ทั้งนี้ กับ “นิสัยอวดรวย–โชว์รวย” นั้น เมื่อปี 2568 ก็เคยเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก เมื่อรัฐบาลจีนมีการ “แบนพฤติกรรมอวดรวย” ในสื่อโซเชียล หลังอินฟลูฯ จีนหลายคนถูก “ห้ามทำคอนเทนต์อวดมั่งมี” ซึ่งการที่รัฐบาลจีนจริงจังกับเรื่องนี้ เพราะมองเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเชื่อบิดเบี้ยวให้สังคม…
ส่งผลให้มีพฤติกรรม “ติดกับดักวัตถุนิยม”
จากการที่ “คนรุ่นใหม่ ๆ ติดแกลมเกินไป”
จนกระตุ้นให้ “เสพติดพฤติกรรมอวดรวย”
อย่างไรก็ตาม หากจะโฟกัส “เหตุผลที่คนชอบอวดรวยมักถูกหมั่นไส้” ล่ะก็…ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มีข้อมูลมาสะท้อนต่อ ซึ่งกับประเด็นนี้ นพ.เจษฎา ทองเถาว์ จิตแพทย์ เคยโพสต์อธิบายใน เฟซบุ๊ก “คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา” ถึง “สาเหตุ” ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ ไม่ค่อยชอบนิสัยอวดรวย โดยชี้ว่า อาจไม่ใช่แค่หมั่นไส้อวดรวย เท่านั้น…

สำหรับ “สาเหตุ–เหตุผล” ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ “ไม่ค่อยชอบ” การแสดงออกของคนที่ “อวดรวย” นั้น ทาง นพ.เจษฏา มีการโพสต์อธิบายไว้ว่า… เรื่องนี้มีเหตุหลายประการ เช่น… เพราะ “ถูกกระตุ้นความรู้สึกถูกเปรียบเทียบ” โดยเมื่อเห็นคนที่อวดรวย ในใจก็มักจะเปรียบเทียบสถานะตนเองอัตโนมัติโดยไม่รู้ตัว ซึ่งหลาย ๆ ครั้งส่งผลให้เกิดความรู้สึกต่ำต้อยด้อยกว่า โดยมีงานวิจัยพบว่า… 70% ของผู้ที่รู้สึกถูกเปรียบเทียบ มักมีความพึงพอใจในชีวิตลดลง!! และประการถัดมา…อาจเพราะ “ถูกกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกไม่ยุติธรรม” และยิ่งสะสมอารมณ์นี้ไว้มาก ๆ เข้า…สะสมไว้นาน ๆ เข้า…
นี่ก็อาจจะ “พัฒนาเป็นความเกลียดชังได้!!”
และกับเรื่องนี้ก็ยังมีการอธิบายผ่านทฤษฎีจิตวิทยา กล่าวคือ “ทฤษฎีภาพประทับ” ได้ด้วย โดย สังคมมักมีภาพจำคนที่ร่ำรวย ว่า…เป็นคนขาดความเห็นอกเห็นใจหรือเห็นแก่ตัว ซึ่งเกิดจากมุมมองลึก ๆ ของผู้มั่งมีน้อยกว่า ทำให้มองพฤติกรรมนี้เป็นการ “สร้างภาพ” ไม่ใช่ความจริง ส่งผลให้คลางแคลงใจทุกครั้งที่เห็น “พฤติกรรมติดแกลม” ของบางคน
. นอกจากนั้น กับอาการ “หมั่นไส้คนชอบอวดรวย” ยังอาจเกิดขึ้นได้จากการที่คน ๆ นั้น “ถูกกระตุ้นต่อมอิจฉา (Aggravation of Envy)” จนรู้สึกว่าตนเองมีไม่เท่าเขาหรือไม่สามารถเข้าถึงความสำเร็จเช่นเดียวกับคนนั้น เมื่อความรู้สึกถูกกระตุ้นบ่อย ๆ ก็นำไปสู่การเกิดความรู้สึกแปลกแยก หรือแตกต่าง ซึ่งก็ พัฒนาเป็นความเกลียดชัง–ต่อต้านได้ ในที่สุด…
นี่คือ… “วิสัชนาสาเหตุแห่งความหมั่นไส้”
