เมื่อวันที่ 30 ส.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งว่า จากการติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศฉบับที่ 2 (225/2568) ประกาศ ณ วันที่ 29 ส.ค. 2568 เรื่อง พายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ระบุว่าในช่วงวันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย. 2568 ระบุว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงเย็นวันที่ 30 ส.ค. 2568 อิทธิพลจากพายุจะทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีลมแรง บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ในช่วงวันที่ 30 ส.ค.-2 ก.ย. 2568
โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-2 ก.ย. 2568 ดังนี้ พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม วันที่ 30 ส.ค. 2568 ประกอบด้วยภาคเหนือ จังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ และจังหวัดเพชรบูรณ์ ภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี ภาคกลาง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด และภาคใต้ จังหวัดชุมพร ระนอง พังงา และจังหวัดภูเก็ต
วันที่ 31 ส.ค. 2568 ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และจังหวัดมุกดาหาร ภาคกลาง จังหวัดลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และจังหวัดตราด ภาคใต้ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และจังหวัดภูเก็ต
วันที่ 1 ก.ย. 2568 ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และจังหวัดมุกดาหาร, ภาคกลาง จังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ภาคใต้ จังหวัดชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และจังหวัดกระบี่
ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรงระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-2 ก.ย. 2568 ประกอบด้วย ภาคกลาง จังหวัดชลบุรี (อำเภอเมืองชลบุรี ศรีราชา เกาะสีชัง บางละมุง และอำเภอสัตหีบ) จังหวัดระยอง (อำเภอเมืองระยอง บ้านฉาง และอำเภอแกลง) จังหวัดจันทบุรี (อำเภอนายายอาม ท่าใหม่ แหลมสิงห์ และอำเภอขลุง) และจังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด แหลมงอบ คลองใหญ่ เกาะช้าง และอำเภอเกาะกูด), ภาคใต้ จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) จังหวัดพังงา (อำเภอเกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี) และจังหวัดภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานแจ้งจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ โดยได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและพื้นที่ที่มีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัย ให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ให้เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ (ERT) ให้พร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดสถานการณ์ขึ้น และให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัยเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยขึ้น.



