การระบุดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งจากการระบุโดย ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ต่อประเด็นที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ขอให้ช่วยสะท้อน “ความคิดเห็นเชิงการตลาด” กรณี “โชว์หวิวเกลื่อนออนไลน์”โดยที่ “ไม่ใช่กลุ่มลับก็พบเห็นได้ง่าย ๆ ทั่วไป”…
จากเดิมที่มักจะเป็นแบบ “คลิปหลุด”
ต่อมาก็มีที่เป็นแบบ “ก็อยากโชว์อ่ะ!!”
ถึงวันนี้อื้อซ่า “ตั้งใจโชว์หวังดังทำเงิน”

ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล
ทั้งนี้ กรณี “โชว์หวิวเกลื่อนออนไลน์” ที่เป็นแบบ “ตั้งใจโชว์หวังดังทำเงิน” นั้น…ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงส่วนที่โชว์ถึงขั้นเปลือยเปล่า-ร่วมเพศ หากแต่หมายถึงส่วนที่แค่ออกแนว “วาบหวิว” ซึ่งแค่แนวนี้ก็ มีตั้งแต่ระดับเบา ๆ จนถึงสุดติ่ง!!โดยกรณีนี้เรื่องนี้ความคิดเห็นที่นักวิชาการท่านดังกล่าวสะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มานั้นก็มีแง่มุมที่น่าพิจารณาไม่น้อย…
ผศ.ดร.ภูษิต ให้ทัศนะมาว่า… เรื่องการ “โชว์วาบหวิว” นั้นเมืองไทยมีมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ยุคโซเชียลมีเดียทำให้คอนเทนต์แนวนี้พบเห็นได้ง่ายขึ้น–มีมากขึ้น ส่วนที่ว่า… “ทำไมมีการทำคอนเทนต์โชว์หวิวมากขึ้น??”นั่นก็เพราะว่า…
“เป็นช่องทางที่สร้างรายได้–ทำเงินได้”
สำหรับ “ในเชิงการตลาด” นั้น…ทาง ผศ.ดร.ภูษิต ระบุว่า…หัวใจของการตลาดคือ…การโฆษณาขายสินค้าอะไรก็ตามต้องทำให้คนหยุดดู ซึ่งในยุคที่มีการสื่อสารผ่านออนไลน์ คลิปวิดีโอที่มีคนหยุดดูเยอะ อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มนั้น ๆ ก็จะส่งข้อมูลกระจายไป เพราะคอนเทนต์สามารถทำให้คนหยุดดูได้ ที่สำคัญ…ยิ่งคนที่ดูกดแชร์ส่งต่อเยอะ ก็ยิ่งทวี ยิ่งทำให้เกิดการกระจาย คอนเทนต์พวกนี้เรียกว่า “เอนเกจเมนต์” ภาษาการตลาดก็คือ “การมีส่วนร่วม” ไม่ว่าจะหยุดดู-กดไลค์-กดแชร์…
วงจรนี้ยิ่งมากขึ้นก็ยิ่งดันยอดเพิ่มขึ้น
โดย…“โชว์ว็อบ ๆ แว็บ ๆ คนก็ชอบ!!”
ทาง ผศ.ดร.ภูษิต ระบุอีกว่า… ในหลายแพลตฟอร์ม ยอดวิวเยอะขึ้น คนที่ทำคอนเทนต์ก็ได้เงินเยอะขึ้น จึง มีคนจำนวนมากพยายามดันยอดวิว–ยอดคนติดตามให้เยอะ…เพื่อจะสร้างรายได้มากขึ้น มีการพยายามทำคอนเทนต์ที่ทำให้คนหยุดดูมาก ๆ ซึ่งถามว่า… “อะไรที่สามารถทำให้คนหยุดดูได้??”ก็รวมถึง“ร่างกาย–เรือนร่าง” ที่เป็น “ทุนอย่างหนึ่ง!!”
