เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่สถานีกลางบางซื่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2565 ในหัวข้อ “ผู้นำ…กับการปราบโกง!”
นายชัชชาติ กล่าวว่า หลายๆ ครั้ง ปัญหาการทุจริตเกิดจากแผลเล็กๆ แล้วกลายเป็นบาดทะยัก แค่นโยบายไม่รับของขวัญก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรารับของขวัญจนเราเคยชิน แค่นี้ก็จะกลายเป็นบาดทะยัก ถ้าเราเคยชินกับการให้ ผู้ค้าก็ต้องเอาของดีๆ มาให้ สุดท้ายก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นหลายๆ อย่างเราต้องเลิกให้เป็นวัฒนธรรม จริงๆ การออกกฎระเบียบเพื่อแก้ไขการคอร์รัปชั่นก็ไม่ได้ง่าย แต่ถ้าสร้างจิตสำนึกได้ง่ายกว่าเยอะ

ทั้งนี้ผู้นำต้องเอาจริงเอาจัง 3 ด้าน คือ 1.ด้านผู้นำ 2.ด้านเครือข่าย และ3.ด้านเทคโนโลยี ส่วนผู้นำมีความสำคัญอย่างไร ผู้นำคือต้นตอของการต่อต้านคอร์รัปชั่น อย่างเช่น กทม. มันง่ายมากเพียงแค่บอกว่าต้องส่งนาย ต้องส่งนาย นี่คือสิ่งที่คนพูดกันมาก ผู้นำต้องประกาศเลยว่า กทม. เอาจริงเอาจังเรื่องคอร์รัปชั่น ไม่มีการส่งเป็นลำดับชั้น ต้องยกเลิกทั้งหมด ไม่มีการอ้างเรื่องนาย ในขณะที่ผู้นำ มีอยู่ 3 แบบ 1.ผู้นำระดับศูนย์ คือผู้นำที่โกงกิน ร่วมขบวนการ ผู้นำเหล่านี้จะเริ่มตั้งแต่การซื้อตำแหน่ง เพราะต้องเอาคนที่ร่วมขบวนการมารับตำแหน่ง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าระบบขององค์กรจะเสียหาย เพราะฉะนั้นผู้นำระดับศูนย์ต้องไม่มี 2.ผู้นำระดับหนึ่ง คือ ดีขึ้นมานิดนึง ตัวเองไม่โกง แต่ปล่อยให้คนอื่นหรือลูกน้องโกง แบบนี้ก็ไม่ได้ และ3.ผู้นำระดับสอง ต้องเอาจริงเอาจังและประกาศเป็นนโยบาย ดังนั้นผู้นำสำคัญ หากหัวไม่กระดิกที่เหลือจะดีขึ้นเยอะ
ด้านที่ 2 การหาภาคีเครือข่ายคอร์รัปชั่นมาจากหลายมิติ เชื่อว่ามีเกลียว 4 เกลียว ประสานกันเพื่อให้การต่อต้านเข้มแข็งขึ้นนั่นคือ ภาครัฐต้องเข้มแข็ง ภาคเอกชนมีส่วนอย่างมาก ภาคประชาชนมีส่วนร่วม และภาควิชาการ และด้านที่ 3 ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาจับ จะทำให้มี Empower จากคน มีข้อมูลที่โปร่งใส การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นรูปธรรมขึ้น

“ถ้าเราไม่กังวลเรื่องผลประโยชน์ เราไม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณใคร ผู้มีอิทธิพลก็ไม่มีความหมาย แต่ขอให้มีหลักการที่ยุติธรรม ชี้แจงได้ และเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังนั้นถ้าเราเริ่มด้วยความยุติธรรม เราเริ่มจากการเลือกตั้งที่ไม่ต้องรับเงินใครมา เราไม่ต้องซื้อเสียง เรามาด้วยเสียงประชาชนจริงๆ เราไม่ต้องกลัวผู้มีอิทธิพล เพราะเราไม่ได้อาศัยเขามา เราอาศัยเสียงประชาชนมา” นายชัชชาติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ถ้าเราโปร่งใสตั้งแต่การเลือกตั้ง การเข้าสู่กระบวนการ สุดท้ายเราก็เอาประชาชนเป็นหลัก เราไม่ต้องกังวล เพราะเรามาด้วยกระบวนการที่โปร่งใส แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไปรับผลประโยชน์จากเขา เราจะตกเป็นทาสเขาไปตลอด ดังนั้นเราต้องเริ่มด้วยความสะอาด บริสุทธิ์ มาด้วยความโปร่งใส สุดท้ายไม่ต้องเกรงใจใคร เกรงใจประชาชนเท่านั้น



