สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ว่าสำนักงานสาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นรัฐมีประชากรมากที่สุดในออสเตรเลีย รายงานสถิติผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมในพื้นที่อย่างน้อย 21,282 คน โดยจำนวนผู้ป่วยยืนยันรายวันเพิ่มเป็นสถิติใหม่ และเป็นครั้งแรกที่ถึงหลักพันด้วย คือ 1,034 คน แบ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 5 คน และการติดเชื้อภายในชุมชน 1,029 คน
#BREAKING: The regional NSW lockdown has been extended until at least September 10 as the state recorded a new daily record of 1029 local #COVID19 cases and sadly three further deaths.
— 9News Sydney (@9NewsSyd) August 26, 2021
MORE: https://t.co/YVSu2Cpu01#9News pic.twitter.com/leWWAEnquP
ขณะที่สถิติสะสมของผู้ป่วยยังต้องรักษาตัวอยู่ในระบบมีอย่างน้อย 696 คน ในจำนวนนี้ 116 คน ยังต้องรักษาตัวในห้องไอซียู ส่วนสถิติผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 135 ราย โดยมีการยืนยันผู้เสียชีวิต 132 รายในรอบวันที่ผ่านมา
Westmead hospital and Blacktown hospital are tonight not accepting any COVID patients as their wards are too full. @BillHogan9News #9News pic.twitter.com/mgmN9zsEvv
— 9News Australia (@9NewsAUS) August 25, 2021
นางกลาดีส์ เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วจะได้รับการผ่อนคลายการดำเนินกิจกรรมนอกบ้าน ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.นี้เป็นต้นไป เช่น การใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจนอกบ้านได้นานขึ้น โดยขอให้ทุกคนเตรียมหลักฐานยืนยันการฉีดวัคซีนให้พร้อมสำหรับการแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ป่วยในแต่ละวันยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสาธารณสุขท้องถิ่นยอมรับว่า "ยังไม่ถึงจุดสูงสุด" กำลังทำให้ระบบโรงพยาบาลหลายแห่งในรัฐนิวเซาท์เวลส์ตึงตัวจนรับผู้ป่วยใหม่แทบไม่ไหวอีกต่อไป โดยโรงพยาบาลเวสต์มีด และโรงพยาบาลแบล็กทาวน์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มโรงพยายาลใหญ่ที่สุดของเมืองซิดนีย์ ตั้งเต็นท์ด้านนอกโรงพยาบาล เพื่อตรวจคัดกรอง และให้การรักษาเบื้องต้น และ "จำเป็นต้องปฏิเสธ" รับผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนไม่น้อย.
เครดิตภาพ : REUTERS
















