ทั้งนี้ แม้ในประเทศไทย “การพนัน” รูปแบบต่าง ๆ ส่วนใหญ่ยัง “ผิดกฎหมาย” แต่ก็ยัง “สามารถดำรงคงอยู่ได้อย่างอมตะ??” ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้เป็นเพราะ “อิทธิพลผลประโยชน์ธุรกิจการพนันนั้นมากมายมหาศาล” ใช่หรือไม่?? ก็ “ใช่แต่ไม่ทั้งหมด!!” เพราะ “ความชอบความต้องการเล่นพนันก็เอื้อให้ธุรกิจพนันฟูเฟื่อง”ไม่ซบเซา…

มีอุปสงค์” ดังนั้นก็ “ย่อมมีอุปทาน”

อุปสงค์พนัน” นั้น “เอื้ออุปทานบ่อน”

ก็น่าคิด “ไฉนอุปสงค์พนันมีไม่ขาด??”

เกี่ยวกับเรื่อง “การพนัน” ในมุม “อุปสงค์” หรือ “ดีมานด์ (Demand)” หรือ “ความต้องการเล่นพนัน” ที่ก็นับว่าเป็น “หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เอื้อ” ต่อการมีขึ้นมาของ“บ่อนพนัน”ที่ถือเป็น “อุปทาน” หรือ “ซัพพลาย (Supply)” หรือ “ความต้องการเสนอพื้นที่เล่นพนัน” นั้น… ณ ที่นี้ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” พลิกแฟ้มสะท้อนย้ำเพื่อชวนพิจารณากันเน้น ๆ ถึงประเด็นที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เคยเผยแพร่ข้อมูลไว้ รวมถึงมีข้อมูลแง่มุมเสริมขยายไว้โดยนักวิชาการ-นักจิตวิทยาของไทย

ทั้งนี้ ทางองค์การอนามัยโลกได้เคยเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคนที่มีพฤติกรรม ชอบพนันอย่างชนิดที่ติดการพนัน ไว้ว่า… ติดเล่นการพนัน” นั้นจัดว่า “เป็นความผิดปกติทางจิต”ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า “พาโธโลจิคอล แกมบลิง (Pathological Gambling)” โดยผู้ที่มีอาการในกลุ่มนี้จะเอาแต่ “หมกมุ่นคิดถึงแต่เรื่องการเล่นพนัน” อยู่เสมอ

คิดแต่ “อยากเล่นพนันซ้ำแล้วซ้ำอีก”

จะหมกมุ่น “ไม่ต่างจากติดสิ่งเสพติด”

เรื่องการ “ติดเล่นพนัน” ที่ยึดโยงสู่การมี “บ่อนพนัน” ที่เป็นอีกหนึ่ง “แหล่งนำสู่ความหายนะ” นั้น กับคำอธิบายใน “มุมจิตวิทยา” เกี่ยวกับ “ปัจจัยเสพติดการพนัน” เรื่องนี้ก็เคยมีการแจกแจงไว้โดย ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยา ที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งได้วิเคราะห์และสะท้อนเรื่องนี้ผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้…ถึงกรณี “เบื้องลึกในเชิงจิตผู้มีปัญหาเสพติดการพนัน” ซึ่ง ณ ที่นี้ก็จะชวนพินิจกัน…

ทาง ดร.วัลลภ ระบุไว้ว่า… มีหลาย ๆ สาเหตุที่ทำให้คนเราสามารถเสพติดการพนันได้ ซึ่งโดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นมักมี “ความเชื่อความหวัง”แบบที่ “อยากร่ำรวยมีเงินมีทองได้แบบง่าย ๆ” โดยที่ไม่ต้องทำงานหนักให้ลำบาก ซึ่งก็ทำให้หลายคนหันไปพึ่งพาวิธีที่ เชื่อว่าจะเป็นวิธีรวยทางลัด?? คือการเล่นพนัน …นี่เป็น “สาเหตุปัจจัยตัวแรก” ของเรื่องนี้

