โลกสีสวย สุดสัปดาห์นี้ ยินดีต้อนรับ หมวยเล็กดลพร แทนบุญไพรัช อินฟลูเอนเซอร์สาวเจ้าของฉายา หน้าสวยหุ่นโหด มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษ

หมวยเล็ก เป็นอีกหนึ่งสาวที่ชีวิตของเธอน่าสนใจอย่างมาก หลังผันตัวจากสาวสวยสุดคิวต์ จากนางฟ้าบนเครื่องบินมาเป็นนักเพาะกายระดับทีมชาติ และเทรนเนอร์หุ่นสวยในปัจจุบัน

วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ หมวยเล็ก ในแง่มุมที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก รวมทั้งจะพาไปล้วงเอาเคล็ดลับที่ทำให้เธอกลายเป็นสาวหน้าดิสนีย์บอดีมาร์เวลอย่างที่เห็นอีกด้วย งานนี้ใครอยากหุ่นดี สุขภาพดี พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง…

“สวัสดีค่ะ ดลพร แทนบุญไพรัช ชื่อเล่นหมวยเล็กค่ะ ปีนี้ก็อายุ 32 ปีค่ะ ถ้าตามสายตาคนภายนอกจะมองว่า หมวยเป็นคนร่าเริงสดใส แต่ถ้าให้อธิบายตัวเองหมวยจะเป็นคนที่จริงจัง จริงจังกับทุกเรื่องที่ทำ และมีเหตุผลในการทำทุกอย่างเสมอค่ะ” 

“ตอนเด็ก ๆ หมวยไม่มีพื้นฐานเรื่องการออกกำลังกายเลย จะเป็นคนรักสวยรักงามมากกว่า จะชอบเรื่องแต่งตัว ทำหน้า และก็เป็นสายประกวดด้วย ความฝันของหมวยคือการเป็นนางงามค่ะ ตอนอายุประมาณ 15 ก็เริ่มขึ้นเวทีประกวด เริ่มจากของ ยูทิป เฟรชชี ไอดอล ที่ตอนนั้น พี่เต้ย
จรินทร์พร ได้ตำแหน่งไป”

“หลังจากนั้นก็จะไปประกวดมิสทีนไทยแลนด์ ในช่วงเรียนอยู่ ม.6 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย และเป็นปีที่น้ำท่วมใหญ่พอดี หมวยได้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย แต่ก็สละสิทธิ์ไปเพราะจากเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้มีการเลื่อนสอบเข้ามาใกล้ ๆ กับช่วงที่มีการประกวด หมวยก็เลยต้องเลือกโฟกัสที่การสอบก่อนค่ะ”

“เริ่มจากการเข้ารอบ 15 คนสุดท้ายของการประกวด ยูทิป เฟรชชี ไอดอล ทำให้ หมวย มีโอกาสได้เข้าสู่วงการบันเทิง โดยจะมีทั้งงานถ่ายแบบ งานโฆษณา และถ่ายแบบลงนิตยสาร รวมทั้งได้ทำงานพิธีกรที่ช่อง 9 ด้วย ซึ่ง หมวย จะทำงานควบคู่กับการเรียนมหาวิทยาลัยมาตลอด นอกจากนี้ หมวย ยังเป็นบล็อกเกอร์ รับรีวิวสินค้าด้วย แต่ไม่ได้ทำต่อเนื่องค่ะ”

“หลายคนมักจะทักว่า หมวย เป็นคนพูดจามีเสน่ห์ น้ำเสียงน่าฟัง น่าจะเหมาะกับงานแอร์โฮสเตส และงานนี้ก็ต้องใช้บุคลิกภายนอกที่ดูดี รวมทั้งเป็นงานบริการที่เราชอบอยู่แล้ว และเราก็เรียนจบเอกภาษาอังกฤษมาด้วย ซึ่งถือว่าตรงสายก็เลยตัดสินใจไปสอบแอร์ฯ และก็ติด 2 ที่ โดย หมวยเริ่มทำที่ไทยสไมล์ 1 ปี และย้ายไปทำที่นกแอร์อีก 6 ปีค่ะ”

“มันเริ่มต้นจากการทำงานเป็นแอร์โฮสเตสนี่แหละค่ะ สมัยก่อนหมวย ก็เป็นสายปาร์ตี้ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงตามวัยของเราในตอนนั้น เป็นสาววัย 20 ต้น ๆ ซึ่งเริ่มมีอาชีพการงานที่มั่นคง ก็ทั้งดื่มทั้งกินเต็มที่ แต่มันมาแจ๊กพอตแตกเอาตอนอายุ 25 หรือหลังจากที่เป็นแอร์ฯ ได้ 4 ปี”

