เริ่มต้นด้วย ตูน–จุฑาภา ยามาอุชิ ลาทูรัส นักธุรกิจสาวและภรรยาของ พศิน ลาทูรัส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท นารายณ์อินเตอร์เทรด จำกัด (NaRaYa) ย้อนเล่าถึงการพบรักผ่านเพื่อนของฝ่ายชาย ทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อต่อจากนั้นพศินซุ่มเงียบแอบจีบผ่านโซเชียลมีเดียในระหว่างที่เขาแข่งรถในต่างประเทศ กระทั่งกลับมาเมืองไทยก็ถือโอกาสนี้ชวนเพื่อน ๆ รวมทั้งตูนไปกินข้าวที่บ้าน

“ได้เจอพี่พศินแบบ face to face เป็นครั้งแรก และครอบครัวของพี่พศินให้ความเป็นกันเองและเอ็นดูตูนมาก ก็คุยกันมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นแฟนกันครบสามปี มีทริปไปปารีสด้วยกัน พี่พศินขอแต่งงานแบบไม่เป็นทางการ ไม่มีการสวมแหวน แต่ให้คำสัญญากันไว้ เพราะช่วงนั้นตรงกับโควิดพอดี ต่างฝ่ายต่างลุยงานเต็มที่ จนถึงวันที่ไปประเทศกรีก เป็นสถานที่ที่คุณพ่อขอคุณแม่ของพี่พศินแต่งงาน แล้วก็มีเพื่อนของเขามาจอยทริปด้วย กระทั่งตอนไปร้านอาหาร พี่พศินจูงมือพาตูนไปจุดที่มีการเซตอัปสถานที่ แล้วขอแต่งงาน ตอนนั้นฟ้าครึ้มเหมือนจะมีพายุ ลมแรงจนหนาวสั่นไปหมด จู่ ๆ ช่วงที่สวมแหวน ฟ้าเปิดพอดี แสงแดดส่องลงมาสวยมาก เป็นโมเมนต์ที่เราจดจำ”

หลังตอบตกลงครองคู่กัน ทั้งคู่จัดพิธีทำบุญสมรสและเข้าเฝ้า สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก รับน้ำพระพุทธมนต์ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อความเป็นสิริมงคล ตูนเลือกใส่ชุดไทยดีไซน์ร่วมสมัย โดยวนัชกูตูร์ แบรนด์ชุดเจ้าสาว ตัดเย็บจากผ้าไหมยกดอกลำพูน ของขวัญจาก วาสนา รุ่งแสนทอง ต้อนรับสะใภ้คนใหม่ ส่วนงานเลี้ยงฉลองสมรสในครอบครัวที่บ้านปาร์คนายเลิศ เธอเลือกชุดไทยโมเดิร์นเรียบหรู ออกแบบโดยรุ่นน้องที่รักใคร่

ส่วนงานฉลองสมรสอย่างเป็นทางการ ณ ชาโตว์ เดอ วิลเล็ตต์ ปราสาทที่จัดงานสุดหรูในกรุงปารีส ตูนสวยสง่าด้วยชุดไทยศิวาไลย์จากแบรนด์วนัชกูตูร์ ถ่ายรูปกับครอบครัว และปรากฏตัวอีกครั้งในชุดจาก Elie Saab เนรมิตให้กลายเป็นเจ้าหญิงในเทพนิยายในพิธีแบบตะวันตก ส่วนชุดเกาะอกคอลเลกชันของวิเวียน เวสวูด สำหรับ First Dance ปรับมาเป็นชุดสำหรับดินเนอร์แทน เพราะฝนฟ้าไม่เป็นใจ ก่อนปิดท้ายงานด้วยชุด After Party จากแบรนด์ Narong โชว์ลูกเล่นประดับคริสตัลและขนนก เติมลุคสนุกสนานท่ามกลางผู้คนสำคัญ
“นิยามความรักของคู่เรา เป็นความอบอุ่น ให้กันและกัน จับมือซัพพอร์ตกันไปในทุกช่วงชีวิต ทำให้ความสัมพันธ์ราบรื่น ถ้านับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ 9 ปีแล้ว จำไม่ได้แล้วว่าทะเลาะกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่” ตูนกล่าว

