สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ว่า นายอาบู โมฮัมเหม็ด อัล-โจลานี ผู้นำกองกำลัง “ฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม” (เอชทีเอส) แถลงที่มัสยิดอูเมย์ยัด ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่ที่สุดในกรุงดามัสกัส ว่า “ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์” เหนือฝ่ายรัฐบาลซีเรียของอดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ไม่ได้เป็นเพียงชัยชนะของชาวซีเรีย แต่เป็นชัยชนะของภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย


ทั้งนี้ เอชทีเอส ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอัล-กออิดะห์ ซีเรีย ก่อนแยกตัวออกมา เมื่อปี 2559 และอยู่ในบัญชีดำการเป็นผู้ก่อการร้ายโดยรัฐบาลหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐ มีบทบาทสำคัญอย่างมาก ในการปฏิบัติการสายฟ้าแลบกับกองทัพซีเรีย ซึ่งประสบความสำเร็จภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์


นอกเหนือจากเป็นการปิดฉากรัฐบาลอัสซาด และ “ระบอบอัสซาด” ที่ปกครองซีเรียมานานครึ่งศตวรรษ ตั้งแต่ยุคประธานาธิบดีฮาเฟซ อัล-อัสซาด บิดาของอัสซาด ปฏิบัติการของเอชทีเอสและแนวร่วมครั้งนี้ เท่ากับเป็นการทำให้สงครามกลางเมืองซีเรีย ซึ่งปะทุเมื่อเดือน มี.ค. 2554 “ยุติโดยปริยาย”


อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเตือนว่า สถานการณ์นับจากนี้ยังคงเป็นไปด้วยความไม่แน่นอน เนื่องจากกบฏซีเรียยังมีอีกหลายฝ่าย และภาคเหนือของซีเรียเป็นฐานที่มั่นหลักของกองกำลังป้องกันตนเองชาวเคิร์ด ซึ่งมีความแตกต่างกันในทางเชื้อชาติและอุดมการณ์ อีกทั้งกลุ่มไอเอสและกลุ่มอัล-กออิดะห์ ยังคงกระจายตัวอยู่ในซีเรียด้วย.

เครดิตภาพ : AFP