ทั้งนี้ การเมืองก็ว่ากันไป ส่วนเรื่อง “สี” นั้น ทางจิตวิทยาก็ได้ศึกษาวิเคราะห์ไว้ถึงอิทธิพลต่อ “พฤติกรรม” และ “จิตใจ” ของมนุษย์ ซึ่งมีชื่อเรียกการศึกษานี้ว่า…ทฤษฎีColor Psychology” หรือ “จิตวิทยาสี” โดยเป็นการศึกษาว่า “สี และเฉดสี” นั้น มีอิทธิพลเช่นไร?” “ส่งผลเช่นไร?”…

ผลต่อ “การรับรู้อารมณ์พฤติกรรม?”

และรวมถึง “การตัดสินใจของมนุษย์?”

เกี่ยวกับการศึกษา อิทธิพลของ “สี” และ “เฉดสี” ที่มีผลต่อมนุษย์ ต่อพฤติกรรม รวมถึงการตัดสินใจ ซึ่งมีชื่อเรียกทฤษฎีการศึกษานี้รวม ๆ กันในชื่อ “จิตวิทยาสี หรือ Color Psychology” ก็มีชุดข้อมูลที่จะช่วยอธิบายเรื่องนี้เผยแพร่อยู่ใน เว็บไซต์อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา (EASTPARK) ซึ่งได้ระบุเกี่ยวกับ “Color Psychology” หรือ “จิตวิทยาสี” ไว้ว่า… เป็นการศึกษาว่าสีและเฉดสี มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม อารมณ์ และการรับรู้ของมนุษย์โดยศึกษาถึงวิธีที่ สีสามารถกระตุ้นความรู้สึกเฉพาะเจาะจง หรือ ส่งผลต่อการตัดสินใจอย่างไร? …นี่เป็นเป้าหมายการศึกษาเรื่องนี้

และจากการศึกษาได้ทำให้ค้นพบข้อมูลว่า… การรับรู้สีไม่ใช่แค่ประสบการณ์ทางสายตาเท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์ทางจิตวิทยาด้วย โดยมีผลหลาย ๆ ด้าน เช่น การตลาด การสร้างตราสินค้า การบำบัด โดย “สีสามารถเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง”ในการสร้างแบรนด์ กระตุ้นยอดขาย และส่งผลต่ออารมณ์กับพฤติกรรมได้ ซึ่งในชุดข้อมูลนี้อ้างอิงถึงงานวิจัยของ สถาบันวิจัยสี (Color Communications Innovations) ที่ระบุไว้ว่า… มนุษย์ทุกคนจะตัดสินบุคคล สภาพแวดล้อม สิ่งของ โดยไม่รู้ตัวใน 90 วินาทีแรกของการมองเห็นครั้งแรก และกลุ่มตัวอย่าง 62-90% จะตัดสินโดยขึ้นกับสีเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ จากข้อค้นพบข้างต้น จึงสรุปได้ว่า… มนุษย์เกือบทุกคนบนโลกนี้มักใช้ “สี” ในการตัดสินใจเรื่องอะไรบางอย่างเช่น ใช้สีเพื่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ซึ่งพฤติกรรมในลักษณะเช่นนี้มักจะเกิดขึ้น ณ จุดขาย โดย สินค้าที่มีสีสันสะดุดตา และสื่อความหมายได้ดีที่สุด จึงจะมีโอกาสถูกซื้อมากที่สุด …นี่เป็นเหตุผลที่ชี้ว่า…สีสำคัญแค่ไหน?”

แล้ว “แต่ละสีจะสื่อถึงอะไรได้บ้าง?” กับประเด็นนี้ชุดข้อมูลโดยอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา หรือ EASTPARK มีการแบ่งออกตาม “สีเด่น ๆ” ไว้ดังนี้… สีแดง” แสดงถึง พลัง อำนาจ ความตื่นเต้นเร้าใจ เป็นสัญลักษณ์ความรัก รวมถึงความแข็งแกร่ง แต่ก็ให้ความรู้สึกอันตราย และความรุนแรงต่าง ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ สีแดงยังเป็น สีที่มีค่าสีสูงที่สุด และเป็นสีที่กระตุ้นประสาทได้มากที่สุด จึงสะดุดตาคนได้ในทันทีที่เห็น สีแดงจึงเป็น สีที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุด สังเกตได้จากหลายแบรนด์ที่ใช้ “สีแดง” ในโลโก้เพื่อสร้างความรู้สึกเชิงบวก-เพิ่มความสนใจ

