เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 พ.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (อขจพ.) โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัด มท. นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัด มท. หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) คณะอนุกรรมการฯ ผู้แทนส่วนราชการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมประชุม

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวคิดแก้ไขปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (คจพ.) ขึ้น พร้อมคณะอนุกรรมการภายใต้ คจพ. 2 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (อขจพ.) และคณะอนุกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (อตจพ.) และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ซึ่งวันนี้คณะอนุกรรมการฯ จะร่วมกันพิจารณาแนวทางดำเนินงานเรื่องที่สำคัญ เพื่อเสนอความเห็นให้สามารถขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดมรรคผลเป็นรูปธรรม ตอบสนองเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาลได้

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลยังจัดตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับจังหวัด โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด และกรุงเทพมหานคร (คจพ.จ. และ คจพ.กทม.) รวม77 ศูนย์ ระดับอำเภอ โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการปฏิบัติการฯ อำเภอ และเขตในกรุงเทพมหานคร (คจพ.อ. และ คจพ.ข.) รวม 928 ศูนย์ และระดับปฏิบัติการ โดยจัดตั้งทีมปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่ รวม 7,245 ทีม และจัดตั้งทีมพี่เลี้ยงเพื่อดูแล ติดตามการแก้ปัญหาความยากจนของครัวเรือนอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ ที่สำคัญต้องบูรณาการทุกส่วนราชการ พูดคุยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดไปเป็นพี่เลี้ยงให้กับประชาชน สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาคนให้หลุดพ้นจากกรอบความยากจนอย่างยั่งยืน
“ทีมพี่เลี้ยง ถือเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนการทำงาน เป็นกลไกที่มีความสำคัญที่สุด ต้องทำงานเป็นพี่เลี้ยง เป็นทีม ในการช่วยเหลืออย่างจริงจัง โดยต้องลงพื้นที่เข้าไปพูดคุย สร้างความเข้าใจต่อทัศนคติการดำรงชีวิต การทำงาน และร่วมกันศึกษา ค้นหาทักษะ ค้นหาฝีมือแรงงานหรือความถนัดในอาชีพ และร่วมกันวิเคราะห์ ตัดสินใจ หาทางออก แนวทางแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยยึดครัวเรือนเป้าหมายเป็นศูนย์กลาง เพื่อสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาให้ข้อคิดเห็น และมีมติให้ความเห็นชอบหลักการแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ ยังมีมติให้ความเห็นชอบร่างเสนอของบประมาณในการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำเสนอสำนักงบประมาณ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาต่อไป.



