ทั้งนี้ ยุคดอกเบี้ยเงินฝากต่ำติดดิน ยุคที่คนไทยสนใจออมเงินด้วยวิธีอื่น ๆ นอกเหนือจากฝากเงินเพื่อให้ได้ดอกเบี้ย ที่รวมถึง “ลงทุนผ่านหุ้น” ด้วย…การ “หลอกลวงโดยนำความเป็นอินฟลูเอนเซอร์มาเป็นตัวล่อ” เพื่อหลอกผ่านแพลตฟอร์มที่ตั้งขึ้นให้คนสนใจลงทุน เริ่ม มีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดย…
คนอยากลงทุนย่อม “อยากมีกำไรดี”
โดย “มิจฉาชีพก็ใช้จุดนี้เป็นโอกาส!!”

ศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช
กรณี “หลอกลงทุนหุ้น” ปัญหาดังกล่าวนี้ก็มี “มุมวิเคราะห์” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อ ณ ที่นี้ ซึ่งเป็นมุมวิเคราะห์โดย ศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช นักวิชาการ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ได้สะท้อน-ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ไว้น่าสนใจ โดยได้ระบุไว้ว่า… หลังจากมีเหยื่อถูกหลอกลงทุนหุ้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในไทยในระยะหลัง ๆ ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีแนวคิดจัดทำ “แผนกำกับดูแล” ดูแล“กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงินและการลงทุน”ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์ด้านนี้ “มีศัพท์เรียก”ว่า…
“ฟินฟลูเอนเซอร์ (Finfluencer)”
นักวิชาการท่านดังกล่าวสะท้อนถึงแนวคิด ก.ล.ต. ในการกำกับดูแล “ฟินฟลูเอนเซอร์” อินฟลูเอนเซอร์สายการเงินและลงทุน โดยระบุไว้ว่า… เชื่อว่าจะเป็นการประยุกต์จากหลักการเดิมที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่อาจทำให้ชัดขึ้น เพื่อแยกแยะบทบาทระหว่างการให้ข้อมูลและข้อเท็จจริง กับการให้คำแนะนำเพื่อการลงทุน ให้ชัดเจนเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะช่วยให้นักลงทุนรู้เท่าทันข้อมูล ตลอดจนลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ในช่วงที่ราคาสูง ๆ เพื่อ ลดโอกาส “ติดดอย” ให้นักลงทุนที่มีโอกาส “ติดกับดักมิจฉาชีพที่แฝงตัวในรูปแบบฟินฟลูเอนเซอร์”ที่กระทบกลุ่มฟินฟลูเอนเซอร์ดี ๆ ที่ตั้งใจสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้คน
ทาง ศ.ดร.อาณัติ นักวิชาการ มธ. ยังระบุไว้อีกว่า… ปัจจุบัน การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปที่ไม่ได้เจาะจงเพื่อทำให้เกิดการซื้อหรือขายหุ้น รวมถึงไม่ได้มีการรับเงินเพื่อโฆษณาเกี่ยวกับการลงทุนนั้น ตามกฎหมายจะไม่ต้องใช้ใบอนุญาต ขณะที่ การรับเงินมาเพื่อแนะนำการลงทุนแก่สาธารณะ หรือฟันธงเพื่อให้เกิดการซื้อขายหุ้นนั้น หากเป็นกรณีนี้จะต้องได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เสียก่อนจึงจะทำการรีวิวแนะนำได้ ทำให้ เชื่อว่า…แผนกำกับ “ฟินฟลูเอนเซอร์” ที่ ก.ล.ต. จะนำมาใช้ น่าจะยังอยู่ในหลักการนี้ และคงไม่ถึงขั้นต้องให้ “ฟินฟลูเอนเซอร์” สอบเพื่อทำใบอนุญาต
แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจควบคู่กันกับเรื่องนี้ก็คือ…แล้วกลุ่มที่กฎเกณฑ์การกำกับควบคุมไปไม่ถึงล่ะ…จะทำเช่นไร? อย่างเช่นกลุ่มที่ให้ข้อมูลตามเว็บบอร์ดซึ่งไม่ได้ถูกนับเป็นฟินฟลูเอนเซอร์ แต่ก็มีการแนะนำหุ้นหรือการลงทุนและอาจจะมีผลประโยชน์เบื้องหลังคอยชักใยอยู่ ซึ่งนี่ก็รวมถึงกลุ่มคนที่อ้างว่าไม่มีผลประโยชน์เบื้องหลัง และใช้การเปิดพอร์ตหุ้นให้ดูว่าได้กำไรจากหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งยังไม่ถูกขายออก เพื่อหวังสร้างความฮือฮาจนเป็นกระแส เพื่อให้มีคนซื้อตาม ซึ่ง ถ้าเป็นการแบ่งปันข้อมูลอย่างถูกต้อง ก็คงไม่มีอะไร แต่ถ้ามีผลประโยชน์แฝงอยู่เบื้องหลังของเนื้อหาที่รีวิว หรือคอนเทนต์นั้น ๆ กรณีนี้ก็นับเป็นเรื่อง “น่าเป็นห่วง–น่ากังวล” เพราะถือว่ามีเจตนา “บิดเบือนตลาด”

นักวิชาการท่านเดิมยังขยายความไว้ว่า… ถ้ามองจากกรณีหุ้น GameStop ของสหรัฐ ก็เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในไทยได้เช่นกัน การที่นักลงทุน นำพอร์ตมาโชว์เพื่อทำให้เกิดกระแสสนใจจนมีคนสนใจซื้อหุ้นตาม กรณีนี้จึงน่าห่วง เพราะไม่ได้เป็นการซื้อขายตามข้อเท็จจริงและสภาพจริง ๆ แต่เกิดจากการ “ปั่นกระแสเพื่อหวังผล” ดังนั้นประเด็นนี้ก็ ควรมีการควบคุมในระดับหนึ่งด้วย โดยคนที่โชว์พอร์ตส่วนใหญ่จะโชว์แต่ตอนที่ได้กำไร ซึ่งถ้าจะให้โปร่งใสต้องเปิดหมด ทั้งที่ได้กำไรและเสีย
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือการผลิตเนื้อหาที่ช่วยกระตุ้นนักลงทุนให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ให้เข้าถึงข้อมูลได้ดีขึ้น ตลอดจนการมีความชำนาญในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น โทเคน บิตคอยน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ โดยฟินฟลูเอนเซอร์หลายคนจบด้านวิศวกรรม ทำให้เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องซอฟต์แวร์ระบบคอมพิวเตอร์ และเข้าใจได้ค่อนข้างดีเกี่ยวกับเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งระบบนิเวศการเงินสมัยใหม่ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ “ฟินฟลูเอนเซอร์”
“ส่วนตัวเห็นด้วยที่ต้องควบคุมฟินฟลูเอนเซอร์ แต่ก็ต้องไม่เข้มเกินไปจนขยับตัวไม่ได้เลย เนื่องจากฟินฟลูเอนเซอร์มีส่วนช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเงินให้สังคมวงกว้าง แม้หลายคนไม่ได้จบด้านการเงินก็ตาม”
และ ศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช นักวิชาการ มธ. ยังระบุไว้ด้วยว่า… เห็นด้วยกับการควบคุมเนื้อหาที่เป็นการโฆษณา โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการลงทุน เช่น ถ้ามีเนื้อหาการลงทุนที่เป็นโฆษณา ก็ควรระบุให้ชัดว่าเป็นโฆษณา เพราะจะช่วยให้คนที่ติดตามเนื้อหาจาก “ฟินฟลูเอนเซอร์” รู้เท่าทันข้อมูลเพื่อพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน ซึ่งก็มีหลายคนที่รีวิว แนะนำหุ้น หรือเหรียญ โดยไม่ได้รับเงินหรือไม่ได้รับสปอนเซอร์ ดังนั้น “สิ่งสำคัญ” ที่จะ “ต้องชัดเจนก่อนนำเกณฑ์ควบคุมมาบังคับใช้”ก็คือ…
ต้องสามารถ “แบ่งให้ชัดเจนเสียก่อน”
ว่า…“แบบใดโฆษณา?-แบบใดไม่ใช่?”
เพื่อ “ไม่กระทบฟินฟลูเอนเซอร์ดี ๆ”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



