ทั้งนี้… “ปี 2569 เป็นปีมะเมีย ธาตุไฟ พลังงานจรประจำปีได้โคจรมาสู่จุดที่แข็งแกร่งที่สุด หรือตำแหน่งตี้อ๋วง ของดวงเมืองไทย พลังอำนาจและความเชื่อมั่นของประเทศพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบหลายสิบปี เป็นความรู้สึกว่าทุกสิ่งเป็นไปได้แต่พลังไฟที่เข้ามาเป็นธาตุเดียวกับดวงเมือง… สภาวะนี้อาจนำสู่การตัดสินใจที่ขาดการไตร่ตรอง…
อาจนำไปสู่ความมั่นใจที่ผิดพลาด…
เสี่ยงถูกเอาเปรียบ–ถูกหักหลังได้ง่าย”

อ.มาศ เคหาสน์ธรรม
…นี่เป็นภาพกว้าง ๆ “ดวงไทย ปี 2569” และ อ.มาศ ก็ยังได้ทำนายทายทักแจกแจงผ่านมาทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” โดยสังเขปนั้นมีว่า… ปีใหม่ 2569 สำหรับไทยต้องเป็นปีแห่งการควบคุมพลัง ที่มีอยู่แล้วมหาศาล… “คำถามสำคัญคือ ผู้จะมาเป็นผู้นำรัฐบาลคนใหม่จะสามารถใช้สติปัญญา ความสุขุมเยือกเย็น เป็นผู้ขี่ม้าที่ชาญฉลาดเพื่อควบคุมอาชาเพลิงที่ทรงพลังที่สุดตัวนี้ให้นำพาประเทศไปสู่ความรุ่งเรือง หรือจะปล่อยให้มันพยศจนแผดเผาทุกสิ่ง รวมทั้งตัวมันเอง”
ทั้งนี้ พลังงานธาตุไฟที่เริ่มต้นในปี 2568 เดินทางมาถึงจุดสูงสุดในปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด!! เนื่องจากดวงเมืองไทยไม่ต้องการธาตุไฟมาเพิ่มเติม พลังงานไฟที่โถมเข้ามาจึงมีแนวโน้มที่จะกดทับดวงเมือง และด้วยพลังงานที่เป็นทั้งปี่เกย (มิตร) และเกี๊ยบไช้ (คู่แข่ง) จะทำให้บรรยากาศโดยรวมเปรียบเสมือนโรงละครขนาดใหญ่ที่สาดส่องด้วยแสงไฟเจิดจ้า บนเวทีทุกคนแสดงบทบาทมิตรที่ยิ้มแย้มให้กัน แต่ในเงาที่ทอดยาวอยู่เบื้องหลังคือบทบาทคู่แข่งที่กำลังชิงไหวชิงพริบกันรุนแรง… “สถานการณ์จะเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ทั้งระดับประเทศ จนถึงระดับบุคคลทั่วไป”
อย่างไรก็ตาม แต่ธรรมชาติของแสงไฟคือการเปิดเผย ในที่สุดเปลวไฟแห่งปีจะแผดเผาและสาดส่องเข้าไปในทุกมุมมืด บังคับให้ทุกสิ่งที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมต้องปรากฏออกมา ดังนั้น ในสภาวะที่ยังแยกมิตรและศัตรูได้ยาก “ความจริงใจและความโปร่งใสจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด การทำสิ่งใดอย่างตรงไปตรงมา และการเก็บหลักฐานต่าง ๆ ไว้ให้ดี เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเมื่อม่านการแสดงถูกกระชากลง ผู้ที่ถือความจริงเท่านั้นจึงจะได้รับชัยชนะ”

จากภาพรวม… อ.มาศ ยังทายทัก “ดวงไทย ปี 2569” โดยโฟกัสส่วนต่าง ๆ โดยบอกว่า… สภาวะการเมือง พลังที่ร้อนแรงของปี 2569 จะส่งอิทธิพลโดยตรงต่อเวทีการเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเลือกตั้งใหม่ต้นปี… “จะได้เห็นปรากฏการณ์ผู้ที่เคยถูกมองว่าอ่อนด้อยเป็นรองกลับแข็งแกร่งขึ้นมาได้อย่างน่าทึ่ง ขณะที่ผู้ที่เป็นต่ออาจกลับกลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ” การเปลี่ยนผ่านในรอบนี้มีแนวโน้มว่า “คนหน้าใหม่” นั้นจะ “เข้ามามีบทบาทสำคัญจำนวนมาก” แต่กระนั้น…แม้จะมาพร้อมความมั่นใจและแรงสนับสนุนที่เต็มเปี่ยม แต่ก็อาจขาดประสบการณ์ในการบริหาร ทำให้ต้องใช้เวลาปรับตัวอย่างมาก ท่ามกลางความท้าทายใหม่ ๆ ซึ่ง…“หลังเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลก็จะไม่ใช่เรื่องง่าย??”
