เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภาพรวมการเดินทางมาประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจพิเศษเอเปค ครั้งที่ 32 ที่เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี ว่า ถ้าถามตนรู้สึกดีใจ ที่วันนี้ประเทศไทยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เราได้กลับมาในเวทีโลก ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้นำ ได้มีการพูดคุย ทั้งแบบทางการและกึ่งทางการ ดึงข้อศอกมาคุยกัน ถือว่าครบทุกรูปแบบ ไม่ต้องใช้ล่าม และไม่ต้องใช้คนกลาง มีทัศนคติที่ดีต่อกันทุกคน แม้ประเทศที่มีปัญหาความขัดแย้ง ต้องมีความพยายามที่จะหาจุดยุติความขัดแย้งและแสวงหาสู่สันติภาพ

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น ประเทศไทยได้ทำในสิ่งที่ต้องทำหมดแล้ว ซึ่งกัมพูชาได้เริ่มปฏิบัติในสิ่งที่สรุปและตกลงกันไว้ ในเงื่อนไขข้อตกลงที่เราลงนาม อาจมีเริ่มใหม่ขลุกขลักกันอยู่บ้าง แต่แนวโน้มเป็นไปในทางที่ดี ระหว่างมีการพูดคุยกันระหว่างผู้ที่รับผิดชอบคือกองทัพ ที่รับผิดชอบในการดำเนินการตามข้อตกลงและได้มีการรายงานมาตลอดเวลา

เมื่อถามว่าจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว ที่ต้องการให้ผลักดันชาวกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่อย่างไร ในระหว่างดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพ นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่รับผิดชอบ ได้ไปดำเนินการทำความเข้าใจและดูแลสถานการณ์ให้เรียบร้อย ซึ่งการบริหารสถานการณ์ในพื้นที่อ้างสิทธิอยู่ในข้อ 4 ของข้อตกลงสันติภาพไทย-กัมพูชา ที่จะต้องมีการตั้งคณะทำงานหาข้อสรุปร่วมกัน โดยตนได้พูดคุยกับกองทัพ ซึ่งจะเป็นผู้ที่ดำเนินการเจรจาร่วมกับนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธานการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทย ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และเรามีเป้าหมายที่จะหาความชัดเจนในพื้นที่อ้างสิทธิกัน ซึ่งต้องมีการมีการพูดคุย.