เมื่อวันที่ 19 ส.ค. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 1.รัฐบาลได้ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง และยังคงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) ซึ่งได้เริ่มแล้วโดยกองทัพภาคที่ 1 และกำลังจะดำเนินการโดยกองทัพภาคที่ 2, การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ได้กำหนดประชุมระหว่างวันที่ 8-10 ก.ย. 2568 ที่ จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา และการดำเนินการสังเกตการณ์ของคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team: IOT) โดยทูตทหาร ASEAN แต่ละประเทศ รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า 2.ขณะนี้ยังมีรายงานจากฝ่ายความมั่นคงว่ามีอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน แปลกปลอมเพิ่มขึ้นมากจนผิดปกติ ขอให้ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ร่วมกับ กระทรวงคมนาคม และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดมาตรการที่เหมาะสมและแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้ได้ปิดลงแล้ว ประชาชนได้เดินทางกลับเข้าบ้านพักแล้ว ให้พื้นที่สรุปและสำรวจการให้ความช่วยเหลือต่อไป ขณะเดียวกันการเยียวยาตามมติ ครม. ให้แก่ทหารและพลเรือนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ได้ดำเนินการแล้ว รวมถึงบ้านเรือนที่เสียหายก็ได้รับการช่วยเหลือซ่อมแซมตามลำดับ  

นายจิรายุ กล่าวอีกว่า สำหรับการดูแลด้านจิตใจ กระทรวงสาธารณสุขต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ส่วนการเยียวยานอกเหนือจากนั้น ได้สั่งการให้คณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินการต่อไป ขณะที่เรื่องสงครามข่าวสาร ซึ่งมีการสร้างข่าวเท็จ และสร้างสถานการณ์ ตลอดจนมีข่าวปลอม (เฟคนิวส์) ถึงแม้ประเทศไทยจะมีเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารและแสดงความเห็น แต่ขณะนี้เราต้องการความสามัคคีภายในประเทศ จึงขอให้หน่วยงานต่างๆ ด้านการสื่อสารมวลชนทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือกับ ศบ.ทก. ตรวจสอบขจัดเฟคนิวส์ ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ และไม่เป็นผู้ขยายผลเสียเอง โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือตรวจสอบผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center: AFNC).