สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ว่าคณะผู้แทนเจรจาการค้าของสหรัฐ นำโดยนายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลัง และคณะผู้แทนเจรจาการค้าของจีน นำโดยนายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน และประธานคณะกรรมการกิจการการเงินและเศรษฐกิจกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมกัน หลังเสร็จสิ้นการหารือสองวัน ที่เมืองเจนีวา ระหว่างวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศเห็นพ้อง ในการลดกำแพงภาษีเป็นเวลา 90 วัน ในอัตราเท่ากัน คือต้องลดลงประเทศละ 115% หมายความว่า กำแพงภาษีของสหรัฐที่มีต่อสินค้าของจีน จะลดลงจาก 145% เหลือ 30% และกำแพงภาษีของจีนที่มีต่อสินค้าของสหรัฐ จะลดลงจาก 125% เหลือ 10% มีผลตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. นี้
US and China agree to drastically roll back tariffs for an initial 90-day period, according to a joint statement https://t.co/5L92tNaNRH
— CNN Breaking News (@cnnbrk) May 12, 2025
ขณะเดียวกัน สหรัฐและจีนเห็นพ้อง จัดตั้ง “กลไกเจรจาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจ” โดยผู้แทนของทั้งสองฝ่ายยังคงเป็นคนเดิม จากการประชุมกันที่เมืองเจนีวา คือ เบสเซนต์ และเหอ ร่วมด้วยนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ
อนึ่ง สหรัฐกำหนดอัตราภาษีต่างตอบแทนกับจีน ในอัตราสูงถึง 145% ตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ส่วนจีนตอบโต้ด้วยการกำหนดอัตราภาษี 125% ด้านบรรดาผู้สันทัดกรณีมองว่า ทั้งสองประเทศต่างได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้แล้ว เห็นได้ชัดจากการที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐ เมื่อไตรมาสแรกปีนี้ หดตัว 0.3% เนื่องจากผู้ประกอบการต่างเร่งนำเข้าสินค้าให้ได้มากที่สุด ก่อนมาตรการภาษีมีผลบังคับใช้
ด้านสถิติการส่งออกของจีนไปยังสหรัฐเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีมูลค่าอยู่ที่ 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.08 ล้านล้านบาท) ลดลง 21% จากสถิติเมื่อเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 41,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.37 ล้านล้านบาท)
ขณะที่องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) แสดงความเชื่อมั่นว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐกับจีน ไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใด จะเป็นการปูทางไปสู่การบรรเทาความขัดแย้งทางการค้า ระหว่างสองประเทศซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



