เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เตรียมแถลงข่าวลาออกจากสมาชิกพรรค วันที่ 23 ม.ค.นี้ เวลา 08.30 น. ที่สำนักงานพรรคเพื่อไทย อ.นาแก จ.นครพนม โดยมีกระแสข่าวว่า นายชวลิตอาจจะไปร่วมงานกับพรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นอกจากนี้ในการเปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.นครพนม ของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 16 ม.ค.66 ไม่ปรากฏชื่อนายชวลิต เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทย แต่ทางพรรคได้เปิดตัวอดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม จากกลุ่มก้าวหน้า เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 นครพนม แทนนายชวลิต
ทางด้าน นายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานะของประเทศขณะนี้ คนไทยยากจนเพิ่ม นำไปสู่ปัญหาหนี้สินสูงสุด คุณภาพชีวิตตกต่ำ เด็กไม่ได้เข้าโรงเรียน และความเหลื่อมลำ้ถ่างขึ้นมากติดลำดับโลก รวยกระจุกจนกระจาย ประเทศไทยฟื้นตัวช้าหลังโควิด เติบโตต่ำท้ายตารางในอาเซียน การทดสอบขององค์กรในระดับสากลด้านทุนมนุษย์พบว่าคุณภาพด้านการศึกษาตกต่ำลงกว่าก่อนทำรัฐประหาร เสน่ห์ในการดึงดูดการลงทุนทางตรงลดลง การเมืองย้อนกลับไปก่อนปี 2540 ไร้เสถียรภาพ กติกาการโหวตตัวนายกรัฐมนตรีไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เป็นธรรม ดังนั้น ต้องแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ให้เฉพาะ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกเป็นผู้มีอำนาจโหวตตัวนายกฯ จึงจะเป็นประชาธิปไตย

นายนพดล กล่าวอีกว่า หลังการเลือกตั้งอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ประเทศต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ตัวผู้นำมีความสามารถ สมองดี ทำงานเก่ง และต้องซื่อสัตย์ต่อนโยบายที่หาเสียงช่วงเลือกตั้ง นำไปลงมือปฏิบัติให้สำเร็จ มิใช่ละทิ้งความรับผิดชอบ ไม่เดือดร้อนกับสัญญาหาเสียงที่พรรคต้นสังกัดเคยให้ไว้กับประชาชน ส่วนตนเห็นว่าปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนคือการแก้ความยากจนด้วยรายได้ การเร่งสร้างโอกาสให้คนไทยในทุกมิติ การเพิ่มขีดความสามารถของประเทศด้านทุนมนุษย์ การศึกษา โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ความโปร่งใส เทคโนโลยี รวมทั้งการปฏิรูปกฎหมายและระบบราชการ
“การจะเผชิญความท้าทายและแก้ปัญหาที่กล่าวถึงได้ จึงต้องมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง ผู้นำที่มีความสามารถ มีประสิทธิภาพ และพรรคแกนนำมีนโยบายที่ตอบโจทย์ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยเดินหน้าเสนอนโยบายสร้างรายได้ เน้นนโยบายที่ทำได้จริง และเดินหน้าแลนด์สไลด์ เพื่อให้ได้รัฐบาลที่เข้มแข็งในการผลักดันนโยบายเพื่อทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น” นายนพดล กล่าว.



