ทั้งนี้ นอกจากอัตราเด็กเกิดใหม่ในไทยจะลดลงต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายปีแล้ว ในมุมของผู้ที่จะ “มีบุตร” ก็ยังพบ “ความท้าทายสำคัญ” อีกเรื่องหนึ่ง จาก “การตั้งครรภ์ที่ซับซ้อน”ที่ระยะหลัง ๆ เริ่ม “เกิดปัญหาชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ”กับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ในทุกช่วงวัย…ตั้งแต่หญิงไทยที่จะเป็นคุณแม่วัยรุ่น ไปจนถึงคุณแม่วัยอาวุโสแล้ว ซึ่ง “จำเป็นอย่างยิ่งที่สังคมไทยต้องสนใจปัญหานี้”พราะ “อาจส่งผลร้ายต่อเด็ก”รวมถึงแม่ที่ตั้งครรภ์…

นี่ก็ “ต้องมีแนวทางรับมือแต่เนิ่น ๆ”

ต้องลดเสี่ยงกรณี “ตั้งครรภ์ซับซ้อน!!”

กรณี “ปัญหาตั้งครรภ์ซับซ้อน” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล นี่ก็เป็น “อีกโจทย์สำคัญที่ท้าทายประเทศไทย” ท่ามกลางวิกฤติที่ขนาบ 2 ข้าง คือ “เด็กเกิดใหม่ลดลง” และ “สึนามิสูงวัย” โดยกรณีนี้เรื่องนี้มีข้อมูลโดย ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เผยแพร่ไว้ทาง เฟซบุ๊ก CMGrama ที่ให้ข้อมูลไว้ว่า… จากการลงพื้นที่ของศูนย์จีโนมฯ เพื่อนำเสนอ โครงการตรวจ NIPT ที่เป็นการ ตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดมารดา ให้หญิงไทย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้การสนับสนุนของ สปสช. ทำให้มีโอกาสฟังเสียงสะท้อนจากสูตินรีแพทย์ทั่วประเทศ ที่นำสู่ ข้อค้นพบน่ากังวล คือ มีหญิงตั้งครรภ์ลดลง แต่ความซับซ้อนการดูแลครรภ์กลับเพิ่มขึ้น…

ที่ “มิใช่พบแค่หญิงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”

แต่ “เกิดกับหญิงตั้งครรภ์ทุกช่วงวัย!!”

ข้อมูลโดยศูนย์จีโนมฯ ได้สะท้อนข้อกังวลนี้ไว้ว่า… มีรากฐานมาจากหลายปัญหาที่ซ้อนทับกันอยู่ คือทั้ง… 1.การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ที่พบว่าหญิงที่ตั้งครรภ์มีอายุมากขึ้นจากการที่หญิงยุคใหม่ตัดสินใจมีบุตรช้าลง ส่งผลให้ สัดส่วนหญิงตั้งครรภ์อายุเกิน 35 ปีเพิ่มขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของ “ภาวะโครโมโซมผิดปกติของทารก” รวมถึง “ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์” และ 2.การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ที่เผชิญความท้าทายในการเข้าถึงการฝากครรภ์ที่มีคุณภาพ จากปัจจัยสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่ง นำสู่ความเสี่ยง “ภาวะคลอดก่อนกำหนด” ทารกน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์

นอกจากนี้… 3.โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตเสื่อม โรคอ้วน โรคหัวใจ ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ที่ไม่เพียงส่งผลต่อผู้เป็นมารดา แต่ ทำให้การตั้งครรภ์ปกติกลายเป็น “ภาวะครรภ์เสี่ยงสูง” ได้ เช่น แม่เป็นเบาหวานที่คุมไม่ดีอาจนำสู่ “ความพิการแต่กำเนิดของทารก” แม่เป็นความดันโลหิตสูงเป็นชนวน “ภาวะครรภ์เป็นพิษที่อันตรายถึงชีวิต” ได้

