ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์ แจ้งว่า ขณะนี้การก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 7.29 หมื่นล้านบาท ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ภาพรวมความคืบหน้าอยู่ที่ 3.77% เร็วกว่าแผน 0.42% ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินงานเร่งเวนคืนที่ดิน, ขุดเจาะอุโมงค์, ถมดินงานคันทางรถไฟ และสร้างสะพานโค้งดินถม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของโครงการฯ หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นสะพานรถไฟโค้งหล่อสำเร็จ (Backfilled arch bridge) แห่งแรกของประเทศไทย โดยเป็นเทคโนโลยีของ BEBO Arch จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ใช้งานกันมาแล้วทั่วโลก และประเทศไทยใช้เวลาพิจารณาข้อดีข้อเสียของเทคโนโลยีนี้มานานกว่า 5 ปี ก่อนนำเข้ามาใช้

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า สะพานรถไฟโค้งหล่อสำเร็จนี้ เป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยลดเวลาการก่อสร้างจากเดิมได้ 1 เท่า ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 10-20% และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ซีเมนต์ รวมถึงเหล็ก อีกทั้งสามารถเพิ่มความสูงให้กับทางลอด (Clearance) ได้มากกว่าการทำสะพานแบบเดิม ทั้งนี้ ที่ผ่านมาโครงการทางรถไฟสายต่างๆ จะใช้รูปแบบของสะพานบริเวณจุดตัดทางรถไฟกับถนน ประกอบด้วย 1.สะพานธรรมดา แบ่งเป็น สะพานคานคอนกรีตรูปตัวไอ (I-Girder) และสะพานคานคอนกรีตหน้าตัดรูปตัวยู (U-Girder) มีราคาสูง และ 2.สะพานแบบท่อคอนกรีตสี่เหลี่ยม (Box culvert) ซึ่งรูปแบบนี้ ที่ผ่านมาเจอปัญหาทางเดินด้านข้าง (Sideway) แคบ ไม่สามารถเพิ่มความสูงให้ทางลอด และทัศนียภาพไม่สวยงาม 

สำหรับการนำเทคโนโลยีสะพานโค้งมาใช้กับทางรถไฟเป็นครั้งแรก จะใช้ก่อสร้างตลอดเส้นทางโครงการทั้ง 3 สัญญา เบื้องต้นในสัญญาที่ 1 จะใช้สะพานโค้งประมาณ 22-23 สะพาน ส่วนสัญญาที่ 2 และ 3 อยู่ระหว่างพิจารณา เพราะในบางจุดที่กายภาพของถนนไม่เหมาะสม อาจยังคงต้องใช้สะพานรูปแบบเดิม อาทิ ถนนที่มีมุมตัดเอียงมากๆ หากใช้สะพานโค้ง ต้องถมดินด้านหลังค่อนข้างมาก และจะทำให้ความยาวของสะพานมากเกินไป เป็นต้น ยืนยันว่าการทำสะพานโค้ง จะมีความปลอดภัย ไม่มีปัญหาทรุดตัว การออกแบบได้คำนึงถึงน้ำหนักบรรทุกอย่างรอบด้าน และเป็นไปตามมาตรฐานที่ รฟท. กำหนด

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ขณะนี้เริ่มก่อสร้างสะพานโค้งแล้วในพื้นที่สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 104 กม. มีกลุ่มกิจการร่วมค้า ไอทีดี-เนาวรัตน์ ประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง โดยจุดที่กำลังก่อสร้างอยู่บริเวณ กม.539+700 บ้านปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ สะพานยาว 33.6 เมตร กว้าง 16.46 เมตร หนา 30.5 เซนติเมตร สูงจากพื้นถนน 4.2 เมตร (เดิมออกแบบไว้ 4 เมตร แต่ชาวบ้านขอมากกว่า 4 เมตร เนื่องจากจะมีรถเกี่ยวข้าว และรถบรรทุกวิ่งผ่าน) การถมดินจะสูง 5 เมตร จากพื้นดินถึงรางรถไฟ ซึ่งงานถมดินคันทางรถไฟ เป็นงานปกติของการทำทางรถไฟระดับดินในโครงการก่อสร้างทางรถไฟ เพื่อเป็นฐานรองรับรถไฟ 

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า การออกแบบสะพานโค้งในแต่ละจุด จะมีความยาวที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิ มุมที่ตัดกันระหว่างถนนและทางรถไฟ รวมถึงความสูงของดินถมที่อยู่หลังสะพานโค้ง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การทำสะพานโค้งนั้น ได้คำนึงถึงปัญหาน้ำท่วม ซึ่งได้พิจารณาการไหลของน้ำในคลอง ตลอดจนนำปริมาณน้ำในรอบ 50 ปี และ 100 ปี มาคำนวณในการออกแบบ นอกจากนี้ยังได้วางแผนร่วมกับกรมชลประทาน และวิศวกรรมทางด้านแหล่งน้ำด้วย 

สำหรับขั้นตอนการทำสะพานจะเริ่มจากการทำฐานราก ใช้เวลาประมาณ 14 วันถึง 1 เดือน จากนั้นจะนำชิ้นส่วนโค้งหล่อสำเร็จที่มีการหล่อชิ้นงานคอนกรีตที่โรงงานใน จ.พระนครศรีอยุธยา มาประกอบกันในพื้นที่ก่อสร้าง ใช้เวลาติดตั้งประมาณ 3 วัน และจะทำการหล่อคอนกรีตเชื่อมชิ้นงาน  ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการบดอัดดินต่อไป รวมใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จึงจะแล้วเสร็จทั้งหมด ซึ่งในการดำเนินงานสามารถปิดการจราจรแบบวันต่อวันได้ ไม่จำเป็นต้องปิดการจราจรเป็นเดือน ทั้งนี้ ปกติการก่อสร้างสะพานที่ผ่านมา 1 ตัว ต้องมีการทำฐานราก เสา และวางคาน ใช้เวลาก่อสร้างจนแล้วเสร็จอย่างต่ำประมาณ 6 เดือน คาดว่าการติดตั้งสะพานรถไฟโค้งหล่อสำเร็จจุดแรก จะแล้วเสร็จประมาณเดือน ม.ค.-ก.พ. 67

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ปัจจุบันภาพรวมงานก่อสร้าง 3 สัญญา ประกอบด้วย สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว คืบหน้า 2.36% เร็วกว่าแผน 0.64%, สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทาง 135 กม. มีกิจการร่วมค้า ซีเคเอสที-ดีซี 2 ประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท บุรีรัมย์พนาสิทธิ์ จำกัด เป็นผู้รับจ้าง คืบหน้า 5.21% เร็วกว่าแผน 0.85% และสัญญาที่ 3 ช่วง ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 84 กม. มีกิจการร่วมค้า ซีเคเอสที-ดีซี 3 ประกอบด้วย บริษัท ช.การช่างฯ บริษัท ซิโน-ไทยฯ และบริษัท เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้าง คืบหน้า 3.70% ช้ากว่าแผน 0.32% คาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จ และเปิดบริการได้ในปี 71 ตามแผนที่วางไว้.