ทั้งนี้ นอกจากคำตอบเกี่ยวกับเหตุผลที่กระตุ้นทำให้หมั่นไส้ “พวกอวดรวย” แล้ว…ในทางจิตวิทยาก็ยังมีการศึกษาวิเคราะห์ “เหตุผลที่ก่อพฤติกรรมชอบโอ้อวด” เอาไว้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยเรื่องนี้ ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยา ที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เคยสะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้ว่า… การ “ขี้อวด” การ “ขี้โม้” หรือถึงขั้น “ขี้โกหก” นั้น…ถือเป็นพฤติกรรม “สร้างความรำคาญ” ให้คนรอบข้างไม่ใช่น้อย และพฤติกรรมที่บางคนแสดงออกมาเช่นนี้ก็…
“มีเบื้องลึก?-มีเบื้องหลัง?” ที่ทำให้เกิดขึ้น
ทางนักจิตวิทยาท่านนี้ขยายความไว้ว่า… พฤติกรรมชอบ “คุยโวโอ้อวด–คุยโม้” นั้นมักจะมี “สาเหตุหลัก ๆ” มาจากการที่คน ๆ นั้น “มีปมด้อยชีวิตในวัยเด็ก???” โดยในทางจิตวิทยาสามารถจะจำแนกลักษณะพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้ 3 ประเภทหลัก ๆ คือ… ประเภทแรก เกิดจากปมด้อยด้านร่างกาย คือ…อาจจะเป็นคนที่รูปร่างหน้าตาไม่สวย ไม่หล่อ ดูไม่ดี และก็มักจะถูกล้อเลียน ถูกดูถูก ถูกดูหมิ่น เกี่ยวกับปมด้อยร่างกายอยู่เป็นประจำ จนมีการ สร้างเรื่องเพื่อหวังให้ตัวเองเด่น
ประเภทต่อมา เกิดจากปมด้อยด้านจิตใจ จากการที่วัยเด็กขาดความรัก หรือเกิดความรู้สึกว่าไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนรอบตัวในสังคมที่ตนเองอยู่ร่วมด้วย จนต้อง สร้างเรื่องราวใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อหวังดึงดูดความสนใจ จากคนรอบข้างจากคนในสังคม และอีกประเภทคือ เกิดจากปมด้อยด้านสังคม เช่น ฐานะครอบครัวไม่ค่อยดี หรือขาดโอกาสตั้งแต่วัยเด็ก จึง สร้างเรื่องราวขึ้นเพื่อหวังให้คนสนใจ …นี่เป็นปัจจัย เป็นเบื้องลึก ที่อาจทำให้บางคน “ชอบคุยโม้–ชอบอวดรวย”
และ ดร.วัลลภ ยังชี้ไว้ด้วยว่า… แม้ “ขี้โม้โอ้อวด” ที่บางคนออกแนวขี้โม้ “อวดรวย” จะเป็นพฤติกรรมที่เกิดได้กับคนทั่วไป และก็ยังไม่ใช่อาการทางจิต แต่ทางจิตวิทยาก็ต้องชี้เตือนว่า…ถ้าปล่อยให้พฤติกรรมนี้ติดตัวไปจน “เป็นนิสัย” ก็จะ ถือเป็นความไม่ปกติ ที่จำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไข บำบัด เยียวยา เพราะ “อาจเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่อาการทางจิต” ที่ไม่เป็นผลดีต่อบุคคลนั้น และผู้อื่นด้วย หรือ อาจนำสู่การเป็น “โรคไบโพลาร์” โรคอารมณ์แปรปรวน 2 ขั้ว โรคที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ 2 แบบ เปลี่ยนแปลงไปมาสลับกัน ที่ถ้าปล่อยไปนาน ๆ ก็ อาจทำให้ป่วยจิตเป็น “โรคซึมเศร้า” ได้!!
เหล่านี้เป็นมุมจิตวิทยาจากกรณี “อวดรวย”
ไขปุจฉาว่า… “ทำไมรู้สึกหมั่นไส้อวดรวย?”
และที่ “ซวยเพราะอวดรวย” ก็มีให้เห็นแล้ว
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



