ทั้งนี้ “จะมีสวนสนุกระดับโลกในไทย” นี่จะเกิดขึ้นจริง? หรือจะแค่บิ๊กโปรเจ็กต์ในจินตนาการ? ก็ต้องตามดูกันต่อไป… อย่างไรก็ตาม หากจะว่ากันด้วยเรื่องของ “ธุรกิจสวนสนุกในประเทศไทย” แล้วล่ะก็…เรื่องนี้ก็ได้รับความสนใจจากนักวิชาการไทย โดยได้มีการศึกษาวิเคราะห์เรื่องนี้ไว้ ที่สะท้อนให้เห็นถึง “พัฒนาการน่าสนใจ”
เรื่องนี้…มีทั้ง “มุมประวัติศาสตร์”…
และ “มุมเศรษฐศาสตร์” สวนสนุก…
เกี่ยวกับกรณีนี้-เรื่องนี้ ที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล เป็นข้อมูลจากรายงานวิจัย “พัฒนาการและการกระจายตัวของสวนสนุกในประเทศไทย” โดย ณฐพร โอ้อวด และ สุธี อนันต์สุขสมศรี ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เผยแพร่อยู่ใน วารสาร Journal of Architectural/Planning Research and Studies (JARS) ฉบับที่ 18 ปี 2021 ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอให้เห็นถึง“พัฒนาการที่น่าสนใจของธุรกิจสวนสนุก” ที่ไม่ได้สำคัญเพียงแค่ให้ความบันเทิง แต่ยังเกี่ยวโยงไปถึงมิติพื้นที่ และมิติเศรษฐกิจ…

รายงานวิจัยนี้ฉายภาพ “ความสำคัญเชิงรายได้” ของ “สวนสนุก”ไว้ว่า… ช่วงปี พ.ศ. 2560-2561 ทั่วโลกมีรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวสวนสนุกกว่า 4,480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนี่ก็สะท้อน บทบาทของเศรษฐกิจประสบการณ์ (Experience Economy)ที่เพิ่มขึ้น และมีรายงานประจำปีของสมาคมสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวนานาชาติ (IAAPA) ปี 2561 ที่พบว่า… แนวโน้มความนิยมของผู้บริโภคในการซื้อประสบการณ์มีสูงกว่าการซื้อสินค้า ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เดียวกับแนวโน้มความนิยมของผู้บริโภคที่ใช้บริการสวนสนุกเพิ่มขึ้น …นี่เป็นข้อมูลที่งานวิจัยนี้บ่งชี้ไว้… “สวนสนุกช่วยสร้างเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ได้”
ขณะที่ “ต้นกำเนิดของสวนสนุก” นั้น ในรายงานนี้ระบุไว้ว่า… มีจุดเริ่มต้นจาก “งานรื่นเริง” ก่อนกลายเป็น “ธุรกิจสวนสนุก” โดย “สวนสนุกแห่งแรกในโลก” มีชื่อว่า “Dyrehavsbakken” หรือ “Bakken” อยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก เปิดบริการครั้งแรกปี 2126 นับเป็นสวนสนุกที่มีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี …ส่วน “สวนสนุกแห่งแรกในไทย”คือ “แฮปปี้แลนด์” เกิดขึ้นปี 2516 จากนั้นก็มี “สวนสนุกแห่งที่สอง”คือ “แดนเนรมิต” เปิดให้บริการปี 2518 และ“สวนสนุกแห่งที่สาม” คือ “สวนสยาม” เปิดตัวปี 2523 ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” …นี่เป็น “ไทม์ไลน์สวนสนุก” ของโลกและในไทย
และในรายงานดังกล่าวได้มีการแบ่ง “ประเภทสวนสนุก” ออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามขอบเขตของงานวิจัยเรื่องนี้ ประเภทหนึ่งคือ… สวนสนุกทั่วไป (Amusement Park) เป็นสวนสนุกเพื่อกิจกรรมสนุกสนาน ผาดโผน ตื่นเต้นเร้าใจ สำหรับผู้ที่เข้าใช้บริการ ซึ่งอาจมีเครื่องเล่นหลากหลายชนิดไว้ให้บริการ เช่น รถไฟเหาะตีลังกา ม้าหมุน หรืออื่น ๆ โดยมีทั้งกลางแจ้งและในร่ม ส่วนอีกประเภทคือ… สวนสนุกรูปแบบเฉพาะ (Theme Parks) ที่ดัดแปลงพัฒนามาจากประเภทแรก มีเป้าหมายสร้างความแปลกใหม่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น การสร้างบรรยากาศจําลองขึ้นมาให้น่าสนใจ อาทิ การผจญภัยในป่า โลกอนาคต รูปแบบของภาพยนตร์ เช่น ดิสนีย์แลนด์ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ …นี่เป็นคำอธิบายโดยสังเขปเกี่ยวกับ “ประเภทสวนสนุก”
