ทั้งนี้ ในอาคารหรือในห้องที่ไม่ได้ออกแบบให้ปลอดฝุ่น ก็ยังเสี่ยง “ฝุ่นพิษ” อยู่ดี โดยที่ “ห้องปลอดฝุ่น”นั้นเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเป็นยุคที่คนไทยต้องพยายามใช้ชีวิตในห้องหรืออาคารมากกว่าการออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้ง เพื่อเลี่ยงอันตราย-เลี่ยงผลกระทบจากฝุ่นพิษที่นับวันวิกฤติยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ…

เหตุนี้จึงมีการจัดทำ “คู่มือคำแนะนำ”

รวมถึง “แนวทางสร้างห้องปลอดฝุ่น”

เพื่อปรับใช้ “ให้ปลอดภัยจากฝุ่นพิษ”

เกี่ยวกับข้อมูลการ “สร้างห้องปลอดฝุ่น” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อ ณ ที่นี้ เป็นข้อมูลโดย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่จัดทำแนวทางคำแนะนำเรื่องนี้ไว้น่าสนใจ ดังนี้คือ… สถานการณ์ “ฝุ่นพิษ” ในไทยยังน่าเป็นห่วง ซึ่งหลายพื้นยังตรวจพบค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงมีคำเตือนถึงการอยู่นอกบ้านที่อาจไม่ปลอดภัย และแนะนำให้อยู่แต่ในอาคารหรือในห้องในช่วงที่ค่าฝุ่นสูงจนกระทบสุขภาพ อย่างไรก็ตาม แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าการอยู่ในบ้านหรือในห้องพักจะปลอดภัยจากฝุ่น 100% …ด้วยเหตุนี้จึงนำสู่การจัดทำ “คู่มือการทำห้องปลอดฝุ่น”ขึ้นมา

คู่มือที่จัดทำโดยกรมอนามัยเล่มนี้ ใช้ชื่อว่า… แนวทางทำห้องปลอดฝุ่นสำหรับบ้านเรือนและอาคารสาธารณะ”โดยแนวคิด “ห้องปลอดฝุ่น” ถือเป็น อีกหนึ่งมาตรการสาธารณสุขที่พัฒนาขึ้นเพื่อ “ลดการสัมผัสมลพิษทางอากาศ”

โดยมี “หลักการที่สำคัญ 4 ข้อ” ดังนี้

เริ่มจากป้องกันฝุ่นภายนอกเข้าไปในห้อง” โดยปิดช่องว่าง รอยรั่ว ที่ฝุ่นละอองจะสามารถเข้าได้ และก็ต้องดูแลบริเวณภายนอกไม่ให้เกิดการสะสมของฝุ่น เช่น อาจใช้วิธีปลูกต้นไม้ไว้รอบ ๆ อาคาร เพื่อดักฝุ่น, ป้องกันการเกิดฝุ่นภายในห้อง” โดยไม่ทำกิจกรรมใด ๆ ที่จะทำให้เกิดฝุ่นสะสมภายในห้อง เช่น จุดธูปเทียน สูบบุหรี่ ประกอบอาหาร เผาขยะ, ป้องกันฝุ่นสะสมตามผนังให้ได้มากที่สุด” รวมถึงตามวัสดุ อุปกรณ์ และพื้นผิวห้อง, กำจัดอนุภาคฝุ่นในห้องออกไป”ใช้เครื่องฟอกอากาศที่สามารถกรองฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นตัวช่วยในเรื่องนี้ …นี่เป็นข้อมูลที่มีการให้คำแนะนำไว้ในคู่มือเล่มนี้

เป็น “หัวใจสำคัญของห้องปลอดฝุ่น”

ขณะที่ “แนวทางในการสร้างห้องปลอดฝุ่น” นั้น ในคู่มือนี้ได้แนะนำไว้ดังต่อไปนี้คือ… เริ่มจาก “การเลือกห้อง” เพื่อกำหนดให้ห้องใดห้องหนึ่งภายในบ้านเป็นห้องปลอดฝุ่น โดยมีหลักพิจารณาในการเลือกคือ… ห่างจากแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น ถนน ลานจอดรถ พื้นที่ก่อสร้าง รวมถึงต้องไม่มีแหล่งกำเนิดฝุ่นควันในห้อง, เลือกห้องที่มีประตูหน้าต่างน้อย เพื่อลดโอกาสที่จะทำให้อากาศภายนอกเข้ามาในห้อง, ไม่มีวัสดุที่จะเป็นแหล่งสะสมฝุ่น เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน พรม เป็นต้น

