จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ตามที่ “สส.ต้า” ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) ยื่นร้องว่า สส.มีส่วนในการเสนอแปรญัตติหรือการกระทำการใดๆ ที่มีผลในทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 144

ในการประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี “รมช.หนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะรองประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณางบประมาณของหน่วยงานของรัฐสภา รมช.หนิม แจ้งถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณา
“และเพื่อไม่ให้เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่อาจจะฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 จึงขอให้ที่ประชุมพิจารณาปรับลดงบประมาณในส่วนของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นรายการภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์และเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผลผลิต การส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จำนวน 178 ล้านบาท
ประกอบด้วย 3 รายการ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนและประชาชนในการปกครองระบอบประชาธิปไตย 2.โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3.โครงการส่งเสริมบทบาทของเสรีทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยสำนักงบประมาณแจ้งมายัง กมธ. ผมจึงขอปรึกษาหารือในห้อง” นายจุลพันธ์ กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอถอนทั้ง 3 โครงการออกไป เพื่อการพิจารณาเดินหน้าต่อ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับลดงบตรงนี้ 178 ล้านบาท
ต่อมา กมธ.ได้ซักถามเลขาธิการสภา ต่อความชัดเจนต่อการเสนอของบประมาณในหลายโครงการที่พบว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน และไม่สมเหตุสมผล นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ กมธ.ซักถามว่า ที่รัฐสภามีห้องประชุมเพื่อไว้รองรับการประชุมของ ครม. ที่รัฐสภา แต่ล่าสุดได้ยินว่าจะยุบ 3 ห้องประชุมของ กมธ.เพื่อใช้เป็นห้องประชุม ครม.อีก โดยตั้งงบไว้ 117 ล้านบาท แถมยังมีโครงการที่ตั้งไว้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ภายนอกอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นงบซ่อมอาคารและพื้นที่ทั้งที่อาคารอยู่ในระยะประกัน ควรให้บริษัทผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ เชื่อว่าเลขาธิการสภา ทราบดีว่าในงานก่อสร้างนั้น ส่วนที่มีผลประโยชน์หรือกำไรคืองานส่วนไอซีทีที่มีการบวกมากถึง 40% จากงบก่อสร้างรัฐสภา 1.2 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้รวมค่าซ่อมด้วย ต้องใช้งบร่วม 2 หมื่นล้านบาท

“สส.ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ตั้งคำถามต่อการเสนอของบประมาณของสภา เพื่อใช้ในโครงการจัดซื้อรถนำขบวนของประธานสภา และรองประธานสภา รวม 3 คัน มูลค่ารวม 8 ล้านบาท รวมถึงงบประมาณเพื่อจัดซื้อเรือ ได้แก่ เจ็ตสกี จำนวน 2 ลำ เรือตรวจการณ์ จำนวน 2 ลำ มูลค่า 40 ล้านบาท และเรือรับรอง 1 ลำ มูลค่า 40 ล้านบาท รวมงบประมาณซื้อเรือทั้ง 3 ประเภทนั้นมูลค่ากว่า 82 ล้านบาท ซึ่งมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน
“สส.ต้า” ภัณฑิล น่วมเจิม อภิปรายท้วงติงต่อการโอนงบประมาณที่เสนอขอในปี 2568 ไปทำโครงการอย่างอื่น เช่น งบพัฒนาเยาวชน 19 ล้านบาท ไปเป็นค่าครุภัณฑ์ เพื่อปรับปรุงห้องจัดเลี้ยง ชั้นบี 1 และบี 2 ย้ายงบ 11 ล้านบาทไปทำไฟส่องสว่างริมแม่น้ำ ย้ายงบเกี่ยวกับกล้องซีซีทีวี (CCTV) ของสภา 10 ล้านบาท ไปเป็นเรื่องของจอแอลอีดี โอนงบประมาณเพื่อพัฒนาเยาวชนเกี่ยวกับประชาธิปไตย จำนวน 35 ล้านบาท เพื่อนำไปปรับปรุงภูมิทัศน์ คือ น้ำพุ
ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภา ชี้แจงว่าประเด็นการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณนั้น เพราะมีการพิจารณาว่าควรแก้ปัญหาด้านต่างๆ สำนักงานเลขาธิการสภาจึงขอเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ในส่วนของการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ วงเงิน 200 ล้านบาทเป็นงบผูกพัน จะมีพื้นที่ MB1 และชั้น 11 ยังอยู่ในระหว่างการออกแบบ คาดว่า มี.ค. 2569 จะได้ข้อสรุป ทั้งนี้ ในส่วนดังกล่าวจะมีค่าควบคุมงาน 6-7 ล้านบาท

ส่วนห้องสมุดที่ของบประมาณจัดสร้างใหม่ ข้อเท็จจริงห้องสมุดที่อยู่บริเวณชั้น 9 ไม่ได้ยกเลิก แต่จะสร้างเพิ่มเติมที่ชั้น 1 ซึ่งมีแบบที่ขอความอนุเคราะห์แล้ว แต่ยังไม่มีงบดำเนินการ ขณะที่ประเด็นเรือตรวจการณ์และเรือรับรองนั้น ได้ปรับตัดออกไปแล้ว อาคารจอดรถนั้นได้ยกเลิกการประมูลอิเล็กทรอนิกส์แล้ว อนาคตจะมีอีกหรือไม่ ต้องให้เป็นส่วนที่เลขาธิการสภาคนใหม่ พิจารณา
“ห้องประชุม ครม. จะใช้พื้นที่ห้องริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณชั้น 2 ติดกับห้องของ สส. โดยจะปรับปรุงพื้นที่เพื่อให้พักรอระหว่างพิจารณาของสภา และส่วนที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีองค์ประชุมใกล้เคียงกัน ไม่ได้เบียดบังห้อง กมธ.แต่อย่างใด ขณะที่โครงการปรับปรุงศาลาแก้วเพิ่ม ไว้รองรับผู้มาวางพวงมาลา และพานพุ่มในวันสำคัญ ต้องเตรียมความพร้อมของสถานที่ จะตั้งงบประมาณที่เหมาะสมอีกครั้ง” ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ กล่าว
สำหรับปัญหาเรื่องการใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งถูกครหาว่า กระจุกตัวอยู่แค่บางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย “มท.อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ส่งเอกสารถึงสื่อมวลชนชี้แจงข้อกล่าวหางบกระตุ้นเศรษฐกิจ ยืนยันว่างบไม่กระจุกพร้อมกระจายตามหลักเกณฑ์ และไม่พบงบ 700 ล้าน ในองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บุรีรัมย์และสุรินทร์