อีกฟากในกรุงเทพมหานคร แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ ทายาทเครือเซ็นทรัล บันทึกความทรงจำของวันสำคัญกับ ประภู พรประภา ผ่านงานวิวาห์อบอวลด้วยความรักไม่ต่างกัน
“แพร์เจอพี่ภู (ประภู พรประภา) ในงานแต่งงาน เราคุยกันหลายเรื่องส่วนใหญ่เป็นงานสถาปัตย์ งานศิลปะที่เราสองคนชอบ แล้วรถของเพื่อนแพร์ถูกชน พี่ภูเลยให้คนขับรถ ขับไปส่งแพร์ที่บ้าน เลยแลกไลน์กัน ก็ได้คุยกันแบบมา ๆ หาย ๆ วันหนึ่ง พี่ภูชวนไปกินไอศกรีม แถมมีเพื่อนของเขามาด้วย เลยไม่รู้สึกว่าจี๊บ..จีบ ช่วงนั้นเป็นวันเกิดแพร์ เขาส่งของขวัญวันเกิดมาให้พร้อมใบเสร็จ เพราะลืมหยิบออก (หัวเราะ) หลังจากนั้นสนิทกันมากขึ้น ไปแฮงเอาต์ ไปดูหนัง จนรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เพื่อน

วันหนึ่งเราไปเฟสติวัลที่เกาะสมุย ดีเจเล่นเพลงที่พี่ภูชอบมากเลยเดินไปคุยด้วย ดีเจก็พูดว่า Have you ever loved someone ? ประโยคนี้พี่ภูฟังแล้วอินมาก เดินกลับมาหาแพร์ ซึ่งยืนอยู่หน้าห้องน้ำข้างเวทีแล้วก็ขอแต่งงานโดยไม่มีแหวน เป็นการขอแต่งงานที่ฉีกทุกกฎ ก็ตอบตกลงแบบงงจริง ๆ แต่ก็ไม่มายด์นะเขาเป็นสไตล์นี้ ฟีลมา ก็ขอเลยเพราะคู่เราเป็นสไตล์ติสต์ ๆ แนว ๆ ความรักของเราเติบโตขึ้นทุก ๆ วัน จากแฟนมาเป็นคู่ชีวิต มองอะไรในระยะยาวตามความเป็นจริงที่ไม่สุดโต่ง”

ไม่นานนักงานวิวาห์ก็เริ่มขึ้น คุณแพร์กำหนดธีมชุดแบบ Classic Timeless ไม่ยึดติดแฟชั่น ในวันหมั้นและจดทะเบียนสมรส เธอเลือกแบรนด์ Oscar de la Renta ชุดมีดีไซน์ดอกไม้ซ่อนด้านหลัง เผยแผ่นหลังให้ดูสะดุดตา ส่วนงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสที่บ้านศาลาแดงและโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เธอสวมแบรนด์ Zuhair Murad ในชุดเกาะอกปักเลื่อมแวววาว ซึ่งหลังเสร็จสิ้นพิธีการ แพร์เปลี่ยนเป็นชุดสั้นในงาน After Party จาก Mandy Chanapon ตัดเย็บให้เป็นการเฉพาะพร้อมถุงมือยาวเข้าชุดกัน ถัดจากนั้นอีกอาทิตย์เดียวจัดปาร์ตี้ที่เซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย เกาะสมุย สถานที่ผูกพันตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ เลือกชุดเกาะอกจากแบรนด์ Retrofete เข้ากับงานริมทะเล ท่ามกลางเพื่อนสนิท ไม่ว่าความรักจะเริ่มต้นหรือเฉลิมฉลองแบบใด ท้ายที่สุดแล้วนิยามความรักในแบบหญิงสาวทั้งสองรายนี้ หลอมรวมในความหมายเดียวกัน คือ การได้พบและอยู่กับคนที่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน ด้วยความสัมพันธ์เติบโตและงดงาม.



