ดิสโทเปีย ( dystopia ) ถ้าให้นิยามก็คงประมาณโลกที่เลวร้าย  มีความทุกข์ยาก ความหวาดกลัว มีผู้มีอำนาจคอยบงการประชาชน อย่างเช่น นิยายเรื่อง 1984 ที่เป็นต้นแบบรายการทีวีที่บ้านเราเคยซื้อลิขสิทธิ์มาทำ คือรายการ big brother   เรื่องนี้ก็ประมาณว่า มี “พี่เบิ้ม”คอยบงการชีวิตคนในสังคม รัฐตามสอดส่องทุกย่างก้าว ในรายการ big brother   ก็ต้องรับคำสั่งจากพี่เบิ้มให้ทำโน่นนี่ ..ถ้าเรื่องดิสโทเปียที่ดังๆ วัยรุ่นชอบ ก็ hunger game นางเอกและประชาชน ถูกพวกเมืองหลวง capital ข่มเหงให้ต้องส่งบรรณาการเป็นเกมล่าชีวิต ..ที่ฮิตชูสามนิ้วเมื่อก่อนกันก็มาจากหนังเรื่องนี้

พูดถึงเรื่องชูสามนิ้ว ตอนนี้หลายๆ คนก็คงจะลืมๆ ความหมายไปแล้ว ถ้ามาจากหนัง hunger game ก็คือการขอบคุณ สรรเสริญ และกล่าวอำลา ..ซึ่งตัวแคทนิส เอเวอร์ดีน ชูให้คนที่หมู่บ้านก่อนไปร่วมเกม ..ส่วนสามนิ้วไทย คงความหมายประมาณ 3 สีธงฝรั่งเศส คือเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ( ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน )

God skin หมัดเทวา ท้าเดิมพัน เป็นดิสโทเปียแบบภาพในเมืองใหญ่ที่หม่นหมอง ดูแล้วนึกถึงหนังเรื่อง running man   ที่ Glen Powell เล่น คือดูเมืองมันชื้นๆ ดำๆ ตัวเอกไปอยู่ในย่านเสื่อมโทรมเหมือนกัน ..เรื่องมันก็มาจาก “วิน” พระเอกในเรื่องไม่มีเงิน มาเจอปัญหาแม่ต้องเข้าโรงพยาบาล ค่าเช่าบ้านไม่มี เลยตัดสินใจไปเป็นนักสู้ในสนามมวยเถื่อน ( น่าจะมวยเถื่อนเพราะดูเตะต่อยไม่มีกติกา ) แล้วความที่มันเป็นโลกอนาคต ทำให้“ผู้จัด”เอานักมวยไปใส่ชิป เพื่อให้รับพลังงานที่เลียนแบบพลังงานของสัตว์ได้ ไว้สู้กัน โดยคนส่งพลังงานคือคนดู ที่เปย์ค่าไอเท่มสัตว์แต่ละชนิดส่งให้นักสู้

ตรงนี้ก็ดูเบียวเกมดี แล้วต่อมาพระเอกก็เริ่ม“มีความจำเป็นทางการเงิน”  ตามสูตรแบด โรมานซ์หนังน้ำเน่า คือไปรักสาวนั่งดริงค์ สาวเจ้าถูกพ่อขายมาทำงานอย่างว่า พระเอกอยากช่วยอยากปลดหนี้ให้ เลยไป “สักยันต์เทวา” ก็ง่ายๆ คือฝังชิปนั่นแหละ เพิ่มเพื่อสามารถรับพลังมาใช้ได้มากขึ้น ร่างกายมันก็รับไม่ไหวเอา กลายเป็นว่า ในภาวะกึ่งจริงกึ่งฝันนั้น อยู่ๆ พระเอกวิน ก็พบความจริงอะไรบางอย่างที่ “อิฐ”เพื่อนเขาผู้แนะนำให้มาชก กุมไว้เป็นความลับ วินพยายามวิ่งไล่ล่าหาความจริงและพบว่าอะไรๆ มันไปไกลกว่าที่เขาคิดมาก เขาถูกหลอกไปถึงระดับการรับรู้

หนังครึ่งแรกมาด้วยอารมณ์เบียวๆ ต่อสู้ พอมาครึ่งหลังถึงใส่สารที่ปรับปรุงแต่งรสหนังเสียใหม่ จริงจัง เข้มข้น เสียดสี ซึ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาที่สำคัญของหนัง……

อิฐเป็นผู้สร้างเกม เป็นผู้คุมกฎ เพราะรู้วิธีเล่นกับกิเลสตัณหาคน รู้ถึงความต้องการความสุข ความตื่นเต้นฉาบฉวยชั่วครู่ยาม ว่า มันทำเงินได้มากเพียงใด ก็ใช้การเสพติดให้เป็นประโยชน์ ..ผีพนันอยากได้เงิน แต่ไม่มีเงินเล่น ก็เอามาใช้งาน ฝังวงจรสร้างการรับรู้ใหม่ เปลี่ยนความทรงจำให้ชีวิตกลายเป็นอีกคนที่ต้องจำยอมลงสนามสู้ ซึ่งสนามก็เล่นพนัน .. ดูๆ แล้วเป็นการเสียดสีเย้ยหยันที่ให้ผีพนันลองมาเป็นตัวเล่นเองในเกมพนัน