มท.อ้วนสั่งให้คนที่ทำเอกสารมาชี้แจงกับ รมว.มหาดไทย เพราะสิ่งที่ชี้แจงออกมายังไม่เป็นไปตามกระบวนการ ยืนยันข้อเท็จจริงที่ตนเองพูดไปถูกต้องทั้งหมด สิ่งที่ชี้มาแจงมีเพียงเรื่องเดียวคืองบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท แต่ที่ตนพูดเรื่องงบกระจุกตัวมันเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 67-68 มาแล้ว เป็นงบที่ใช้กับท้องถิ่น จ.บุรีรัมย์ มีบาง อบต. มี 700 กว่าโครงการและได้เงินไปทั้งหมด มีโครงการหนึ่งได้เงินไปถึง 700 ล้านบาท ตนจะดำเนินการไปตามกระบวนการกฎหมาย
“เอกสารที่ออกมาเมื่อวันที่ 17 ก.ค. เป็นเอกสารที่ไม่ได้ยื่นออกมาเป็นทางการ การชี้แจงก็ชี้แจงเพียงจุดเดียว เพื่อตอบปัญหาที่ผมพูดทั้งหมดซึ่งไม่เป็นความจริง ผมไม่ได้พูดอะไรผิด ต้องมีการสอบสวนว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเอกสารนี้ไม่ได้ผ่านมาตามขั้นตอน อยู่ๆ ก็ถูกเผยแพร่และอยู่ๆ ก็หายไป ในขณะที่อธิบดีถูกสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลง (เพิ่งโยกย้ายนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดี สถ.เป็นผู้ตรวจราชการ และตั้ง ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผวจ.เพชรบุรี เป็นอธิบดี สถ.แทน) แต่ยังมีการสั่งการหรือไม่อย่างไร หรือใครเกี่ยวข้อง”
ส่วนคดี “แม้ว ชั้น 14” ที่ศาลอาญา นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาเข้าฟังการไต่สวนในคดีหมายเลขดำที่ บค. 1/2568 หรือคดีอดีตนายกฯ แม้ว พัก รพ.ตำรวจ ชั้น 14 นายชาญชัย นำใบเสร็จของอดีตนายกฯ แม้ว เป็นบิลตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย.66-19 ก.พ.67 รวม 26 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 2,475,276 บาท ว่า ใบเสร็จมีค่าบริการทางการแพทย์ แต่ไม่มีค่ายา อ้างว่าป่วยวิกฤติ หากดูในใบเสร็จในวันที่ 19 ก.พ.67 จะพบว่ามีค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค 11,461 บาท ค่าเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา 47,324 บาท ค่าห้องและค่าอาหาร 57,350 บาท มองว่าความวิบัติจะเกิดขึ้นกับนายทักษิณ 4 เรื่อง ถ้าเขาไม่พอใจก็มาฟ้องได้ ตนจะกระชากลากเอกสารที่เป็นเรื่องลับออกมาอีกรอบ

ที่สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล กระทำการขัดต่อจริยธรรม จากการเสนอแก้ไข ป.อาญา ม.112 ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขอนําพยานเข้ามาสืบ ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อกล่าวหา อยู่ที่ 44 สส. ที่ยื่นพยานหลักฐานเข้ามา รวมถึงพยานบุคคล อันไหนไม่เกี่ยวข้องก็จะตัดออก ย้ำว่าเราให้โอกาสมาชี้แจงเต็มที่ ตอนนี้หลักฐานของทางผู้กล่าวหาเพียงพอแล้ว เหลือแต่ทางผู้ถูกกล่าวหาว่าจะแก้ข้อกล่าวหาอย่างไร”
ปิดท้ายที่ “นายกฯ อิ๊งค์” ที่ฝูงเครื่องบิน กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก (ขส.ทบ.) ดอนเมือง “นายกฯ อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหน้าที่ รมว.วัฒนธรรม 2 สัปดาห์ว่า เร็วๆ นี้จะมีผลงานออกมาให้เห็น สัปดาห์หน้าจะไปลงพื้นที่ที่กระทรวงวัฒนธรรมร่วมทำกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจน่าปรับปรุงเพิ่มเติม

“ภาคเอกชนไทยให้ความสนใจเรื่องการถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศในเมืองไทยมากขึ้น มีเรื่องมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ (Cash Rebate) เราให้กับต่างชาติที่จะคืนเงินหากเข้ามาถ่ายทำที่ประเทศไทย ซึ่งเราอยากให้วงการหนังไทยเราเองมีอย่างนั้นด้วย ตอนนี้อยู่ในข้อพิจารณาอยู่ว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไร และดูว่าจะทำได้กี่เปอร์เซ็นต์ ก็พยายามจะทำให้รัดกุมที่สุด เราเต็มที่เรื่องนี้”
“ทีมข่าวการเมือง”