ทั้งนี้ ทางผู้วิจัยได้มีการสรุปผลข้อมูลไว้ว่า… ช่วง 50 ปีที่ผ่านมา สวนสนุกมีบทบาทในฐานะเป็นพื้นที่นันทนาการในไทย โดยเป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่ท่องเที่ยว ของประชาชน ซึ่งตั้งแต่ปี 2516 หรือตั้งแต่เกิดสวนสนุกแห่งแรกขึ้น ในช่วง 10 ปีแรกธุรกิจสวนสนุกในไทยเปิดให้บริการอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เท่านั้น ต่อมาปี 2529 จึงเริ่มขยายตัวออกนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ในจังหวัดต่าง ๆ …ซึ่งสะท้อนความนิยมของประชาชนในการใช้บริการสวนสนุกในยุคหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม แต่หลังปี 2540 ไทยประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้ธุรกิจสวนสนุกในไทยได้รับผลกระทบอย่างมาก จนต้องปิดกิจการลงหลายแห่ง กระทั่งปี 2550 ธุรกิจนี้จึงเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง และขยายตัวไปตามจังหวัดต่าง ๆ ที่มีบทบาททางการท่องเที่ยวสูง เช่น ชลบุรี หรือเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ (ชะอำ หัวหิน) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเกาะกลุ่มของธุรกิจ (Business Agglomeration) ตามแนวโครงสร้างพื้นฐาน หรือตามแนวถนนหลัก …นี่เป็น “พัฒนาการสวนสนุกในไทย” ที่การเกิดขึ้น การลดจำนวนลง หรือการเพิ่มขึ้นนั้น เกี่ยวโยงกับ “ปัจจัยเศรษฐกิจ” และ “โครงสร้างพื้นฐาน” ของประเทศด้วย
ข้อมูลในรายงานวิจัยดังกล่าวยังได้ชี้ “ความสำคัญของสวนสนุก” ไว้ว่า… สวนสนุกเป็นธุรกิจที่สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมให้พื้นที่ได้อย่างมาก โดยเมืองที่มีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวสวนสนุก เช่น เมืองออร์แลนโด สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็น “แหล่งรวมสวนสนุกระดับโลก” เช่น ดิสนีย์เวิลด์ และยูนิเวอร์แซล ทำให้กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่นักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุดในสหรัฐ ซึ่งสะท้อนว่า “สวนสนุก” ดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้เมืองหรือประเทศ ได้จริง โดยเฉพาะการเป็น เครื่องมือส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีความน่าสนใจอย่างไรก็ตาม การพัฒนาสวนสนุกก็ควรต้องให้ความสำคัญกับประเด็นต่าง ๆ รอบด้านด้วย เช่น การจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อม …ข้อมูลในรายงานวิจัยดังกล่าวระบุไว้
“สวนสนุก” ในไทย “ถูกโยงการเมือง”
โยงหาเสียงเลือกตั้ง “พรรคที่ซัคเซส”
รอดู “ไทยจะมีสวนสนุกอินเตอร์??”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



