เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 3 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนกรณีการจะนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดและใช้รักษาทางการแพทย์เท่านั้น ว่า ในเรื่องของใบสั่งซื้อ ที่แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้ออกเงื่อนไขว่าผู้ที่จะใช้ สามารถใช้ได้ในกรณีใดบ้าง ก็จะต้องเป็นไปตามนั้น ซึ่งทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทยสภา 

เมื่อถามว่าส่วนของร้านกัญชาที่ยังเปิดขายกันอยู่โดยทั่วไป ตอนนี้จะมีการไปทำความเข้าใจหรือไม่นั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องมีการอบรมภายใน โดยภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการร้านกัญชา เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและไม่ขัดต่อกฎหมาย และการประกอบกิจการจำหน่ายทางการแพทย์เป็นไปได้อย่างสะดวกราบรื่น ในส่วนของผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง มีใบอนุญาตตามกฎหมาย ก็ยังสามารถเปิดกิจการต่อไปได้ กลับกันหากไม่มีใบอนุญาตและขัดต่อกฎหมายก็ต้องยกเลิกกิจการ

ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยออกมาระบุว่ากระทรวงสาธารณสุข ต้องออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมกัญชา และต้องไม่ปล่อยปละละเลย ไม่ให้กัญชาเกลื่อนเมือง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กฎหมายจะต้องทำอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่มีประมวลกฎหมายยาเสพติด ในส่วนของยาเสพติดประเภทที่ 5 รมว.สาธารณสุข จะสามารถประกาศควบคุมออกมาได้เลย ตามคำแนะนำของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ปล่อยให้เป็นเกียร์ว่างหากยังทำไม่แล้วเสร็จ ไม่สามารถจะปล่อยให้เกียร์ว่างได้ ส่วนยาเสพติดที่ต้องใช้กฎหมายคุ้มครองประเภทสมุนไพรแพทย์แผนไทยมากำกับให้ใช้ทางการแพทย์ ก็ต้องไม่ปล่อยให้เกียร์ว่าง จะต้องมีกฎหมายข้อบังคับมาควบคุม เหมือนเรือน้อยลอยในทะเล ใครจะไปไหนก็ไปไม่มีทิศทาง ซึ่งมองว่าไม่ได้ เพราะจะต้องมีความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น 

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นเรื่องของกระท่อม ที่มีการปลดออกจากบัญชียาเสพติด แต่ก็มีการออกกฎหมายมากำกับดูแลได้ทัน ซึ่งไม่สามารถจะจำหน่ายแบบต้มขายเป็นน้ำได้ ซึ่งเรื่องของกัญชาก็ต้องมีผู้กำกับดูแลให้ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยไปตามยถากรรม เพราะอาจจะมีร้านค้าขึ้นมาอีกมาก ซึ่งนอกจากจะมีกฎหมายหลักแล้ว จะต้องมีกฎหมายรอง เรียกว่ากฎกระทรวง และประกาศกระทรวง ซึ่งรัฐมนตรีสามารถออกได้จากการทำประชาพิจารณ์ เพื่อที่จะออกมาเป็นประกาศ แต่หากไม่รับผิดชอบ และปล่อยปละละเลยมาตั้งแต่ปี 2565 มาจนถึง 2568 ทำให้เกิดปัญหา และจะมาโวยวายโทษคนโน้นคนนี้ ตัวเองมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูก ย้ำว่าใครทำอะไรไว้ก็ต้องมาตามเช็ดล้างให้เรียบร้อย

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่า ไม่เชื่อว่ากระทรวงมหาดไทยในยุคของรัฐบาลเพื่อไทยจะดีขึ้น และย้อนให้ไปดูที่กระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จะให้ดูประเด็นใดจะได้ชี้แจงถูก ซึ่งตัวเองมาอยู่กระทรวงสาธารณสุขได้ประมาณ 1 ปี ก็ดูแลในหลายเรื่อง และหลายเรื่องก็เกือบสำเร็จไป อาทิ เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่มีถึงร้อยละ 76 ที่ส่วนใหญ่มาจากการรับประทานอาหาร จึงมีการเน้นย้ำให้ประชาชนเน้นบริโภคคาร์โบไฮเดรต เพื่อจะเป็นการประหยัดค่ายาและค่ารักษาพยาบาล พร้อมย้ำว่าจะประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่า 40 ล้านคนจะต้องเข้าใจเรื่องนี้