สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวานนี้ (10 ก.ย. 2568) กรณี เชอร์ลีย์ ปาซามานิค หญิงวัย 70 ปี จากรัฐฟลอริดา ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องสปาร์กี สุนัขของเธอ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ปาซามานิคเล่าว่าขณะที่เธอกำลังเดินออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองออร์แลนโด สุนัขพันธุ์พิตบูลตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามากัดเจ้า “สปาร์กี” สุนัขชราอายุ 14 ปีของเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“มันพุ่งเข้ามาหาเราจากไหนก็ไม่รู้” ปาซามานิคเล่า และเสริมว่า “ฉันทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ จนสุดท้ายเราก็ล้มลงไปกองกับพื้น”
จากภาพวิดีโอที่เผยแพร่โดยสื่อต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าเธอพยายามใช้ไม้เท้าตีสุนัขพิตบูลเพื่อขับไล่มัน แต่เมื่อไม่ได้ผล ปาซามานิคจึงตัดสินใจกัดเข้าไปที่คอของสุนัขพิตบูลและทำให้มันหยุดทำร้ายสุนัขของเธอได้สำเร็จ
“ฉันง้างปากมันไม่ได้” เธอเล่า “ดังนั้นฉันเลยต้องกัดมัน! ฉันไม่มีทางเลือก! ฉันหนักแค่ 91 ปอนด์ (ประมาณ 41 กิโลกรัม) แรงฉันไม่พอ!”
หลังจากนั้น มีภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพชายคนหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้าของสุนัขพิตบูลได้จูงสุนัขเดินออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เหลียวกลับมาดูปาซามานิคและสุนัขของเธอเลยแม้แต่น้อย
“เขาคว้าสายจูงแล้วเดินจากไปเลย ไม่แม้แต่จะหันมาดูว่าพวกเราเป็นอย่างไรบ้าง” ปาซามานิคกล่าวถึงปฏิกิริยาของเจ้าของสุนัข
หลังเกิดเหตุ ปาซามานิคมีรอยกัดและรอยฟกช้ำที่ขา ขณะที่สปาร์กีก็มีรอยถูกกัดเช่นกัน ซึ่งเธอรู้สึกผิดหวังที่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือเลย “พวกเขาแค่ยืนมอง” เธอกล่าวพร้อมระบุว่า “หลังจากนี้ทุกคนจะได้เห็นว่าพวกคุณขี้ขลาดกันแค่ไหน”
นอกจากนี้ เธอยังเรียกร้องให้มีการกำจัดสุนัขพิตบูลตัวนี้ โดยบอกว่า “ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ฉันยังตัวสั่นไม่หายไปหลายวันหลังจากเหตุการณ์นี้”
รายงานข่าวระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่กำลังพยายามระบุตัวเจ้าของสุนัขพิตบูลที่ก่อเหตุ
ปาซามานิคโพสต์วิดีโอดังกล่าวลงบนเฟซบุ๊กเพื่อเตือนภัย และบอกผู้สื่อข่าวว่า สุนัขของเธอเป็นเหมือนกำลังใจในช่วงเวลาที่ยากลำบาก “บางวันที่ฉันลุกขึ้นมาได้ก็เพราะต้องดูแลมัน” เธอกล่าวทิ้งท้าย “คุณต้องดูแลสุนัขของคุณให้ดี”
ที่มา : people.com
เครดิตภาพ : YouTube / WHTR