อีกปัญหาที่ซ้อนทับ… 4.ผลกระทบวิถีชีวิตสมัยใหม่ เช่น แม่ทำงานออฟฟิศ ต้องนั่งเป็นเวลานาน รวมถึงภาวะเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดโรคกลุ่ม NCDs มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้สุขภาพพื้นฐานของหญิงก่อนตั้งครรภ์ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร เมื่อตั้งครรภ์ร่างกายต้องรับภาระหนักขึ้น “เพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ”ตลอดช่วงตั้งครรภ์

เหล่านี้คือโดยสังเขป “ปัจจัยสาเหตุ”

ที่นำสู่ “ปัญหาการตั้งครรภ์ซับซ้อน!!”

และข้อมูลในแหล่งดังกล่าวยังระบุถึง ปัจจัยร่วมอื่น ๆ ที่นำสู่กรณี “การตั้งครรภ์ที่ซับซ้อนขึ้น” อาทิ… เศรษฐกิจและค่านิยมที่เปลี่ยนไป ซึ่งภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรที่สูงขึ้น ทำให้หลายครอบครัวต้องวางแผนการเงินแบบรัดกุม หรือตัดสินใจมีบุตรช้าลง ขณะเดียวกันค่านิยมสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตในสายอาชีพ และการใช้ชีวิตอิสระ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การมีบุตรไม่ใช่เป้าหมายหลักของชีวิต ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวนี้ก็ ทำให้การตั้งครรภ์มักเกิดขึ้นในกลุ่มหญิงที่มีอายุมาก ทำให้ความเสี่ยงต่อ “ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์” ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น

อีกปัจจัย… ความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงบริการฝากครรภ์ ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เรื่องค่าใช้จ่าย แต่รวมถึงอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ เช่น หญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่ห่างไกล ที่ต้องเดินทางหลายชั่วโมงเพื่อพบแพทย์ อาจทำให้ขาดความต่อเนื่องในการดูแล ขณะที่บางกลุ่มขาดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการฝากครรภ์แต่เนิ่น ๆ จนเกิด “ภาวะเสี่ยงต่าง ๆ ขณะตั้งครรภ์” หรือ “ความผิดปกติของทารกไม่ถูกตรวจพบในระยะแรก” ซึ่งกว่าจะถูกวินิจฉัยก็อาจสายไป เพิ่มความเสี่ยงทั้งกับทารกและแม่

ทั้งนี้ ทาง ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มี “ข้อเสนอ” เพื่อลด “ปัญหาตั้งครรภ์ซับซ้อน”โดยได้ระบุไว้ว่า… ท่ามกลางความท้าทายที่เพิ่มขึ้น ควรสนับสนุนนโยบายตรวจ NIPT เป็นสิทธิประโยชน์แก่ผู้หญิงไทยทุกสิทธิด้านสุขภาพ โดยวิธีนี้มีข้อดีคือ… ช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติของครรภ์แต่เนิ่น ๆ ทำให้วางแผนได้ตั้งแต่ระยะแรก, ลดความจำเป็นต้องทำหัตถการเสี่ยงสูง เช่น เจาะน้ำคร่ำ ให้เหลือเพียงผู้มีผลเสี่ยงสูง, ลดภาระทางใจและเศรษฐกิจ ทำให้วางแผนแก้ไขได้ล่วงหน้า หรือแม้แต่ยุติตั้งครรภ์กรณีทารกมีความผิดปกติรุนแรง และ ควรเพิ่มระบบดูแลครรภ์ที่ยั่งยืน อาทิ… ส่งเสริมการดูแลก่อนตั้งครรภ์, สร้างระบบส่งต่อที่เข้มแข็งระหว่างโรงพยาบาล …เหล่านี้เป็น “อีกกรณีที่ไทยต้องใส่ใจ”

กรณี “ภัยเด็กไทยตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์”

ที่ก็อาจลดเด็กที่เป็นอนาคตชาติ!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์