เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2568 นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย กล่าวพาดพิงพ่อตนเอง ว่า พ่อผมเป็นครูประชาบาลธรรมดาๆ ทเสียชีวิตไปแล้ว 35 ปี แต่สิ่งซึ่งผมมั่นใจได้ก็คือพ่อผมไม่ทำชั่วบุกรุกโบราณสถานเหมือนพี่สาวคุณ พี่เขยคุณหรือหลานคุณ จึงไม่ต้องติดคุกแทน
“ผมไม่ทราบว่าพ่อคุณสอนคุณมาอย่างไร แต่พ่อผมสอนลูกทุกคนให้เป็นคนดี ลูกทุกคนมีหน้าที่การงานที่ดีซื่อสัตย์สุจริตเป็นทนายความ รับราชการเป็นอัยการ เป็นครู ตำแหน่งสำคัญในรัฐวิสาหกิจ มีหลานก็ประกอบอาชีพการงานที่ดีเป็นผู้พิพากษา เป็นทนายความ นักธุรกิจ และอีกหลายอาชีพ ที่แน่ๆ พ่อผมไม่ได้ทำตัวให้ลูกเห็นว่าประพฤติชั่วเลวทราม หรือประกอบอาชีพสกปรกและไม่เคยทำผิดกฎหมายบ้านเมือง” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย ระบุว่า ในทางตรงกันข้าม เกลียดและขยะแขยงคนประพฤติชั่วที่คิดว่าการมีตำแหน่งใหญ่โตในบ้านเมืองแล้วจะฟอกความสกปรกโสมมของตัวเองให้ขาวได้ นอกจากผมไม่ได้ประพฤติชั่วแล้ว ผมก็จะสอนลูกให้ประพฤติตนเป็นคนดี ผมจะไม่ให้ลูกเปิดบ่อนเพราะเงินที่ได้มาเป็นเงินสกปรก และผมจะไม่ให้ลูกสะใภ้เปิดบ่อนการพนันออนไลน์
นายศุภชัย ระบุต่อว่า ผมเองก็มั่นใจยืนยันว่าผมไม่ได้ประพฤติชั่ว ทำหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตั้งใจในการทำงานและไม่เคยทุจริต หรือทำลายบ้านเมือง เป็น สส. ก็ทำหน้าที่ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน และไม่เคยเบิกเบี้ยประชุมอันเป็นเท็จ ไม่คบจีนเทา จีนดำทำบ่อนการพนันกับใคร ผมไม่เคยถูก ป.ป.ช. ตรวจสอบว่าทุจริตประพฤติมิชอบ
“เรื่องเขากระโดงไม่มีใครบุกรุกไม่มีใครติดคุก เพราะอยู่ในพื้นที่เขากระโดง เพราะเขามีโฉนด มีเอกสารสิทธิ เขากระโดงไม่มีใครตกเป็นผู้ต้องหา แต่จะมีคนติดคุกเพราะสั่งให้อธิบดีเพิกถอนโฉนด เอกสารสิทธิที่เขากระโดง รอดู” นายศุภชัย ระบุ.



