วันก่อน (24 มี.ค.) ไปนั่งฟัง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน พูดในงาน “Reunion วพม. 1-11” เกี่ยวกับวิกฤติตะวันออกกลาง กับสถานการณ์พลังงานไทย
นายประเสริฐบอกว่า การสู้รบครั้งนี้ส่งผลกระทบกับไทยและสังคมโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นบ่อน้ำมันแหล่งใหญ่ที่หล่อเลี้ยงประชากรโลก หนักสุดคือน้ำมันดีเซล ก่อนเกิดเหตุ (28 ก.พ.) ราคาอยู่ที่ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล จึงขายสบาย ๆ ลิตรละ 30 บาท เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเป็นบวก 2 พันล้านบาท แต่พอยิงกันช่วงแรกๆไม่มีปัญหา เพราะราคาขยับขึ้นแค่ 10% แต่ดีดขึ้นเรื่อยๆ ทำสถิติที่ 242 ดอลลาร์/บาร์เรล นายกรัฐมนตรีก็บอกให้ช่วยประชาชน จึงต้องเอาเงินกองทุนน้ำมันฯไปยันไว้ 26-27 บาท/ลิตร ส่วนเบนซิน 9.70 บาท/ลิตร ทำให้เงินไหลออกวันละกว่า 2,500 ล้านบาท
ทำไมไม่ลด “ภาษีสรรพสามิต” ยังลดไม่ได้ ถ้าลดภาษีตัวนี้ทำให้รายได้เข้ารัฐน้อยลง ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐบาลยังไม่มีอำนาจเต็ม ต้องรอให้มีคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ รวมทั้งการกู้เงิน ก็อยู่ในแผนการ แต่ต้องรอครม.ชุดใหม่มาอนุมัติ ดังนั้นกองทุนน้ำมันฯ จึงต้องแบกรับเต็มๆไปก่อน ส่วนราคาจะขยับไปถึงไหน ยังตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
น้ำมันหายไปไหน? ได้เรียก 6 โรงกลั่นฯมาถาม เขาบอกว่าเดินเครื่องเต็มที่ 110% เก็บน้ำมันสำรองไว้ตามเกณฑ์ กรมธุรกิจพลังงานไปเช็กสต๊อกอยู่ตลอด! ไปเช็กเมื่อไหร่ต้องมี! แต่การใช้น้ำมันมีเพิ่มขึ้น
ปี 68-ม.ค.69 ใช้น้ำมันดีเซลวันละ 67-70 ล้านลิตร แต่พอ 1-15 มี.ค.69 พุ่งขึ้น 84 ล้านลิตร บางวัน 100 ล้านลิตร บางวัน 79 ล้านลิตร เพราะไม่มีขาย ส่วนกำลังการผลิต 6 โรงกลั่นฯรวมกัน 75-77 ล้านลิตร/วัน
น้ำมันหายไปไหน? 1.จำเป็นต้องส่งออกน้ำมันดีเซลไปลาว–เมียนมา สองประเทศรวมกันประมาณ 6 ล้านลิตร/วัน เพราะไทยซื้อไฟฟ้าจากลาว วันละ 7,000-8,000 เมกะวัตต์ ซื้อก๊าซจากเมียนมาวันละ 600-700 ล้านลูกบาศก์ฟุต ถ้าลาว–เมียนมาไม่ขายไฟ–ก๊าซให้ไทย เราจะอาการหนักมากกว่าปัญหาน้ำมัน
2.เติมใส่รถยนต์ในประเทศ 10 ล้านคัน รถจยย. 20 ล้านคัน ที่เหลือเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง-ขนส่ง-ประมง คงสำรองน้ำมันไว้ใช้นานขึ้น จากปกติ 3 วัน ขยับไปเป็น 10-20 วัน สำรองไว้ใช้ ไม่ใช่กักตุน
3.มีน้ำมันเถื่อน มีการลักลอบขนน้ำมันหรือไม่? ปั๊มภาคใต้ใช้น้ำมันมากกว่าปกติ ตรงนี้น่าสงสัย! เพราะที่ผ่านมาน้ำมันมาเลย์ลิตรละ 22 บาท ฝั่งไทยลิตรละ 30 บาท แต่หลังจาก 28 ก.พ.69 ราคาน้ำมันมาเลย์แพงกว่าไทย ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือมาเลย์ 39 บาท ไทย 31-33 บาท
4.ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเหมือนกัน ปกติน้ำมันในตลาดค้าส่ง (จ็อบเบอร์) ถูกกว่าค้าปลีกในปั๊มลิตรละประมาณ 1 บาท แต่ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา น้ำมันในตลาดค้าส่ง พุ่งไปลิตรละ 40-50 บาท แพงกว่าค้าปลีก ทำให้รถบรรทุก รถไถ ต้องออกมาแย่งกันเติมในปั๊ม หัวจ่ายจึงไม่พอ น้ำมันก็ไม่พอ
ปัจจุบันได้คลายกฎเกณฑ์สำรองน้ำมัน เพื่อให้น้ำมันกระจายไปทั่วประเทศ ส่วนกระทรวงพลังงาน-มหาดไทย-ดีเอสไอ ปูพรมตรวจโรงกลั่นฯ-คลัง-รถขนน้ำมัน ขนไปไหน จำนวนเท่าไหร่ ขายปลายวันเหลือเท่าไหร่ ทั้งปั๊มมีแบรนด์-ไม่มีแบรนด์ กว่า 2 หมื่นแห่ง ที่ไหนไม่มีน้ำมันบอกมา จะหาน้ำมันไปให้
“กระบวนการเหล่านี้ ต้องเคลียร์จบก่อน 1 เม.ย.นี้ แต่ถ้ายังไม่จบ! ใกล้สงกรานต์ ประชาชนไม่มีน้ำมันเติมกลับบ้าน อาจจะต้องลาป่วย” ปลัดกระทรวงพลังงาน ว่าอย่างนั้น!!.
พยัคฆ์น้อย



