ทั้งนี้ เนื่องใน “วันนอนหลับสากล” ที่เพิ่งผ่านไป โดยปีนี้ตรงกับ วันที่ 13 มี.. 2569 ซึ่งประเทศไทยก็ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ เพื่อให้คนไทยทุกคนตระหนักถึง “ความสำคัญของการนอน” เช่นกัน อย่างไรก็ดี แต่กับ “ปัญหานอนไม่หลับ” นั้น…

ยังมีอีกหนึ่งภาวะที่มี “ชื่อโรคฟังดูแปลก ๆ”

นั่นก็คือ… “โรคอดนอนเพื่อการแก้แค้น??”

ที่แม้ชื่อจะประหลาดแต่กับมีโรคนี้อยู่จริง

เกี่ยวกับ “โรคอดนอนเพื่อแก้แค้น” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อนั้น มาจากชุดข้อมูลของ นิลุบล สุขวณิช ที่อธิบายภาวะนี้ไว้ผ่านบทความชื่อ “Revenge Bedtime Procrastination สาเหตุการนอนดึกที่มาจากความเครียดระหว่างวัน”ซึ่งเผยแพร่อยู่ใน www.istrong.co โดยทางผู้เขียนเรื่องนี้ ได้อธิบาย และกล่าวถึง “โรคอดนอนเพื่อแก้แค้น” ไว้ ประมาณว่า… พฤติกรรมที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า… “Revenge Bedtime Procrastination” ถ้าแปลเป็นไทยตรงตัวก็คือ “การแก้แค้นด้วยการเลื่อนเวลานอน” ซึ่งภาวะนี้พบแนวโน้มเพิ่มขึ้นในคนยุคปัจจุบัน ที่ส่วนใหญ่เป็น กลุ่มคนที่ใช้ชีวิตท่ามกลางความเครียดทั้งวัน เช่น พนักงานออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษา ทำให้คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีโอกาส และมีความเสี่ยงที่จะเกิด…

ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์!!” กว่ากลุ่มอื่น

จากการที่ทั้งวันต้องผ่านแรงกดดันมากมาย

ในขณะที่ “อาการเด่น” ของผู้ที่มีภาวะนี้บทความนี้ระบุว่า… การที่บางคนเกิดความเครียดสะสมต่อเนื่องทั้งวัน ทำให้เกิด “ภาวะความเหนื่อยล้าทางอารมณ์สูง” จนหลายคน โหยหาเวลาพักผ่อนเพิ่มขึ้นกว่าปกติ จนนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า… “Revenge Bedtime Procrastination” โดยมักจะแสดงออกผ่านทางพฤติกรรมต่าง ๆ อาทิ จากที่เคยเข้านอนเวลา 4 ทุ่ม ก็เลื่อนไปเป็นตี 1 ตี 2 ของทุกวัน ถึงแม้จะง่วงก็ตาม เนื่องจากรู้สึกเสียดายเวลาพักผ่อนของตัวเอง จึงเลื่อนเวลานอน ส่งผลให้ชั่วโมงนอนลดลง ซึ่งถ้าหากเกิดพฤติกรรมนี้บ่อย ๆ ต่อเนื่องนาน ๆ ก็จะส่งผลเสีย หรือทำให้สุขภาพกายและใจเกิดผลกระทบตามไปด้วย…

นอกจากนี้ บทความดังกล่าวยังได้อธิบายถึง “รูปแบบการอดนอน” ที่เกิดขึ้นจากภาวะนี้ว่า… แตกต่างจากโรคนอนไม่หลับอย่างชัดเจน เพราะภาวะนี้ เกิดจากพฤติกรรมตัวเองเป็นหลัก ไม่ได้เกิดจากปัจจัยร่วมอื่น ๆ เหมือนโรคนอนไม่หลับ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ไม่ยอมเข้านอน และชอบเลื่อนเวลานอนที่ควรนนอนออกไปนั้น มาจากปัจจัยสำคัญคือ “ต้องการให้รางวัลกับตัวเอง” ที่สามารถผ่านวันนั้นมาได้สำเร็จ รวมไปถึงเพื่อที่จะ “ทวงคืนเวลาที่สูญหายไป” ในช่วงกลางวัน…