“ตอนนั้นรู้สึกว่า ตัวเองมีปัญหามากขึ้น จากที่เคยเป็นเด็กแข็งแรง ก็เริ่มเป็นภูมิแพ้ มีผื่นขึ้นตามตัว หรือเมื่อนอนไม่พอร่างกายก็จะเบลอจะล้าไปเลย เรียกว่า 3 เดือนต้องเข้าโรงพยาบาลสักครั้ง ต้องพกยาตลอด มันทำให้เราเริ่มไม่ชอบตัวเอง ผิวพรรณหน้าตาก็ไม่สดใส นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากออกกำลังกาย โดยเป้าหมายแรกในการเข้ายิมของหมวยตอนนั้นก็คือการมีสุขภาพดี ไม่ได้หวังว่า ตัวเองจะต้องหุ่นสวยอะไรเลย”

“หลังจากยกเวตไปเรื่อย ๆ ได้ราว 3 เดือน เทรนเนอร์ของหมวย ซึ่งเคยเพาะกายมาก่อน ก็มาชวนให้หมวยลองไปประกวดดู เราก็เลยสนใจเพราะเคยมีประสบการณ์ด้านการประกวดมาก่อนแล้ว แค่ยังไม่เคยใส่บิกินี ทาสี ทาน้ำมันบนตัว และขึ้นไปยืนเบ่งกล้ามบนเวทีเท่านั้น”

“จากนั้น หมวย ก็ตัดสินใจลงประกวดเวทีแรกเลย หลังเวตมาได้แค่ 3 เดือน ซึ่งก็ต้องบอกว่า เน้นเข้าร่วมไม่ได้เน้นเข้ารอบค่ะ และพอได้เข้าร่วมประกวดจริง ๆ ก็รู้สึกว่า มันสนุกเพราะมันมีรายละเอียดหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นการทาสีตัว การเลือกชุด และพอเราได้เป็นเห็นคนที่เค้ามีกล้ามจริง ๆ เราก็รู้สึกว่า มันเท่มาก มันสวย และเราก็อยากจะมีกล้ามแบบนั้นบ้าง”

“ทีนี้หลังกลับจากการประกวด หมวย ก็รู้สึกว่า เรื่องสุขภาพถ้าออกกำลังกายไปเรื่อย ๆ มันจะดีขึ้นเองแน่นอน แต่ตอนนี้ฉันอยากมีร่องสิบเอ็ด อยากมีกล้าม อยากเป็นผู้หญิงที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม ถึงแม้ว่า เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว บ้านเราจะยังไม่ได้เปิดกว้างสำหรับการเป็นผู้หญิงเล่นกล้าม และการเป็นผู้หญิงจับเหล็กก็ตาม”

“เพาะกายเป็นกีฬาที่ตัดสินด้วยสายตาค่ะ โดยจะดูที่ความสมส่วน และองค์รวมของกล้ามเนื้อ แต่ละรุ่นก็จะมีรายละเอียด และขนาดของกล้ามเนื้อที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่นรุ่นของหมวยจะเป็นรุ่นโมเดล ซึ่งกล้ามจะไม่ได้ใหญ่เหมือนรุ่นสปอร์ต แต่จะดูสบายตา และมีความสมส่วน โดยกล้ามเนื้อช่วงบนก็จะต้องสมดุลกับกล้ามเนื้อก้น ต้องสมดุลกันทั้งตัว”

“นอกจากนี้ยังต้องดูเรื่องการพรีเซนเตชัน และการโพสท่าด้วย โดยตอนที่ หมวย ยังแข่งอยู่ในสมาพันธ์ของไทย มันก็จะมีท่าบังคับที่กรรมการใช้ตัดสินเรียกว่า ท่าสี่ทิศก็คือต้องโพสท่าสี่ด้านคือด้านหน้า หันซ้าย หันหลัง หันไปอีกด้านหนึ่ง และหันกลับมา ส่วนการพรีเซนเตชัน และการโพสอื่น ๆ ถ้านักกีฬาทำได้ดีคะแนนก็จะสูงตามไปด้วยค่ะ”

“สำหรับ หมวย เสน่ห์ของกีฬาเพาะกายก็คือการได้อยู่กับตัวเอง ได้ฝึกฝนให้เรามีวินัย หมวยเป็นคนที่ไม่มีวินัย และไม่มีพื้นฐานด้านกีฬามาก่อนเลย ที่บ้านไม่ได้ฝึกให้เราทำทุกอย่างเป็นขั้นตอน 1-2-3-4 เรียกว่า เป็นคนที่ใช้ชีวิตตามสบาย แต่พอมาเป็นนักกีฬาเพาะกาย เราต้องมีวินัยทั้งเรื่องการกิน การนอน ซึ่งทำให้เรากลายเป็นคนมีวินัย โดยเราสามารถนำมาปรับใช้ได้กับทุกอย่างทั้งเรื่องการทำงาน การเงิน ซึ่งจำเป็นต้องมีวินัยทั้งหมด”   