สำหรับ สภาวะเศรษฐกิจ นั้น รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญความท้าทายระดับมหภาคที่หนักหน่วง จากทั้งเศรษฐกิจโลก-การเมืองโลก ที่ปั่นป่วนถึงขีดสุด ซึ่งรัฐบาลไทยต้องรับมือคู่แข่งการค้าใหม่ ๆ และต้องวางตัวให้ชาญฉลาดท่ามกลางภาวะสงครามความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ชัดเจนและรุนแรงขึ้น ไม่เช่นนั้น “อาจเกิดวิกฤติเศรษฐกิจจากปัจจัยภายนอก??”
ส่วน สภาวะสังคม ในปีใหม่ 2569 ก็ต้องประคองกันให้ดี พลังงานที่ร้อนแรงของปีจะส่งผลให้บรรยากาศโดยรวม มีความเปราะบางทางอารมณ์สูง ความเครียดเศรษฐกิจทำให้… “ความอดทนอดกลั้นของผู้คนลดน้อยลง ความขัดแย้งในประเด็นต่าง ๆ ปะทุง่าย” โดยข้อมูลออนไลน์ที่ขาดการตรวจสอบเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี พลังธาตุไฟของปีจะกระตุ้นอารมณ์ให้แพร่กระจายรวดเร็ว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อพิพาททางกฎหมาย เช่น หมิ่นประมาท จากความคิดเห็นที่ขาดการไตร่ตรอง ขณะที่… “การเมืองก็จะทำให้สังคมไทยยิ่งเปราะบางความขัดแย้ง การโต้เถียงทางการเมือง จะมีความรุนแรง จากความมั่นใจของกลุ่มผู้สนับสนุนแต่ละฝ่าย” ดังนั้น ประชาชนต้องเสพข่าวสารอย่างมีสติและระมัดระวังอารมณ์ร่วมให้มากเป็นพิเศษ ซึ่งการเปิดใจรับฟังความเห็นต่าง และมองในมุมผู้อื่นบ้าง คือกุญแจสำคัญทำให้สังคมผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางไปได้
ทั้งนี้ อ.มาศ สะท้อนคำทายทัก “ดวงไทย ปี 2569” ผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาด้วยว่า… “สิ่งสำคัญในปีใหม่ 2569” นี้คือ “การเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นการเติบโต ไปสู่การตั้งรับอย่างมีกลยุทธ์” ซึ่งหัวใจสำคัญ เช่น ความรัดกุมทางการเงิน…สำหรับประชาชน ความรอบคอบในการดำเนินธุรกิจ…สำหรับผู้ประกอบการ วุฒิภาวะทางอารมณ์ในการเสพสื่อ…สำหรับสังคมโดยรวม การให้ความสำคัญกับการประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านพ้นปีที่ท้าทายได้อย่างมั่นคง…โดยเฉพาะฝ่ายการเมือง
“ในปี 2569 คือปีแห่งการปรับตัว ตั้งรับ และประคองตัวอย่างแท้จริง จำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยต้องวางนโยบายทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ให้สมดุลและรอบคอบที่สุด ถ้าสามารถประคับประคองประเทศให้ผ่านพ้นปีที่ร้อนแรงนี้ไปได้ สถานการณ์ต่าง ๆ ก็จะเริ่มคลี่คลายดีขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2570” …นี่เป็นคำทายทัก “ปีอาชาเพลิง” 2569
คนไทยภาคส่วนต่าง ๆ “ต้องสู้กันต่อ”
สู้ไป “แล้วก็ลุ้นกันไปกับรัฐบาลใหม่”
ลุ้น “จะมีผู้นำคุมพยศอาชาเพลิง??”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



