ไปร่วมงานสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย 5 มี.ค. “วันนักข่าว” พฤหัสฯที่แล้ว มีหัวข้อเสวนา “โจทย์ใหญ่ประเทศไทย ความท้าทายของรัฐบาลใหม่” ในโอกาสที่สมาคมนักข่าวฯ ครบรอบปีที่ 71 ผู้ร่วมอภิปราย ดี เด่น ดัง ทุกคน ทั้ง
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรม มีสื่อคนดัง วีระ ธีรภัทร เป็นผู้ดำเนินรายการ
ขณะสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล กับ อิหร่าน ที่เกิดในวันสุดท้ายเดือนแห่งความรัก 28 ก.พ. กำลังขยายวงกว้าง ล่าสุด อังคาร 10 ก.พ. โดนัลด์ ทรัมป์ คุยโว การโจมตีอิหร่านใกล้จบแล้ว แต่อิหร่านยังโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธกับโดรนพิฆาต ถล่มไปทั่วตั้งแต่ คูเวต โอมาน ซาอุฯ กาตาร์ บาห์เรน ยูเออี เลยไปถึงตุรกี ไม่ใช่แค่ฐานทัพสหรัฐ แต่ลามไปถึงโรงกลั่นน้ำมัน สนามบิน ศูนย์การค้า แหล่งธุรกิจ ควันสีดำลอยคลุ้งทั่วท้องฟ้า ตะวันออกกลางลุกเป็นไฟ
ที่สำคัญ อิหร่านปิดอ่าว “ฮอร์มุซ” เส้นทางขนส่งน้ำมัน 20%ของโลก ทำราคาน้ำมันพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขู่สำทับอีก หากสหรัฐกับอิสราเอลอยากเห็นน้ำมัน 200 ดอลลาร์ ก็เชิญทำสงครามต่อไป ล่าสุด สภานักบวชอิหร่านลงมติเอกฉันท์ เลือก นายโมจตาบา คาเมเนอี ลูกชายคนที่ 2 ของ อาลี คาเมเนอี ที่ถูก เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลสั่งยิงจรวดขีปนาวุธถล่มเสียชีวิตกลางทำเนียบในกรุงเตหะรานพร้อมครอบครัวและผู้นำทหารกว่า40 ชีวิต สืบต่อเป็นผู้นำคนใหม่ ท้าทายเสียงขู่คำรามทั้งของ ทรัมป์ กับ เนทันยาฮู ที่ลั่น พร้อมพิฆาตให้อาสัญอีก ช่างบ้าเลือดแท้ ๆ
กลับมาที่งานเสวนา รายละเอียดหลายสื่อลงไปแล้ว สรุปย่อ ๆ โจทย์ใหญ่หลังตั้งรัฐบาลที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ คือ การดันงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ให้เข้าสภาในเดือนเมษายนเพื่อใช้ทันเดือนตุลาคมมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (หวังลงทุนจากเอกชนยาก) อย่ามุ่งประชานิยมจัด ต้องสงวนกระสุนไว้ใช้ยามจำเป็น คุมวินัยการคลัง อย่ากู้มาตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ (แต่คนละครึ่งพลัสภาค 2 เดินหน้าต่อแน่ เพราะทำให้รัฐบาลได้เสียงถล่มทลาย)
แม้สงครามอาจจบ แต่ราคาน้ำมันยังอาจไปถึง 120-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ตอนนี้ทะลุ 110 เหรียญแล้ว) กองทุนน้ำมันจะเป็นหนี้อีก (อุดหนุนน้ำมันวันละ700 ล้าน ดีเซลอุดหนุนลิตรละ 11 บาทเศษ) เงินจะเฟ้อ (เตรียมรับมือไว้เลย ข้าวยากหมากแพงแน่ แล้วรัฐบาลจะประกาศแผนประหยัดพลังงานเมื่อไหร่ นอกจากงดใส่สูท ) ราคาตั๋วเครื่องบินจะแพงขึ้น ได้นักท่องเที่ยว 33 ล้านคนบุญแล้ว เดิมคาด 40 ล้าน ให้ฟื้น กรอ.ขึ้นมาใหม่ ก็ดี ควรทำ
สิ่งหนึ่งที่ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันคือ อย่าให้เกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลใหม่ที่จะทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย กระทบต่อการลงทุน ไม่แปลกที่ประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่ ดัชนีความโปร่งใสโลก หรือ ดัชนีทุจริตคอร์รัปชันปี 2568 ล่าสุด ไทยได้คะแนนความโปร่งใส 33 คะแนนจาก 100 คะแนน ได้อันดับที่ 116 จาก 130 ประเทศทั่วโลก ในอาเซียน ไทยโปร่งใสอยู่อันดับ 7 จากสมาชิก 10 ประเทศ…น่าเศร้ามั้ยเล่า
อย่างที่รู้ ดัชนีความโปร่งใสตั้งแต่ คสช.ครองเมือง อันดับไทยอยู่ต่ำร้อยมาตลอดและไม่เคยโผล่เหนือน้ำเลย ไม่ต้องดูอื่นไกล การจัดเลือกตั้งของ กกต. (เลือกจาก สว.สีน้ำเงิน) ที่เพิ่งผ่านไป โปร่งใสแค่ไหน ซื้อเสียงมโหฬาร รู้ทั้งเมือง กกต.จับไม่ได้สักคน “บาร์โค้ด” พิสูจน์ชัด สาวถึงคนใช้สิทธิเลือกใครได้ง่าย ๆ จากเลือกตั้งจำลองที่จัดขึ้น ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ กกต.ก็ยังลอยหน้าลอยตา เลือกตั้ง สุจริต เที่ยงธรรม หนำซ้ำ ฟ้องรวดคนที่ตรวจสอบเรียกร้องให้เลือกตั้งโปร่งใสอีก ใครจะทำไม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุุราพันธุ์ ถึงขนาดเรียกว่า ชัยชนะของคนหน้าด้าน ?!?
ตึก สตง.ถล่มคนตายเป็นร้อย ผ่านมาปีกว่า มีแต่ลงโทษเอกชน แต่ สตง.ได้รับยกย่องจาก ป.ป.ช.ให้เป็นองค์กรสุดยอดโปร่งใส ผู้นำองค์กรแต่งเพลงเชิดชูตัวเอง เช่นเดียวกับคดี ฮั้วสว. ผ่านมา 1 ปี 7 เดือน กกต.ยังไม่สรุปฟ้องใครแม้แต่คนเดียว ทำไมบริษัทรับเหมาเครือญาตินักการเมืองใหญ่ ถึงได้งานรัฐต่อเนื่องปีละเป็นพัน ๆ ล้าน ทำไมนายพลผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ทรงคุณวุฒิ ถึงมีเงินคนละ 8-900 ล้าน ทำอะไรถึงรวยขนาดนี้
ใครตั้งความหวังว่า ดัชนีความโปร่งใสรัฐบาลชุดนี้จะดีขึ้น โปรดยกมือให้ดูเป็นขวัญตา…หน่อยเถอะ.
ดาวประกายพรึก



