ การอยู่ในห้องไอซียูสองวัน ทรมานมาก ตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้น หายแล้วเหมือนได้ชีวิตใหม่ ได้โอกาสใหม่ที่รอดได้ชีวีต การป่วยและหายป่วยหนูต้องเปลี่ยนมายด์เซต เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เปลี่ยนความคิดจากที่ทำงานเยอะ ๆ แล้วฝืนร่างกายตัวเองเยอะไป เปลี่ยนมาเป็นการหันมาฟังร่างกายตัวเองได้พักผ่อนบ้าง  กลับมาดูแลตัวเอง อยากใช้ชีวิตที่ยืนยาวกว่าเดิม  ถ้าเราไม่สบาย ทำให้ทุกอย่างเราถูกหยุด  ชีวิตเราไม่ได้ยั่งยืน มีอะไรไม่แน่นอน มีอะไรที่ไม่คาดคิด เกิดขึ้นได้เสมอ  หนูว่าตัวเองโชคดีมาก ๆ ที่กลับมาดีขึ้นปกติ ไม่โทษการเป็นสโตรกเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ปรับตัวเปลี่ยนทัศนคติตัวเอง

       สิ่งที่ทำให้ก้าวข้ามมาได้ เพราะได้แชร์ประสบการณ์เรื่องราวที่ป่วยให้คนอื่นฟัง ร่วมสร้างความตระหนักรู้ให้คนอื่นรู้ว่า ต้องดูแลตัวเองดี ๆ ทุกวันนี้ได้แบ่งปันให้พลังใจคนที่ป่วยเหมือนเราเคยป่วยเป็นพลังใจให้เขาหายดี ตอนแรกที่ป่วยเครียดมาก แต่ได้รับพลังบวกจากคนรอบข้างที่ดี ทำให้เรามีพลังบวกกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม ชีวิตตอนนี้วางเป้าหมายเรื่องสุขภาพดี ที่ยั่งยืนให้ตัวเอง” คุณเบอร์ดี้ทิ้งท้ายด้วยแง่คิดที่ได้จากวันที่เจอเรื่องร้าย

       เสียงสะท้อนจากประสบการณ์ที่เจอของพวกเธอ หวังเพียงว่าจะได้ร่วมเป็นหนึ่งในการส่งพลังใจให้ผู้ที่กำลังเผชิญกับเรื่องแย่ ๆ ได้พบกับช่วงเวลาที่ดีหลุดพ้นจากเรื่องร้าย เข้าสู่วันใหม่ ในวันเริ่มพุทธศักราชใหม่ 2569 นี้.

*****************
ทีมสตรีเดลินิวส์