“หมวย ติดทีมชาติไทยครั้งแรกในปี 2023 ค่ะ โดยปกติแล้วหากเราอยากติดทีมชาติก็จะต้องผ่านการประกวดเวทีใหญ่ของสมาคมนั่นก็คือ มิสเตอร์ไทยแลนด์ ซึ่งจะมีการแข่งขันเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนเม.ย. แต่นักกีฬาที่จะลงแข่งในเวทีนี้ก็จะต้องผ่านการคัดเลือกจากเวทีเล็ก ๆ ในระดับภูมิภาคมาก่อนราว 4-5 เวที”

“สำหรับ หมวย เองก่อนจะได้ลงเวที มิสเตอร์ไทยแลนด์ และติดทีมชาติไทยในปี 2023 ก็ต้องผ่านการประกวดมาหลายเวที ทั้งในภาคอีสาน ทั้งที่พัทยา และที่อื่น ๆ ที่มีการประกวด ซึ่งจริง ๆ แล้วหนึ่งปีก่อนหน้านั้น หมวย ก็ลงประกวด แต่ไม่ได้แชมป์ และไม่ได้สิทธิเข้าประกวดในเวที มิสเตอร์ไทยแลนด์ ก็เลยต้องกลับไปสร้างกล้ามอีกหนึ่งปี และกลับมาประกวดอีกรอบ โดยคราวนี้ได้อันดับ 1 ของประเทศค่ะ”

“การติดทีมชาติไทยถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นในการเล่นเพาะกายของ หมวย และทำให้รู้สึกภูมิใจในตัวเอง รู้สึกว่า เราก็ทำได้เหมือนกันนะถ้าเราให้เวลากับมันจริง ๆ เพราะมันไม่มีหรอกค่ะที่เราจะสามารถสร้างกล้ามเนื้อสวย ๆ ได้ภายในเวลา 3 เดือน 6 เดือนในขณะที่คนอื่นใช้เวลากันเป็นปี อย่าง หมวย กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ใช้เวลาถึง 4 ปีเลยค่ะ”   

“สำหรับ หมวย ก็คือเวที มิสเตอร์ไทยแลนด์ ค่ะ เพราะเราได้เป็นอันดับ 1 ของประเทศ แต่หลังจากนั้น หมวย ก็ได้ลงแข่งในนามทีมชาติอีก 2 เวที นั่นคือชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อินโดนีเซีย และชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศเนปาล ซึ่ง หมวย คว้าที่ 1 มาได้ทั้ง 2 เวที ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นในปี 2023 โดย หมวย ติดทีมชาติเดือน เม.ย. และไปประกวดในช่วงเดือน พ.ค. และเดือนส.ค.”

“หลังจากได้แชมป์ประเทศไทย หมวย ก็หยุดแข่งไปหนึ่งปีเพราะต้องย้ายตามสามีจากกทม.มาอยู่ที่อุบลราชธานี นอกจากนี้ก็ยังต้องทำงานที่ร้านของตัวเองด้วย จนกระทั่งเมื่อปี 2024 หมวยจึงเริ่มกลับมาประกวดอีกครั้ง แต่ย้ายไปแข่งภายใต้สหพันธ์กีฬาเพาะกาย และฟิตเนสนานาชาติ หรือ IFBB แทน ถ้าถามความเห็น หมวย โดยส่วนตัวมองว่า เป็นเวทีที่ยากกว่ามากเพราะเราต้องสู้กับนักกีฬาจากทั่วโลก และต้องเดินทางไปแข่งทั้งใน และต่างประเทศ โดยในปีนั้นปีเดียว หมวย เดินทางไปแข่งถึง 7 เวทีจนกระทั่งได้รับโปรการ์ด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่่น่าภูมิใจมากที่สุดค่ะ”

“มันเริ่มต้นจากการที่ หมวย เริ่มมีเที่ยวบินน้อยลง ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของโควิด ก็เลยต้องเริ่มมองหาอาชีพที่ 2 ประกอบกับการที่เราอยากรู้รายละเอียดเรื่องการสร้างกล้ามเนื้อมากขึ้น ก็เลยตัดสินใจไปลงเรียนคอร์สเทรนเนอร์ที่สถาบัน FIT และไปสอบจนได้ใบประกาศนียบัตรมา แต่ หมวย ยังไม่ได้เปิดเทรนอย่างเต็มตัวนะคะเพราะอยากเอาความรู้ที่ได้มาลองใช้กับตัวเองก่อน ซึ่งระหว่างนั้นเราก็มีการโพสต์นั่นนี่ลงบนโซเชียลจนทำให้มีคนเข้ามาสอบถามกันเยอะ แต่เราก็จะโพสต์ให้ความรู้ไปมากกว่า โดยยังไม่ได้เปิดรับเทรนจริงจังค่ะ” 

