เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน โดยมีเครือข่าย รพ.เอกชน ร่วมกันจัดทำโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลจะะช่วยค่าครองชีพของประชาชน ในส่วนของการรักษาใน รพ.เอกชน ที่ให้ผู้ป่วยสามารถนำใบสั่งยาไปซื้อจากร้านขายยาข้างนอกได้ ซึ่งในส่วนของ อย. ขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนร้านขายยาที่มีเภสัชกร สำหรับรองรับโครงการดังกล่าวที่จะมีการเอ็มโอยู คิกออฟในวันที่ 4 พ.ย. นี้
ภญ.สุภัทรา กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีร้านขายยาขึ้นทะเบียนแล้ว 3,400 แห่ง และระหว่างนี้ก็อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาแอปพลิเคชัน “ร้านยาใกล้ฉัน” ที่จะระบุร้านขายยาที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. ด้วย เชื่อว่าทันในวันคิกออฟแน่นอน ส่วนร้านขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนนั้นประชาชนก็สามารถนำไปสั่งยาไปซื้อได้เช่นกัน เพียงแต่เราอยากให้ประชาชนที่ถือใบสั่งแพทย์จาก รพ.เอกชน ไปในร้านที่เข้าร่วมโครงการก่อน เพราะร้านดังกล่าวมีความพร้อมอยู่แล้ว
เลขาธิการ อย. กล่าวอีกว่า ส่วนการเชื่อมต่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องใช้เวลาพัฒนาระบบทั้งระบบของ รพ. และร้านยานั้น อยู่ระหว่างพัฒนา ดังนั้นเบื้องต้นจึงต้องใช้ใบสั่งยาที่เป็นกระดาษก่อน ส่วนยาที่อนุญาตให้มาซื้อได้ที่ร้านขายยานั้น ก็มีบางตัวเท่านั้น ยาอันตราย ยาฉีดบางอย่าง ยาบางตัวที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์หรือประเภทยาเสพติด จำเป็นต้องควบคุมให้ใช้ใน รพ. เท่านั้น.



