สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ว่าผลการสำรวจระยะ 3 วัน ระหว่างวันที่ 19-21 ก.ย. ที่ผ่านมา พบผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 41 เห็นชอบกับการปฏิบัติหน้าที่ประธานาธิบดีของทรัมป์ ซึ่งลดลงจากร้อยละ 42 ในการสำรวจครั้งก่อนหน้า โดยมีเพียงร้อยละ 35 เห็นชอบกับการจัดการเศรษฐกิจ และร้อยละ 28 เห็นชอบกับการจัดการค่าครองชีพ ซึ่งต่างต่ำกว่าการสำรวจครั้งก่อนหน้าเล็กน้อย
ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามราวร้อยละ 54 มองว่า เศรษฐกิจของสหรัฐกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ผิด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 53 ในการสำรวจเมื่อเดือน ส.ค. และร้อยละ 52 จากการสำรวจเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
หนึ่งในคำมั่นหลักที่ทรัมป์ประกาศตอนหาเสียงเลือกตั้งคือการลดราคาสินค้าและฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่เศรษฐกิจของสหรัฐกลับชะลอตัว และอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงขึ้นในบางภาคส่วน ท่ามกลางการดำเนินมาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรในวงกว้างและนโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
นอกจากนั้นตลาดแรงงานของสหรัฐ ยังแสดงสัญญาณซบเซาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานลง 0.25 จุด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ด้านกระทรวงแรงงานของสหรัฐรายงาน ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของประเทศ เพิ่มขึ้นเพียง 22,000 อัตรา เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งชะลอตัวลงอย่างมาก จากตัวเลขที่เพิ่มขึ้น 79,000 อัตรา เมื่อเดือน ก.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานของประเทศ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.3 เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี.
ข้อมูล : XINHUA
เครดิตภาพ : AFP