“หนึ่งในทุนสำคัญ ที่ไม่ใช่เงิน คือร่างกาย มีคนที่คิดว่ารูปร่างดี หุ่นดี อกใหญ่ ก็เป็นทรัพยากรที่เวิร์ก ยิ่งโลกปัจจุบันเป็นยุคสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล โชว์รูปร่างก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล สามารถทำได้ไม่ผิด ถ้าอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ได้อนาจาร ไม่ละเมิดใคร ไม่ผิดกฎโซเชียล ไม่ผิดกฎของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็เลยใช้ทรัพยากรนี้ทำมาหากิน”

นอกจากนี้ นักวิชาการท่านเดิมยังระบุว่า… “ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี คนตกงานกันเยอะ ขณะที่หนึ่งในงานที่คนทำกันมากขึ้นก็คืองานพวกคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ดังนั้นจึงได้เห็นคนที่ใช้ทุนร่างกายของตัวเองที่มีเพื่อสร้างรายได้ กลายเป็นปรากฏการณ์โชว์วาบหวิวในโลกออนไลน์กันเยอะในยุคปัจจุบัน โดยสังคมก็ยอมรับกันได้มากขึ้น”
ทั้งนี้ นอกจากรายได้จากยอดวิวที่เยอะแล้ว การ “ใช้ร่างกายโชว์หวิวเป็นทุน”ก็ยังมีคนที่“สร้างรายได้ได้จากการได้รีวิวสินค้าหรือบริการ”ซึ่งถ้าถามว่า… “ทางบริษัท–ทางเจ้าของไม่ห่วงเรื่องภาพลักษณ์สินค้าหรือบริการหรือ??”…
ประเด็นนี้ ผศ.ดร.ภูษิต บอกว่า… ถ้าบริษัทใหญ่ แบรนด์ที่คนติดแล้ว ก็จะระวังภาพลักษณ์ แต่ถ้าบริษัทเล็ก แบรนด์ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก พยายามจะให้คนรู้จักมาก เน้นเรื่องยอดขายเป็นอันดับแรก กับเรื่องภาพลักษณ์ก็อาจไว้ทีหลัง… “ต้องการเป็นที่รู้จักวงกว้าง ต้องการส่งเสริมยอดขายให้ได้ก่อน… ก็ต้องการพรีเซ็นเตอร์ที่มียอดผู้ติดตามเยอะ ต้องการครีเอเตอร์แบบที่ทำให้สินค้าขายได้มากกว่าเรื่องภาพลักษณ์ และที่สำคัญใช้ทุนไม่เยอะ แต่สร้างการรับรู้ได้เร็ว” …ซึ่งก็นี่แหละ…
“โชว์หวิวจนดังได้ก็มีโอกาสได้งานรีวิว”
ส่วนถ้าถามว่า… “ผู้หญิงโชว์หวิว คนที่ดูมากเป็นผู้ชาย แต่ได้งานรีวิวสินค้าเพื่อผู้หญิง ผู้ว่าจ้างคิดยังไง??” ประเด็นนี้ ผศ.ดร.ภูษิต สะท้อนกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาว่า… ระหว่าง “คนดู” กับ “คนซื้อ” คำถามคือ… “คนซื้อจะเห็นโฆษณาได้ยังไง??” คนซื้อจะเห็นก็ต่อเมื่อคอนเทนต์ได้รับการมองเห็น ไม่ถูกปิดการมองเห็น ซึ่ง… “ยิ่งคนดูเยอะ โอกาสที่คนซื้อจะมีโอกาสได้ดูด้วยก็ยิ่งมาก เมื่อคนดูเยอะคอนเทนต์ก็จะกระจายไปหลายกลุ่ม…ทำให้ไปถึงคนซื้อได้ด้วย”…นี่คือคำตอบ
“และบางคอนเทนต์ผู้หญิงอาจดูมากกว่าผู้ชายก็ได้ เพราะเห็นคนสวยคนหุ่นดีก็อยากสวยและหุ่นดีตาม พอเห็นคนสวยคนหุ่นดีทำอะไร ซื้ออะไร ใช้อะไร บริโภคอะไร ผู้หญิงก็ตาม” …และ… “ทุกวันนี้ผู้ชายบางคนก็จ่ายเงินซื้อให้คนรัก ให้เพื่อน ให้ครอบครัว ไม่ว่าจะเครื่องสำอาง น้ำหอม อาหารเสริม เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว” …นี่ก็อีกคำตอบ
ตอนนี้…“โชว์หวิวเกลื่อนในออนไลน์”
ยุคนี้มีอื้อ…“แห่หวิวหวังดัง–มีรายได้”
แต่ “ดังจริง–มีรายได้จริง…ไม่แน่??”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



