มีบทเฉลยแล้ว ทำไม “พรรคประชาชน” ถึงขอใช้คำร้องของพรรค ในการยื่นศาล รธน. ขอให้ตีความ “พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ทั้งที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ออกมาเคลื่อนไหวก่อน โดยบอกว่าร่างคำร้องไว้แล้ว รอเพียงรอพรรคฝ่ายค้านร่วมลงชื่อ เพราะต้องใช้เสียง สส. 100 คน หรือ 1 ใน 5 ของสภา
“น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล” สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการ รวบรวมรายชื่อ สส. เพื่อยื่นต่อศาล รธน. ให้ตีความการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า กำลังรวบรวมอยู่ เพราะร่าง พ.ร.ก.เพิ่งจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษา หากเราลงชื่อกันก่อนหน้านี้ก็ จะผิดกระบวนการ แต่มั่นใจว่าได้รายชื่อครบแน่นอน
เมื่อถามว่า มั่นใจว่าศาล รธน. จะรับคำร้องหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ศาลน่าจะ ต้องรับคำร้องอยู่แล้ว ทั้งนี้ ประชาชนที่ กำลังรอการเยียวยา ก็ไม่ต้องกังวล เพราะกระบวนการที่เรายื่นคำร้องให้ศาลตีความ จะไม่ได้ระงับยับยั้ง การใช้เงินตาม พ.ร.ก. รัฐบาล สามารถเดินหน้ากู้ได้
อะไรที่มองว่าไม่ผิด ก็สามารถทำได้ การยื่นศาล รธน.ของพรรคประชาชน จะมีผลยับยั้งแค่ การลงมติของสภาเท่านั้น และ พ.ร.ก.ยังมีผลบังคับใช้ได้ แม้จะยังไม่มีเสียงเห็นชอบจากสภา
เมื่อถามว่า รัฐบาลยังดำเนิน โครงการคนละครึ่ง ต่อได้ใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ใช่ เราไม่ได้ร้องในส่วนโครงการเยียวยา ที่รัฐบาลจะนำมาทำคนละครึ่ง ส่วนที่พรรคประชาชนยื่นคำร้อง คือ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งรัฐบาลบอกว่าจะทยอยกู้ โดยที่ก้อนแรก เป็นการเยียวยา
อ่านความเห็นของ แกนนำพรรคสีส้ม ต้องยอมรับว่า ไม่ได้มุ่งเล่นการเมือง อะไรที่เป็น การช่วยเหลือชาวบ้าน ก็ไม่ได้ขัดขวาง ถ้าเป็นบางพรรคอาจหวัง ดิสเครดิตรัฐบาล ไม่ต้องการให้ฝ่ายบริหารมีผลงาน คิดแต่ประโยชน์ทางการเมือง
ส่วนหนึ่ง ที่อยู่ในรายละเอียด ของ พ.ร.ก.เงินกู้คือ โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ช่วยเหลือค่าครองชีพรูปแบบใหม่ที่รวมสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ คนละครึ่งเข้าด้วยกัน โดยมีแผนเปิดลงทะเบียนใหม่ทั้ง 2 ระบบพร้อมกัน วันที่ 25 พ.ค. 69 ก่อนเริ่มใช้สิทธิจริงวันที่ 1 มิ.ย.นี้ก็เดินหน้าต่อได้ ไม่สะดุดหยุดลง เพราะต้องยอมรับ มีประชาชนจำนวนหนึ่ง รอคอยการช่วยเหลือภาครัฐ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง แจกแจงรายละเอียด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยระบุว่า จะแบ่งการดำเนินงาน ออกเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนละ 2 แสนล้านบาท โดยส่วนแรก จะใช้เพื่อการเยียวยา และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และผู้ประกอบการ กลุ่มเปราะบางโดยตรง
ส่วนที่สองจะ ใช้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ไปสู่การใช้พลังงานทดแทน และพลังงานสะอาด เพื่อลดความเปราะบางจาก การพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ จากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย ของประชาชนในระยะยาว และป้องกันไม่ให้ เกิดวิกฤติซ้ำรอย
ด้าน “นายกรณ์ จาติกวณิช” สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณียื่นตีความ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท หลังรัฐบาลระบุว่าต้องการเงิน เพื่อใช้ในโครงการคนละครึ่ง ที่จะเริ่มวันที่ 1 มิ.ย.นี้นั้น มองว่ารัฐบาลมี
วิธีการหลายอย่าง
โดยเฉพาะการปฏิบัติตามสิ่งที่นายกฯ เคยแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หรือ ตามที่พรรคภูมิใจไทยเคยหาเสียงไว้ คือการใช้งบประมาณ วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท ที่สามารถออกเป็น พ.ร.บ. โอนงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้ ซึ่ง ไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก. ดังนั้น หากการยื่นตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน ทำให้ไม่สามารถใช้เงิน ในโครงการคนละครึ่ง วันที่ 1 มิ.ย.นี้ได้ เป็นสิ่งที่รัฐบาล ต้องบริหารจัดการและแก้ปัญหาเอง
เป็นการให้ความเห็นเหมือน ไม่ห่วงความต้องการ และ ความเดือดร้อนของชาวบ้าน เลยถูกมองว่า มุ่งประโยชน์การเมือง ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน.
“เขื่อนขันธ์”