นำมาชดเชยด้วยการเลื่อนเวลาเข้านอน

ผู้เขียนคนเดิม ยังอธิบายเพิ่มเติม ว่า… อีกสิ่งที่ผู้เกิดภาวะโรคอดนอนเพื่อแก้แค้น มีลักษณะตรงข้ามกับผู้ที่เป็นโรคนอนไม่หลับ คือโรคอดนอนเพื่อแก้แค้น ไม่ได้มีสาเหตุจากการนอนไม่หลับ แต่เกิดจากการตัดสินใจไม่ยอมนอนมากกว่า เพราะต้องการผ่อนคลายความรู้สึกจากความเครียดที่เผชิญมาทั้งวัน จึงตัดสินใจเลื่อนเวลาเข้านอนออกไปเรื่อย ๆ แม้ถึงเวลาที่ต้องนอนแล้ว

ส่วน “วิธีสังเกต” จะเข้าข่ายภาวะนี้หรือไม่นั้น ผู้เขียนแนะนำว่า… มีหลักสังเกตกว้าง ๆ 2 กรณี คือ กรณีแรก รู้ผลกระทบ แต่ห้ามตัวเองไม่ได้ จนไม่สามารถเข้านอนได้ตามปกติ กรณีที่สอง เพิ่มเวลาเล่นโทรศัพท์นานขึ้น ในช่วงที่ควรเข้านอน…

นี่เป็น “จุดสังเกต” เพื่อประเมินผู้มีภาวะนี้

ภาวะ Revenge Bedtime Procrastination”

และสำหรับ “วิธีแก้ไข” จาก “โรคอดนอนแก้แค้น” นั้นบทความนี้ได้แนะนำว่า…มีหัวใจสำคัญคือ “การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” ซึ่งจะค่อย ๆ ลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหาที่เกิดจากภาวะนี้ได้ โดยสามารถเริ่มต้นได้จากวิธีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คือ… ฝึกเข้านอนใเป็นเวลา โดยรักษาวินัยการเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงกันทุกวัน แม้จะเป็นวันหยุดก็ตาม

หากิจกรรมเบา ๆ ทำก่อนเข้านอน เช่น เล่นโยคะเบา ๆ, ดื่มนมอุ่น ๆ ก่อนเข้านอน เพราะนมมีทริปโตเฟน และกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการผลิตเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาททางสมอง ที่ต่อกระบวนการนอนหลับ, หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้ตื่นตัว เช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงช่วงเย็น

จัดห้องนอนให้เอื้อต่อการนอน เช่น ไม่ให้มีแสงรบกวนเข้ามา หมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์นอน เพื่อลดการระคายเคืองซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการนอน, จัดการความเครียดระหว่างวัน ให้ได้ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเวลานอน, ปรึกษาจิตแพทย์ ถ้ารู้ตัวว่าเริ่มมีปัญหา ๆ แล้วเริ่มเกิดผลกระทบต่อตัวเอง เช่น ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง อารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่าย ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าเวลากลางวัน โดยควรไปพบจิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักจิตบำบัด เพื่อให้คำแนะนำการดูแลความเครียด …เหล่านี้เป็น “วิธีปฏิบัติ” เพื่อให้ลดความเสี่ยงจาก “โรคอดนอนเพื่อแก้แค้น” อีกหนึ่ง “โรคชื่อแปลก” โดยในไทยช่วงไม่กี่ปีนี้…

มีคนที่ปัญหาจากภาวะนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ถึงแม้ภาวะนี้จะไม่ใช่โรคจิตเวชร้ายแรง

แต่ถ้าไม่บำบัดก็จะ “มีปัญหาชีวิตแน่ๆ”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์