ซึ่งมีหลายพื้นที่ทำจริง และสำเร็จจริง อย่างเชียงใหม่ก็เป็นหนึ่งในนั้น และนำมาสู่การเป็นจังหวัดต้นแบบการ ชุมชนล้อมรักษ์ ในที่สุด ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้
(มสวร) จึงพาไปถอดบทเรียน และจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้บำบัด เพื่อเสริมความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วย ยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในชุมชนและการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพชุมชน และอดีตผู้ผ่านการบำบัดเพื่อดูแลผู้ใช้ยาเสพติดอย่างมีส่วนร่วมในชุมชน เมื่อเดือน มี.ค.
ที่ผ่านมา

..รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผอ.สำนักงานสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. ระบุว่า ในเรื่องของการเสริมศักยภาพงานป้องกันและบำบัดผู้ใช้สารเสพติดการดูแลต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี เพื่อป้องกันการเสพซ้ำ เพราะเป็นช่วงสำคัญเพราะสมองยังอยู่ในภาวะติดยา หากกลับไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมหรือไม่มีอาชีพ ก็มีโอกาสกลับไปใช้ซ้ำสูง สสส. จึงทำงานร่วมกับจังหวัดต่าง ๆ ทำโครงการนำร่อง 10 จังหวัด ซึ่งเฉพาะพื้นที่เชียงใหม่ มี 9 อำเภอเข้าร่วม และได้รับความร่วมมือจากผู้นำทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ ตำรวจภูธรภาค 5 ป.ป.ส. ภาค 5 จนถึงนายอำเภอและ
ปลัดอำเภอ

ทั้งนี้หัวใจของการทำงาน คือ การใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยมีอาสาสมัครในพื้นที่ ทั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อสม. หรือชาวบ้านทั่วไปมาช่วยกันดูแลผู้ใช้สารเสพติด โดยใช้นวัตกรรม 2 ส่วน ได้แก่ สติบำบัด เพื่อยกระดับคุณภาพการบำบัดรักษา และ แอปพลิเคชันติดตามผู้ใช้สารเสพติด ที่ให้อาสาสมัครติดตามใกล้ชิดและรายงานผล ช่วยให้การดูแลต่อเนื่องครบ 1 ปี

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ที่ต้องได้รับการบำบัดราว
2
ล้านคน ส่วนที่ชุมชนช่วยดูแลได้อยู่ในกลุ่มสีเขียวและเหลือง คนเหล่านี้ไม่ได้อยากพลาดซ้ำ หากมีคนให้โอกาสและพาเข้าสู่สิ่งแวดล้อมที่ดี ก็จะลดโอกาสเกิดเหตุรุนแรงจากยาเสพติด และทำให้ชุมชนปลอดภัยขึ้น ซึ่งสังคมไทยทำได้ หากทุกฝ่ายจับมือกันน.ส.รุ่งอรุณ ระบุ

ขณะที่ นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จ.เชียงใหม่ เผยว่า ปัญหายาเสพติดจ.เชียงใหม่ มี 2 ส่วน คือ การลักลอบนำเข้า จากประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติใน 5 อำเภอชายแดน ซึ่งมีการสกัดกั้น ตรวจจับ และยึดของกลางได้เป็นประจำ ส่วนที่สองคือ การแพร่ระบาดในพื้นที่ชุมชน ซึ่งที่เชียงใหม่ถือว่าเบาบาง เพราะมีทำงานเชิงรุกในหมู่บ้านและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจหาผู้เกี่ยวข้องหรือผู้เสี่ยงในพื้นที่ แม้จะเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ภาคกลาง แต่เราก็พยายามสกัดกั้นตลอด

ส่วนการบำบัดต่อเนื่อง 1 ปี มีผู้เข้าบำบัดประมาณเกือบ 10,000 คน ครอบคลุม 25 อำเภอ โดย 9 อำเภอที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้เป็นอำเภอต้นแบบที่ทำงานมา 3-4 ปี และประสบความสำเร็จจนได้รับการคัดเลือกให้เป็นจังหวัดนำร่องและพื้นที่ต้นแบบ การแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ โดยใช้กระบวนการ ชุมชนล้อมรักษ์เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย ใช้กลไกของ พชอ. ขับเคลื่อนเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบำบัดใกล้บ้าน ลดการตีตรา ควบคู่กับการบำบัดฟื้นฟูทางการแพทย์ และการดูแลทางสังคม ทั้งนี้มีการตั้งเป้าคืนคนสู่สังคมไม่น้อยกว่า 80% เพื่อสร้างเชียงใหม่เมืองปลอดภัยรองรับการท่องเที่ยวระดับโลก

ด้าน พล...จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เล่าว่า การทำงานของตำรวจภูธรภาค 5 ที่มาเสริมเรื่องนี้จะ แบ่งเป็น 2 มิติ คือ สกัดกั้นการลำเลียงไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนใน และลดการแพร่ระบาดในเขตเมือง แต่ปัญหาใหญ่ คือ ราคายาเสพติด ในช่วงปลายปี 2568 มีข้อมูล สำนักงาน ป.ป.ส. ระบุว่า ราคาในฝั่งโรงงานเพียง 1- 2 บาทต่อเม็ด ทำให้ลักลอบเข้ามาได้ง่าย ทั้งนี้การบำบัดผู้เสพยาบ้านั้นต้องใช้ความอดทนอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ที่ดูแลก็ต้องหนักแน่นและให้เวลาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการปราบปราม และสิ่งสำคัญอีกมิติคือการทำงานเชิงรุกในชุมชน โดยตำรวจที่ลงพื้นที่ไปเป็นวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งการแก้ปัญหาในชุมชนต้องใช้เวลา ความเชื่อถือ และความไว้วางใจ

ขณะที่อดีตผู้ใช้สารเสพติดและเคยผ่านการบำบัดเปิดใจเล่าว่า ก่อนหน้านี้สุขภาพย่ำแย่จากการใช้ ผงขาว และ เฮโรอีน ก่อนเข้าบำบัดเมทาโดนแบบสมัครใจ กับโครงการฯ โดยใช้เวลาราว 3 ปีกว่าจะเลิกได้ แม้ต้องเผชิญอาการอยากยาและความทรมานเป็นช่วง ๆ แต่ยังมีครอบครัวเป็นแรงผลักดันสำคัญ ชีวิตหลังเลิกยาดีขึ้นมากทั้ง สุขภาพ และความสัมพันธ์ วันนี้จึงกลับมาช่วยชุมชน ให้กำลังใจผู้ที่ต้องการเลิกยา ซึ่งต้องบอกว่า ทุกคนเลิกได้ ถ้ามีคนข้าง ๆ คอยสนับสนุน.

อภิวรรณ เสาเวียง