เป็นตัวกระตุ้น” ทำให้ “ติดการพนัน”

ส่วนอีกสาเหตุเป็นแบบ “รุ่นสู่รุ่น” คืออาจเป็นเรื่อง “สภาพสังคมสภาพแวดล้อม”ของคน ๆ นั้น เช่น อาจจะเพราะได้เห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะอยู่ในครอบครัว ชุมชน หรือสังคม ที่ “รายล้อมรอบตัวไปด้วยการเล่นพนัน” โดยเฉพาะการซึมซับจาก พฤติกรรมคนใกล้ชิดรอบข้างที่ชอบเล่นพนัน หรือติดการพนัน เช่น พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา ฯลฯ หรือแม้แต่กลุ่มเพื่อน ๆ จนเกิดการกระตุ้นให้ “อยากรู้อยากลองอยากเล่น” บ้าง โดยอาจจะเริ่มจากการเล่นพนันรูปแบบง่าย ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ ตัว เช่น แทงพนันฟุตบอล แทงหวยเถื่อน ก่อนที่จะบานปลายยกระดับมากขึ้น จนถึงขั้นเข้าไปเล่นพนันใน “บ่อนพนัน”

ยิ่งในยุคปัจจุบันยิ่งมีโอกาสถูกชักจูงโน้มน้าวให้ติดการพนันได้ง่ายขึ้น เมื่อมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้เพื่อกระตุ้นให้คนสนใจเข้าเล่นการพนัน อย่างเช่นการพนันออนไลน์ ที่สามารถจะแทงพนันได้ตลอด ทุกที่ทุกเวลา ทำให้มีแหล่งมากกว่าการเล่นพนันในรูปแบบเดิม” …ทาง ดร.วัลลภ ระบุถึง “อีกตัวกระตุ้นสำคัญ” ในยุคนี้

ยุคนี้ “มีบ่อนพนันออนไลน์มาเสริม”

ขณะที่ “บ่อนแบบเดิม ๆ ก็ยังมีเหยื่อ”

ทั้งนี้ ทางนักจิตวิทยาท่านเดิมยังได้ระบุไว้ถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการ“ติดพนัน”ได้เช่นเดียวกัน โดยระบุไว้ว่า… สำหรับคนไทย ในสังคมไทยยุคใหม่ ที่เป็น “สังคมโดดเดี่ยวสังคมอ้างว้าง”ก็มีบางคนที่“เล่นพนันเพราะเหงา” ซึ่งปัจจัยนี้ก็มีข้อมูลที่น่าตกใจ คือ คนที่เสพติดการพนันเพราะปัจจัยความเหงาก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยกลุ่มคนที่รู้สึกเหงา รู้สึกโดดเดี่ยว เมื่อเกิดความรู้สึกเบื่อในชีวิตมาก ๆ ก็มีไม่น้อยที่เมื่อหาทางออกไม่ได้ก็หันเข้าสู่วงการพนัน

เมื่อได้เล่นพนัน สมองจะหลั่งสารเคมีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้น รู้สึกสนุกสนาน ซึ่งแม้แต่คนที่มีเงินหรือร่ำรวยแล้วก็ยังมีส่วนที่ต้องการเล่นพนัน เพราะอยากรู้สึกถึงความตื่นเต้น หรือรู้สึกอยากเอาชนะ ซึ่งเวลาที่ได้เงินหรือชนะพนันนั้น คนเหล่านี้จะรู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่” …ทาง ดร.วัลลภ ชี้ผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้ ถึงกรณี “กลไกทางสมอง” ที่ก็อาจทำให้ “เสพติดการพนัน” ได้ และก็ยึดโยงไปถึงการ “เอื้อ”ต่อการมี“บ่อนพนันผู้ชนะพนันตัวจริง”

นักพนันติดพนัน” ถูกชี้ “เป็นผีพนัน”

แต่ “ร้ายกว่า” คือ “บ่อนปีศาจพนัน”

เป็น “ปีศาจอมตะที่มีเหยื่อไม่ขาด!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์