“เริ่มแรกเอาแบบยังไม่ต้องรู้อะไรเยอะ คุณต้องปรับแนวคิด ปรับทัศนคติในเรื่องการดูแลตัวเองก่อนเลย เพราะวิธีการลดน้ำหนักมันมีเยอะอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำ IF การกินคีโต หรือ โลว์คาร์บ ซึ่งสามารถค้นหาบนอินเทอร์เน็ตได้เลย แต่อุปสรรคสำคัญของการออกกำลังกายที่ทำให้คนเราไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายก็คือวิธีคิด บางคนมองว่า การออกกำลังกายคือการทรมาน การชดใช้กรรม ซึ่งมันทำให้เราไม่อยากออกกำลังกาย”

“แต่ถ้าปรับวิธีคิด และมองว่า เราจะได้อะไรจากการออกกำลังกาย นอกจากเราจะดูดีขึ้นแล้ว เรายังจะไม่มีโรค ไม่เป็นภาระของคนอื่นด้วย แถมเมื่อเราดูดีแล้ว เรายังสามารถนำไปต่อยอดทำเป็นอาชีพ และไปทำอย่างอื่นได้อีกหลายอย่าง ส่วนเรื่องอาหารก็ต้องปรับเช่นกัน บางคนเห็นของที่ หมวย กินแล้วถามว่า ไม่ทุกข์บ้างเหรอ ก็ต้องบอกว่า ถ้าเลือกได้ หมวย ก็อยากกินครัวซองต์เยอะ ๆ แต่ในความเป็นจริงมันทำไม่ได้ ก็เลยต้องปรับแนวคิดว่า ถึงแม้อาหารที่เรากินมันอาจจะอร่อยน้อยหน่อย แต่เราก็รู้สึกดีที่ได้ดูแลตัวเอง และมันก็เป็นวิธีการบอกรักตัวเองอย่างหนึ่งของหมวยด้วย”     

“ใครสนใจก็สามารถทักมาทางอินบ็อกซ์ได้เลยค่ะทั้งทาง FB : Donlaporn Tanbunpairuch, TikTok : Muaylekml หรือ ทางไลน์ส่วนตัว muaylekm โดย หมวย จะเป็นคนตอบเองทั้งหมด แต่บอกก่อนว่า หมวย ไม่ได้รับเทรนทุกคนนะคะ แต่จะเลือกเฉพาะคนที่คุยกันแล้วเข้าใจในแนวทางของหมวย ประเภทโยนโจทย์มาให้ว่า พี่หนูขอลด 10 กก.ในหนึ่งเดือน ก็ต้องขอเชิญทางอื่นก่อนเลยค่ะ (หัวเราะ) ถามว่า ทำให้ได้ไหม ก็ทำได้ แต่พี่จะเกลียดชีวิตตัวเอง และจะทำได้ไม่ยั่งยืนค่ะ”   

“หมวย มองว่าหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือการลงทุนให้กับตัวเอง เรื่องสุขภาพบางครั้งเราอาจจะมองข้ามไป แต่ หมวย อยากให้มองว่า การลงทุนกับตัวเองด้วยการออกกำลังกาย การกินดี นอนดี มันจะช่วยทำเงินให้เราได้ในระยะยาว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ พอเราคิดได้แบบนี้ เราก็จะเห็นว่า การออกกำลังกาย หรือการกินดีเป็นเรื่องสำคัญที่เราจำเป็นต้องทำ หากคิดได้แบบนี้การจะมีหุ่นดี สุขภาพดี มันก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ”.

ชื่อ : ดลพร แทนบุญไพรัช

ชื่อเล่น : หมวยเล็ก

วันเกิด : 15 มี.. 2537

ภูมิลำเนา : เกิด กทม. แต่ย้ายมาอยู่อุบลฯ

กรุ๊ปเลือด : O

การศึกษา : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ

อาหารโปรด : สเต๊กเนื้อ อาหารญี่ปุ่น อาหารไทย

งานอดิเรก : ประกวดเพาะกาย/ รับรีวิวสายสุขภาพ

ช่องทางการติดตาม : FB : Donlaporn Tanbunpairuch, LINE :
muaylekm, TT : Muaylekml
หรือพิมพ์ หน้าสวยหุ่นโหด