สำหรับ “สีส้ม” เป็นสีที่แสดงถึง ความคิดสร้างสรรค์ ความกระตือรือร้น ความกระปรี้กระเปร่า ความมีชีวิตชีวา โดยสีนี้ยังช่วย เพิ่มความรู้สึกสนุกสนาน สร้างแรงบันดาลใจ ความเป็นมิตร และความเป็นเด็ก ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีผล กระตุ้นความอยากอาหาร แต่เนื่องจากสีส้มมีค่าสีที่เบาบางกว่าสีแดง จึงมักถูกใช้ในการสื่อสารที่ต้องการแสดงออกถึงความสนุกสาน ความกระตือรือร้น และเพื่อสื่อถึงความสุขต่าง ๆ อีกด้วย …นี่เป็นอิทธิพลของ “สีส้ม” ที่แตกต่างจากสีแดง

ส่วน “สีฟ้า” รวมถึง “สีน้ำเงิน” ซึ่ง 2 สีนี้มีเฉดสีใกล้เคียงกัน สีฟ้าและสีน้ำเงินมักถูกใช้ในแง่การ สื่อสารถึงสันติภาพ ความสงบ ความปลอดภัย และมักจะมีการใช้ 2 สีนี้เพื่อ สื่อความหมายถึงความเป็นทางการ มั่นคง น่าเชื่อถือ ความเป็นมืออาชีพ รวมถึงบางครั้งยังอาจจะใช้เพื่อ สื่อถึงความก้าวหน้า และนวัตกรรม ได้ด้วย ดังนั้นจึงมักพบ 2 สีนี้ “สีฟ้า” และ “สีน้ำเงิน” ในแบรนด์หรือองค์กรที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า เช่น ธุรกิจเทคโนโลยี ยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

ขณะที่สีอื่น ๆ ที่น่าสนใจก็ยังมี อาทิ “สีเขียว” ให้ความหมายเชิงบวก ความเป็นธรรมชาติ การเติบโต ความอุดมสมบูรณ์ ความกลมกลืนเป็นสีที่ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น สงบ และยังหมายถึง ความแข็งแรง ความร่ำรวย อีกด้วย ดังนั้น “สีเขียว” จึงมักถูกใช้กับสถาบันการเงิน, สีเหลือง” แสดงถึง ความสุข ความอบอุ่น สดใสร่าเริง การมองโลกแง่ดี และมักใช้สื่อถึงฤดูร้อน พระอาทิตย์ รวมถึง ความมั่งคั่งร่ำรวย ซึ่งด้วยความที่ก็เป็นเฉดสีที่โดดเด่นสะดุดตา ดึงดูดสายตาได้ดีหลายแบรนด์จึงใช้ “สีเหลือง” เพื่อจะให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกก่อนเป็นอันดับแรก …นี่เป็นบางส่วนของ “สี” กับ “สิ่งที่สื่อ”

และในแง่ “การใช้ประโยชน์จากสี”นั้น ในแหล่งข้อมูลเดิมชี้ไว้ว่า… การเลือกใช้สีต่าง ๆ นอกจากเพื่อแสดงออกถึงตัวสินค้าแล้ว ยัง มีผลต่อ “อารมณ์ความรู้สึกพฤติกรรม” ของมนุษย์ ด้วย โดยการเลือกสีที่ถูกต้องเหมาะสมต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับภาพลักษณ์และสารที่ต้องการจะสื่อออกไป ซึ่งสามารถ สร้างความเชื่อมโยงกับผู้คนในด้านต่าง ๆ อาทิสร้างอารมณ์ความรู้สึก, ส่งเสริมการจดจำ, กระตุ้นการตัดสินใจ, กำหนดกลุ่ม, สร้างความแตกต่าง, สื่อสารอัตลักษณ์, สร้างความน่าเชื่อถือไว้วางใจ เป็นต้น …ทั้งนี้ เหล่านี้เป็นข้อมูลโดยสังเขปว่าด้วยเรื่อง “สีอิทธิพลของสี”

สี” นี่ “มีผลต่ออารมณ์ต่อความรู้สึก”

เลือกสีผสมสี” ก็จึง “มีความสำคัญ”

เรื่องนี้กรณีนี้ “รวมถึงกับการเมือง?”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์