การเตรียมห้อง”คำแนะนำคือคัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นหรือไม่ได้ใช้ออก เพราะเป็นแหล่งสะสมฝุ่น เช่น อุปกรณ์ชำรุดที่ใช้งานไม่ได้แล้ว หนังสือ-นิตยสารเก่า ๆ เป็นต้น, ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาด เฟอร์นิเจอร์ พื้น และซอกมุมต่าง ๆ เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง, ทำความสะอาดอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น พัดลม เครื่องปรับอากาศ แผ่นกรองอากาศ มุ้งลวด โดยไม่ควรใช้เครื่องดูดฝุ่น เนื่องจากอาจจะทำให้ฝุ่นที่สะสมอยู่บนเครื่องใช้ไฟฟ้าเกิดการฟุ้งกระจายในห้อง

ถัดมา “การควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นในห้อง”วิธีการง่าย ๆ ได้แก่… ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด หากมีช่องหรือรูที่อากาศภายนอกเข้าได้ก็ให้ปิดช่องหรือรูนั้นด้วยพลาสติกห่อหนังสือ เทปใส กระดาษกาว ปืนกาว ฟิวเจอร์บอร์ด เทปอะลูมิเนียม เพื่อป้องกันอากาศภายนอกไหลเข้าภายในห้อง, ไม่ทำกิจกรรมที่ก่อเกิดฝุ่นละอองในห้อง เช่น การจุดเทียน-จุดธูป การสูบบุหรี่, ทำความสะอาดทุกวัน โดยใช้ผ้าชุบน้ำแทนการใช้ไม้กวาด เพื่อไม่ให้ฝุ่นที่จับตัวบนวัสดุ พื้นผิว หรืออุปกรณ์ ฟุ้งกระจาย

ทั้งนี้ ในคู่มือยังแนะนำการใช้ “ตัวช่วย” อย่าง “เครื่องฟอกอากาศ”โดยแนะนำ “วิธีเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศ” ให้เกิดประสิทธิภาพไว้ว่า… ควรเลือกใช้เครื่องที่สามารถกรองฝุ่นได้ดี ควรมีขนาดการทำงานของเครื่องที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง เป็นต้น …นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำอื่น ๆ ที่ก็ต้องสนใจ อาทิ… ถ้าฝุ่นภายนอกไม่เกินค่ามาตรฐาน ไม่ใช่ระดับอันตราย ก็ควรเปิดหน้าต่างประตู เพื่อให้อากาศระบายบ้าง อีกทั้งยังช่วยเติมอากาศสะอาดเข้ามาไว้ในห้องด้วย

และเรื่อง “การรักษาดูแลห้องปลอดฝุ่น”นี่ในคู่มือดังกล่าวก็ยังได้แนะนำไว้อีก เช่น… ควรระบายอากาศในช่วงที่มีฝุ่นภายนอกต่ำ เช่น เวลาบ่าย เป็นเวลา 30-60 นาที, ควรทำความสะอาดห้องเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อลดการสะสมของฝุ่น, ไม่วางอุปกรณ์กรอง หรือเครื่องฟอกอากาศ ไว้บริเวณที่อากาศชื้น เช่น หน้าห้องน้ำ เพราะจะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อต่าง ๆ, ควรทำความสะอาดหน้ากากแผ่นกรองทุกเดือน และล้างอย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง, ตรวจสอบแผ่นกรองทุกเดือนในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง โดยเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด หรือเปลี่ยนทันทีหากสังเกตเห็นว่ามีฝุ่นจับตัวมากไป

เหล่านี้คือข้อมูลกรณี “ห้องปลอดฝุ่น”

ห้องที่ “คนไทยคงไม่เคยคิดว่าควรมี”

แต่ยุคนี้ “ยุคฝุ่นพิษมีได้ก็น่าจะมี”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์