ล่าสุด ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายชุมชนเมือง มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิชีววิถี ได้จัดกิจกรรม “พื้นที่อิ่มสุข : Im-Suk Nook & Cranny Tour” ภายใต้งาน Bangkok Design Week 2026 เพื่อนำเสนอนวัตกรรมทางสังคมที่บูรณาการแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวร่วมกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ พร้อมร่วมทัวร์ “อิ่มท้อง+สุขใจ”

รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการ สสส. และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. ระบุว่า สสส. เล็งเห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาในชุมชนเมืองหนาแน่น โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ใน ปี 2567 มีผู้หญิงได้รับความรุนแรงทำให้เสียชีวิตถึง 797 คนต่อปี หรือเฉลี่ย 2 คนต่อวัน โดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติดเป็นปัจจัยกระตุ้น ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัวที่มี ค่าใช้จ่ายด้านอาหารสูงถึง 48.8% ของรายได้ แต่กลับมีพื้นที่สีเขียวในเมืองเพื่อผลิตอาหารเองเพียง 5.62% เท่านั้น สสส. จึงได้บูรณาการการเชื่อมโยงประเด็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และระบบอาหารปลอดภัยในชุมชนเมือง ตั้งแต่ปี 2563 มุ่งเน้นประเด็นวัตถุดิบอินทรีย์ที่ปลอดภัยและมีราคาถูกที่ทุกคนเข้าถึงได้ผ่านร้านข้าวไข่เจียวอิ่มสุขในพื้นที่เครือข่ายการทำงานของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล 5 พื้นที่ ในกรุงเทพฯ

ต่อมาในปี 2569 ได้ยกระดับความร่วมมือผ่านโครงการ “พื้นที่อิ่มสุข” ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ทางสังคมที่ สสส. ให้การสนับสนุนตามแนวคิดจากวิกฤติเมือง สู่ทางรอด DESIGN S/O/S (Sustainable Future) โดยสร้างกระบวนการกลุ่มที่เข้มแข็งพร้อมรับมือปัญหาซับซ้อนของเมืองใหญ่ ทั้งเรื่องค่าครองชีพ ปัจจัยเสี่ยงจากแอลกอฮอล์ ความรุนแรงในครอบครัว และความมั่นคงทางอาหาร มีแนวทางการดำเนินงาน 1.ลดปัจจัยเสี่ยง ใช้พื้นที่อาหารเป็นเครื่องมือลดปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติด ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของความรุนแรงในครอบครัว 2.ทลายอคติทางเพศ ปรับเปลี่ยนแนวคิด “ชายเป็นใหญ่” ที่ฝังรากลึก ผ่านกิจกรรมที่สร้างความเท่าเทียมในบ้านและชุมชน 3.สร้างความมั่นคงทางอาหาร สนับสนุนให้คนตัวเล็กในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้แม้มีพื้นที่จำกัดเพียง 1.5 ตร.ม.

ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. ย้ำว่า ความมั่นคงทางอาหารเป็นเรื่องสิทธิพื้นฐานของทุกคน รวมทั้งเชื่อมโยงไปกับสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต จึงต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม และ
ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หัวใจสำคัญคือ ทำให้ชุมชนสามารถจัดการระบบอาหารตลอดห่วงโซ่ได้ ตั้งแต่ผลิตอาหารปลอดภัยในพื้นที่ กระจายและจำหน่ายผลผลิตไปสู่การบริโภคในชุมชนเพื่อให้เข้าถึงอาหารปลอดภัยได้จริง ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและสุขภาวะชุมชนที่ดีของคนในชุมชน

จากการดำเนินงานต่อเนื่อง เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม 1.การพึ่งตนเองด้านอาหาร โดยสมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนาชุมชนไทยเกรียง พระประแดง สมุทรปราการ พัฒนาการปลูกผักในกระถางยกพื้นหนีน้ำเค็ม ช่วยสมาชิกลดรายจ่ายได้ 300-500 บาทต่อเดือน และชุมชนเคหะคลองเก้า เคหะชุมชน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ สร้างพื้นที่อาหารเพื่อดูแลกลุ่มเป้าหมายเปราะบางกว่า 200 คน2.การสร้างอาชีพและเยียวยาจิตใจ โดยชุมชนพระเจน เขตปทุมวัน พัฒนา “ร้านข้าวไข่เจียวอิ่มสุข” เพื่อขายอาหารปลอดภัยราคาถูกให้คนในชุมชน และเป็นพื้นที่สร้างงานให้กลุ่มผู้ลด ละ เลิกเหล้า 3.นวัตกรรมพื้นที่จำกัด โดยชุมชนวัดสวัสดิ์วารีสีมาราม เขตดุสิต ปรับพื้นที่รกร้างเป็นสวนสมุนไพรอินทรีย์ และการปลูกพืชในตะกร้าที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ 4.พลังคนรุ่นใหม่ โดยชุมชนสวนหลวง 1 เขตบางคอแหลม พัฒนาทีมเยาวชนอาสาเชื่อมโยงอาหารพื้นถิ่นสู่ตลาดออนไลน์ เพื่อรักษาวัฒนธรรมอาหารดั้งเดิมและสร้างรายได้ให้ชุมชน

ขณะที่ น.ส.อังคณา อินทสา ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ มี 2 กิจกรรมหลัก 1.Exhibition “พื้นที่อิ่ม+สุข” : นิทรรศการที่เล่าเรื่องผ่านพื้นที่ “บ้าน” 4 โซน ได้แก่ ห้องรับแขก (ปัญหาเมืองซับซ้อน), ห้องนอน (อคติทางเพศและความรุนแรงในครอบครัว), สวนลับ (RARE) (พื้นที่อาหารในพื้นที่จำกัด) และห้องครัว (ทางออกด้วยโมเดลอิ่มสุข) 2.TOUR “อิ่มท้อง+สุขใจ” : เดินเท้าสัมผัสวิถีชีวิตมุสลิมดั้งเดิมริมคลอง ชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่กว่า 100 ปี และชิมขนมท้องถิ่นจากสวนหลังบ้านโดยผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้-8 ก.พ. 2569 ณ ชุมชนสวนหลวง 1 เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ.

อภิวรรณ เสาเวียง