สิ่งที่เขาต้องการจากผีพนันที่ลงแข่ง คือการดูดเอาฮอร์โมนสำคัญออกมาระหว่างที่พวกนี้ต่อสู้หรืออารมณ์พลุ่งพล่าน ฮอร์โมนที่ขับเคลื่อนอารมณ์ ตัวสำคัญคือโดพามีน อะดรินาลีน เอนดรอฟีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความลุ้น ความตื่นตัว ความอยาก ..ฮอร์โมนพวกนี้ถูกเอามาขายให้คนรวยใช้ต่อ ( คงอารมณ์ประมาณยาเสพติด ) นักสู้ในเกมจะหลบหนีอะไรก็ไม่ได้ เพราะถูกสร้างการรับรู้ใหม่กลายเป็นตัวตนอีกคนไปแล้ว ..แต่ตัววินกลับมาได้ เพราะไปสักยันต์เพิ่มพลังจนระบบควบคุมสมองเสื่อมลง ถึงได้รู้ว่า ร่างกายตัวเองเป็นของเล่นคนรวย

แต่สุดท้าย วินก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ติดอยู่ในเกม.. มันมีประโยคเล่าเรื่องคมๆ ตอนท้ายที่เสียดสีสังคม ถึงความไม่เท่าเทียม ว่า ในโลกนี้มีคน 2 ประเภท คือคนสร้างกฎและคนที่เล่นตามกฎ ..ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้วว่า ใครใหญ่กว่ากัน เพียงแต่คนสร้างกฎรู้จักวิธี “ร้อยไว้ใช้” เพื่อให้คนที่ต้องเล่นตามกฎไม่หือไม่อือ คือบางครั้งเขาจะปล่อยให้ผู้เล่นชนะบ้าง เพื่อให้เห็นว่า ในเกมนี้ กฎมันมีความยุติธรรม…ประโยคนี้น่าสนใจ ตรงที่มันเล่าเรื่องกฎของการพนัน เจ้ามือยอมให้ชนะบางตา ก็เพื่อล่อให้ผีพนันทุ่มเทเงินลงมาเรื่อยๆ มีความหวังจะได้แต้มต่อ โดพามีนหลั่งซ้ำๆ ทำให้ร่างกายเสพติดภาวะลุ้น แล้วต่อมาก็ถอนตัวจากการเดิมพันไม่ได้ ตื่นเต้นด้วย หวังรางวัลด้วย ..ยิ่งวางเดิมพันแพง โดพามีนยิ่งหลั่งแรง

เมื่อเรามองเรื่องคนสร้างกฎ กับคนเล่นตามกฎ ก็อดไม่ได้ที่จะเอาไปเทียบกับการเมือง ชวนให้อารมณ์เสีย ..เชื่อว่า หลายคนรู้สึกว่า กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม พยายามเล่นตามกฎเกณฑ์ทุกอย่าง แต่ปัญหาคือ กฎดันไปเข้าข้างผู้มีอำนาจเอาซะอีก ..ถึงสมยอมกับผู้มีอำนาจเพื่อแก้กฎ แต่สุดท้ายก็โดนหักหลัง ซึ่งน่าจะเป็นเพราะว่า ผู้มีอำนาจเห็นว่า “การคงกฎแบบนี้ไว้ดีมากกว่า” คุมให้ได้ทั้งกฎ ทั้งกรรมการ ..ได้เปรียบยาวก็เท่ากับผลประโยชน์มหาศาล

ปัญหาคือ “ถ้าตอนนี้เกิดความไม่เป็นธรรม จนผู้เล่นจะลุกขึ้นมาปฏิวัติกฎ ผู้คุมกฎจะทำอะไรบ้าง เพื่อหลอกล่อผู้เล่นต่อว่า กฎยังเป็นธรรม ?” เปรียบเทียบกับการเมืองไทย คือ “ตอนนี้ รัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ จะยอมอะไรให้พรรคส้ม พรรคประชาชนบ้าง ?” เรื่องใหญ่ๆ ตอนนี้ ที่พรรคส้มเคลื่อนไหวและรอดูผล คือ 1.การฮั้ว สว. ถ้าฝ่ายผู้คุมกฎยอม นั่นคือ กกต.ต้องสั่งฟ้องต่อศาลฎีกา 229 คน ใครจะโดนเชือดโดนอะไรไปว่ากันในศาล

2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคส้มต้องการคือ สว.ต้องผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของส้ม ของภาคประชาชน เพราะการจะแก้ไข รัฐธรรมนูญยังกำหนดให้ต้องใช้เสียง สว. ผ่านร่าง แต่ถ้าเป็นร่างของพรรคส้ม สว.ตีตกเรียบ เนื่องจากมองว่า ไปตัดอำนาจ สว.ในการรับรองรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างขึ้นใหม่ เขาคงรู้สึกไม่มีส่วนร่วม ไปจนถึงเห็นว่า ด้อยค่าสภาสูงหรือเปล่า แต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญคงจะดึงเช็งกันต่อในประเด็นเลือกตั้ง ส.ส.ร.ได้หรือไม่

3. ปัญหาคดี 44 สส. ที่ ป.ป.ช.ส่งฟ้องศาลในข้อหาแก้ไข ม.112 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคส้มยืนยันตลอดว่าไม่ผิด การยื่นแก้ไขกฎหมายเป็นสิทธิ อำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือ ในการเคลื่อนไหวขอแก้ไข ไปสร้างให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับสถาบันหรือเปล่า ?? เช่นไปลงถนนหรือปั่นหัวใคร

3 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พรรคส้ม ซึ่งตอนนี้เป็นผู้เล่นที่มีเสียงสนับสนุนสูง กำลังต่อรองกับอำนาจในสังคม ว่า เพื่อความเป็นธรรม เป้าหมายเหล่านี้ควรบรรลุ ลองทายกันเล่นๆ ว่าเรื่องไหน “ปล่อยให้ได้”.

ขอบคุณภาพจากเพจ Facebook : M Studio

………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่