พุธ 14 ม.ค.2569 เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 สายกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ที่กำลังแล่นผ่าน อ.สีคิ้ว นครราชสีมา ทำให้ตู้ที่ 1 กับ 2 พังยับและเกิดไฟไหม้ เสียชีวิตทันที 32 ศพ บาดเจ็บกว่า 65 ราย สาหัส 5-6 ราย ที่ต้องรอลุ้น ก็ขอให้ปลอดภัย เด็กอายุน้อยสุดไม่ถึง 2 ขวบ บุญคุ้มทำให้รอดชีวิต
พฤหัส 15 ม.ค.วันรุ่งขึ้น สื่อทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ จั่วหัว พระราม 2…อีกแล้ว โดยไม่ได้นัดหมาย โครงเหล็กติดตั้งสะพานร่วงหล่นในโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ช่วงเอกชัย–บ้านแพ้ว ทับรถ 2 คัน เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บ 2 ราย
ศุกร์ 16 ม.ค. เกิดเหตุถนนยุบห่างจากที่โครงเหล็กถล่ม 1 กม. รถปิกอัพตกลงไปหัวปักครึ่งคัน เดชะบุญไม่มีผู้เสียชีวิต เกิดเหตุ 3 วันซ้อน แต่ไม่ใช่โศกนาฏกรรมครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน
เหตุที่เกิดขึ้น แม้แต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ในหลวง–พระราชินี ก็ยังทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยกับโศกนาฏกรรมของแผ่นดิน ทรงรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์และทรงรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระราชานุเคราะห์ รวมทั้งพระราช ทานเงินช่วยเหลือรายละ 2 หมื่นบาทแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย
แล้วคนไทยทั่วไปจะรู้สึกรันทดและโกรธรุนแรงขนาดไหน ?!?
โศกนาฏกรรม 2 ครั้งข้างต้น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ ITD เป็นผู้รับเหมา ทั้งโครงการมอเตอร์เวย์พระราม 2 มีมูลค่า 18,759 ล้านบาท มีทั้งหมด 10 สัญญา สัญญาของ ITD 1,868 ล้านบาท ปลายปีที่แล้ว คานปูนในโครงการทางด่วนพิเศษพระราม 3-ดาวคะนองของ ITD 3 หมื่นกว่าล้าน ก็ถล่ม ตาย 5 ศพ บาดเจ็บกว่า 30 ราย
เหตุเกิดที่โคราช รวมแล้วจ่ายศพละ 1.7 ล้านบาท ชีวิตคนไทยแสนถูก มีค่าเท่ากับรถอเนกประสงค์ญี่ปุ่นแค่ 1 คัน ใครอยากได้เพิ่มต้องไปฟ้องร้องเอาเอง ท่ามกลางคำถามตัวโต ITD ได้งานอีก 7 สัญญาได้ยังไง หลังจากนั้น
กลับมาที่โศกนาฏกรรมซ้ำซากบนถนนพระราม 2 ตลอด 2 ทศวรรษ สังเวยแล้วกว่า 150 ศพ มีอุบัติเหตุใหญ่เล็กกว่า 2,000 ครั้ง บางสื่อเรียก ถนนมรณะ ฟังแล้วเราเจ็บปวด ไม่เป็นมงคลเลย ในฐานะครอบครัวที่ต้องใช้ถนนพระราม 2 เป็นปกติ ไม่เคยชาชิน ใครจะไปชินชากับชีวิตที่ต้องเสี่ยง (ตาย) ทุกวัน หลายครั้ง คือ หดหู่ กดดัน คับแค้นใจ จะว่า ชีวิตบัดซบ ก็ไม่ผิด ขณะทางเลือกน้อยนิด หากไม่ย้ายบ้านไปที่อื่น คนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกันหรอก
ใครควรต้องรับผิดชอบ “ชีวิตบัดซบ” ของประชาชนเยี่ยงนี้ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งยกเลิก 2 สัญญาของ ITD ทันที ต้องลงโทษผู้รับเหมา ก็ถูกต้อง แต่โครงการอีก 20% ที่เหลือล่ะ ควรต้องหาทางทำให้เสร็จโดยเร็ว คืนพระราม 2 กลับสู่สภาพปกติเสียที ยืดเวลาไม่มีกำหนด คือ นรกบนดินของคนเป็นแสนที่ต้องใช้ถนนเส้นนี้ทุกวัน ยังไม่นับความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่มากมายมหาศาล พอกับโครงการรัฐที่ถูกทิ้งร้างเป็นแสน ๆ ล้านโดยไร้คนรับผิดชอบ
ย้อนไปโศกนาฏกรรมที่เกิดกับตึก สตง.ถล่ม ครั้งแผ่นดินไหว 28 มี.ค. 2568 มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ศพ ผู้ก่อสร้างก็เป็น ITD ร่วมกับบริษัทจีนไชนา–เรลเวย์ 10 สตง. สรุป 4 สาเหตุล่าสุด (ที่อ่านไม่รู้เรื่อง) เท่าที่จับความได้ก็คือ เหล็กเส้นหนาต่ำกว่าเกณฑ์ แก้แบบหลายครั้ง ผนังคอนกรีตบางเกินรับแรงกระแทกไม่ได้ ใด ๆ จุดเริ่มโครงการ เกิดในยุค คสช.ภายใต้ รธน.ที่คุยโวนักหนา ปราบโกง แต่เป็นบุญของชาติที่คนไทย “ตาสว่าง” หน่วยงานที่ตรวจสอบการใช้เงินทุกกระทรวงดัน “ตึกถล่ม” ประจานการทุจริตคอร์รัปชันเสียเอง สวรรค์มีตาก็ไม่ผิด
สตง.ฟ้องบุคคลและนิติบุคคลไป 23 ราย แต่ไม่มี “บิ๊กเนม” ของ สตง. ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรัฐมนตรีที่อยู่เหนือกว่า ในเมื่อเมืองไทยมีแต่ วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด ไม่เหมือนญี่ปุ่น เกาหลี แค่รถไฟตกราง รัฐมนตรีหน้าบาง โค้งคำนับลาออกกันแล้ว ในประเทศนี้ รู้แต่ว่า พรรคไหน ๆ ก็อยากคุมคมนาคม กระทรวงเกรดเอ เพราะมีรัฐวิสาหกิจในสังกัดมากสุด มีแต่ “เมกะโปรเจกต์” ระดับพันล้านหมื่นล้านกระทั่งแสน ๆ ล้าน แค่ที่นักธุรกิจสุดทนมาแฉ จะได้โครงการก่อสร้างรัฐต้องเสียค่าหัวคิว 30-50% เงิน “สีเทา” มากขนาดไหน ลองคิดดู ใครคุมกระทรวงนี้ จึงมี “กระสุน” ตุนเยอะไปด้วย
การเมืองเก่า ๆ กับ “คอร์รัปชัน” แบบนี้แหละ ทุจริตเชิงนโยบายของจริง พรรคไหนเชี่ยวชาญหาเงินวิธีนี้ ดูไม่ยากหรอก อาทิตย์ 8 ก.พ. อย่าไปเลือกให้มาทำชีวิตพวกเราบัดซบ…กันอีกเลย.
ดาวประกายพรึก



