เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2568 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ … พ.ศ. … รัฐสภา กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณา ว่า ทางวุฒิสภามีความกังวลที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หรือคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะต้องไม่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง เพราะอิงตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 จึงถือเป็นเรื่องหลักในช่วงที่ผ่านมา เพราะไม่อยากให้ขัดกับคำนิจฉัยของศาล

นายพิสิษฐ์  กล่าวว่า ส่วนที่ในวันที่ 7 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา ที่องค์ประชุมล่ม ต้องอธิบายว่าในที่ประชุมคุยไปถึงว่าจะใช้ร่างหลักของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกประชาชน ในอนุหนึ่งหรือไม่ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเลือกตั้งผ่านประชาชนโดยตรง หรือจะให้ประชาชนสมัครและให้รัฐสภาเลือก ตนจึงขอให้พักการประชุมและขยับเวลาในการโหวตไปในช่วงบ่าย เพราะอยากได้รายละเอียดมากกว่านี้ รวมถึงวุฒิสภาหลายท่านก็ยังไม่อยากให้โหวต เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ แต่ทางพรรคเพื่อไทยและเสียงส่วนใหญ่จะให้โหวตเลย เมื่อประธานในที่ประชุมขอนับองค์ประชุมจึงมีสมาชิกไม่ครบ จึงต้องปิดการประชุมไป

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วงใดๆ ทั้งสิ้น สามารถไปดูบันทึกการประชุมได้เลยว่าเราเข้าประชุมเกินครึ่งทุกครั้ง สิ่งที่เรากังวลคือต้องยึดตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก หากไม่มีความชัดเจน เราก็ไม่กล้าโหวต เพราะคำถามถามว่าเห็นด้วยกับร่างของนายพริษฐ์ 256/1(1) หรือไม่ ซึ่ง (1) ไปพ่วงต่อใน 256/2 และ 256/5 และร่างของนายพริษฐ์ไม่ใช่ว่าอ่านแล้วจะเข้าใจได้ทันที เพราะมีการเชื่อมโยงกันหลายมาตรา จึงทำให้วุฒิสภาหลายท่านมีความกังวล แต่มั่นใจว่าในการประชุมวันที่ 12 พ.ย. นี้ ทางวุฒิสภาจะให้ความร่วมมือแน่นอน

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ในกรอบระยะเวลา เราคาดว่าจะให้เสร็จภายในสัปดาห์ที่ 18-19 พ.ย. นี้ เพื่อจะได้พิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาก่อนเปิดสมัยประชุม คาดว่าจะมีการเปิดประชุมวิสามัญในวันที่ 8-9 ธ.ค. เพราะต้องนับไปอีก 15 วัน เพื่อเปิดประชุมร่วมวาระ 3 ช่วงประมาณวันที่ 24-26 ธ.ค. นี้ ก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ 2569 ซึ่งทางประธานวุฒิสภา ท่านก็ขอความร่วมมือให้ทุกกรรมาธิการงดเดินทางไปต่างประเทศ เผื่อมีการเปิดประชุมร่วมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ.