วันที่ 20 พ.ย.68 นาย ไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ทยอยโพสต์ข้อความ ตอบโต้นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน

โพสต์ที่ 1

“ขอพูดให้ชัดแบบไม่ต้องอ้อมค้อมนะครับ

ประเด็นที่ผมถามตั้งแต่แรกมีอยู่ “ข้อเดียว” คือ เงินบริจาค 200,000 บาท ของคุณรักชนก… มาจากไหน?

คำถามว่า “มาจากไหน” ไม่ใช่คำถามว่า “บริจาคหรือไม่บริจาค”

แต่จนถึงตอนนี้… กลับยังไม่มีหลักฐานบัญชี ไม่มีสเตทเมนต์ ไม่มีเส้นทางเงิน

มีแค่คำว่า “เงินเดือนมันพอทำได้” กับ “พรรคฉันไม่มีนายทุน”

ขอโทษนะครับ… นี่ไม่ใช่คำตอบ

นักการเมืองทุกคนตรวจสอบได้ และการบริจาคเงินทางการเมืองต้องอธิบายที่มาได้

เรื่องง่าย ๆ แบบนี้ ถ้า“โปร่งใสจริง” ก็แค่เปิดบัญชีให้ดู จบ!

แต่แทนที่จะตอบกลับเรื่องเงิน 200,000 บาท

คุณกลับเลือกใช้วิธีเดิม ๆ โจมตีส่วนตัว ขุดอดีต ยกคดีที่ผมถูกยกฟ้องแล้ว และเล่าเรื่องไม่เกี่ยวข้องยาวเป็นกิโลเมตร เพื่อ “เบี่ยงประเด็น” ให้คนลืมคำถามง่ายๆ ข้อนี้

ผมจะพูดให้ตรงเลยนะครับ อะไรที่เป็นข้อเท็จจริง ผมรับเสมอ

ผมมีคดีเมื่อ 20 ปีก่อน เรื่องนี้ผมปกป้องแม่ในเหตุวิวาท ผมรับสารภาพ ผมยอมรับโทษ

และองค์กรอิสระทั้งหมด กกต. – ศาลรัฐธรรมนูญ – กฤษฎีกา วินิจฉัยตรงกันว่า ไม่ใช่ลักษณะต้องห้ามในการเป็นรัฐมนตรี

ส่วนเรื่องที่ถูกคุณเอาไปป้ายสีอย่างคดี “เบนซ์ เรซซิ่ง” ศาลยกฟ้อง ไม่เกี่ยวข้องกับยา ไม่เกี่ยวข้องกับผม การดึงเหยื่อคดีที่ถูกยกฟ้องแล้วมาเหยียบซ้ำบนเวทีการเมือง มันไม่ยุติธรรมกับใครทั้งนั้น

และที่สำคัญ… คุณกำลังพูดเรื่องผมทุกเรื่อง

ยกเว้นเรื่องเดียวที่ผมถามคุณ คือเงินบริจาค 200,000 บาท ของคุณ… มาจากไหน?

ผมยืนยันอีกครั้ง ผมพร้อมให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบทุกประเด็น ทั้งหนี้ – คดีเก่า – ทรัพย์สิน

เพราะผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง แต่คุณก็ต้องพร้อมให้ตรวจสอบเช่นกัน

เพราะนี่เป็นเรื่องของ ส.ส.ไผ่ ลิกค์ และ ส.ส.รักชนก ศรีนอก ที่ต้องมีมาตรฐานความโปร่งใสมากกว่าคนอื่นๆ

ถ้าคุณมั่นใจว่าทุกอย่างถูกต้องจริง ก็เปิดเส้นทางเงิน 200,000 บาทมาให้สังคมดูครับ

ง่ายๆ แค่นี้เอง

ความจริงไม่จำเป็นต้องมีบทพูดเยอะ แต่ต้องมี “หลักฐาน” และผมเชื่อว่าประชาชนรู้ดีว่าใครตอบตรงคำถาม… ใครเบี่ยงประเด็น

จบครับ

ปล. ส่วนผู้ที่ชอบรายละเอียด รออ่านทุกประเด็นใน ที่คุณถามเรื่องราวของผมอย่างละเอียดนะครับ”

โพสต์ที่ 2 นายไผ่แชร์โพสต์ล่าสุดของนางสาวรักชนก พร้อมระบุ

“ก่อนที่ผมจะมาชี้แจงเรื่องอื่น ผมคงต้องตอบคำถามของรักชนกก่อน แต่มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยอยากจะพูด เพราะมันเหมือนเป็นการอวด และผมพยามอยู่แบบโลโปรไฟล์มากที่สุด

ผมมีคุณปู่คุณย่าชื่อคุณปู่วิลเลียม ลิกค์ คุณย่าบุญรอด ล่ำซำ

แล้วที่บ้านทำธุรกิจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านจัดสรร 9 โครงการใหญ่ใหญ่ โรงโม่หิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อพาร์ทเม้นท์ สถานบันเทิง ตลาด และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่ผมยุติบทบาทเรื่องการทำธุรกิจทั้งหมดเพื่อมาเป็น สส. รับใช้พ่อแม่พี่น้องชาวกำแพงเพชร ตามรอยของคุณพ่อผม จึงไม่มีความจำเป็นต้องมากอบโกยอะไรในนี้ และไม่คิดที่ว่าจะทำงานให้รวยขึ้นจากการเป็นนักการเมือง ผมเข้าใจคนที่ตั้งคำถามผมนะว่าคุณคิดอะไรอยู่ ผมไม่ได้คิดแบบพวกคุณแน่นอน ที่จะเข้าทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่ทำเพื่อประชาชน”

ล่าสุด นายไผ่ โพสต์เป็นแถลงการณ์

“แถลงการณ์ของ นาย ไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกำแพงเพชร

เรื่อง : การชี้แจงข้อกล่าวหา และข้อเรียกร้องการตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาคของ ส.ส. รักชนก ศรีนอก

1. ประเด็นที่สังคมต้องได้รับคำตอบตามข้อกฎหมาย

ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า ประเด็นที่ผมตั้งคำถามตั้งแต่ต้นมีเพียงข้อเดียว คือ ที่มาของเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาทของ ส.ส. รักชนก ศรีนอก มีเส้นทางเงินตามกฎหมายหรือไม่

การบริจาคเงินให้พรรคการเมืองอยู่ภายใต้

• พ.ร.ป.พรรคการเมือง

• พ.ร.ป.ป.ป.ช.

• และข้อกำหนดของ กกต.

ซึ่งกำหนดชัดเจนว่า เงินบริจาคต้องตรวจสอบได้ และต้องมีแหล่งที่มาชัดเจน ซึ่งจนถึงขณะนี้ ผู้ถูกตั้งคำถาม ยังไม่แสดงเอกสารทางการเงินแม้แต่ชิ้นเดียว

มีเพียงคำอธิบายเชิงวาทกรรม เช่น “เงินเดือนพอทำได้” หรือ “พรรคไม่มีทุนใหญ่” ซึ่งไม่ใช่คำชี้แจงที่เพียงพอต่อการตรวจสอบตามกฎหมาย และไม่อาจแทนที่ “หลักฐานเส้นทางการเงิน” ได้

ผมจึงขอย้ำว่า คำถามนี้เป็นคำถามเชิงกฎหมาย ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนตัว และสังคมสมควรได้รับคำตอบตามหลักฐาน ไม่ใช่ตามอารมณ์

2.ความพยายามเบี่ยงประเด็นของ ส.ส. รักชนก เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แทนที่จะชี้แจงเส้นทางเงินบริจาคตามกฎหมาย กลับมีการนำคดีอื่นซึ่งไม่เกี่ยวข้องมาใช้ เพื่อสร้างความคลุมเครือ ได้แก่

• คดีรถหรูที่ผมไม่ได้เกี่ยวข้องและศาลยกฟ้องบุคคลที่ถูกกล่าวถึงแล้ว

• ประเด็นส่วนตัวเมื่อหลายสิบปีก่อน

• การตั้งข้อสงสัยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี

• และการโจมตีด้วยถ้อยคำทางการเมืองเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของผม

ผมขอระบุอย่างชัดเจนว่า การนำคดีที่ศาลยกฟ้อง หรือคดีที่ไม่ได้เกี่ยวกับเงินบริจาคมาใช้โจมตี ไม่ใช่การตอบคำถามตามข้อเท็จจริง และเป็นการเบี่ยงประเด็นที่ตั้งใจหลีก

เลี่ยงการตรวจสอบ

3. กรณีคดีทำร้ายร่างกายเมื่อปี 2548 ถูกนำมาใช้บิดเบือนข้อกฎหมาย ผมถูกกล่าวหาว่า “ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี” จากคดีดังกล่าว ซึ่งเป็น ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนทางกฎหมาย หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตีความ ได้แก่

• สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

• คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ)

• ศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งหมดได้วินิจฉัยตรงกันอย่างชัดเจนว่า กรณีดังกล่าว ”ไม่เข้าลักษณะต้องห้าม” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีในการพิจารณาเสนอชื่อรัฐมนตรี

การนำประเด็นนี้มากล่าวอ้าง จึงเป็นการ บิดเบือนข้อกฎหมาย และเป็นการโจมตีเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น

4. ประเด็นหนี้ 550,000 บาท ผมพร้อมให้ตรวจสอบเต็มรูปแบบ

สำหรับประเด็นเรื่องหนี้ตามคำพิพากษา 550,000 บาทนั้น ผมขอยืนยันว่า ผมพร้อมให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินที่ผมยื่นไว้ในทุกวาระ ไม่ว่าจะเป็น

• หนี้สิน

• รายการทรัพย์สิน

• หรือเอกสารประกอบทั้งหมด

ผมไม่มีเหตุผลใดในการปกปิด และพร้อมพิสูจน์ด้วยเอกสารตามกฎหมาย

ตรงกันข้าม ผู้ถูกตั้งคำถามกลับไม่ยอมเปิดเผยสเตทเมนต์ หรือเส้นทางเงินจำนวน

200,000 บาทตามที่ควรทำ

5. ข้อเรียกร้องตามหลักนิติธรรม ส.ส.รักชนก ต้องเปิดเอกสารให้สังคมตรวจสอบ เพื่อให้เรื่องนี้ยุติด้วยข้อกฎหมายและหลักฐาน

ผมจึงเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ ส.ส. รักชนก ศรีนอก เปิดเผยเส้นทางเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท พร้อมสเตทเมนต์บัญชีที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะ

นี่คือวิธีที่โปร่งใสที่สุด และเป็นการให้เกียรติต่อสถาบันรัฐสภา และประชาชนผู้เสียภาษี

การเมืองที่ดีต้องยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน

ไม่ใช่ใช้วาทกรรมหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

6. ข้อสรุปและจุดยืน ผมขอยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ดังนี้

• ผมพร้อมให้ตรวจสอบทุกประเด็นตามกฎหมาย

• ผมไม่หลบ ไม่เลี่ยง ไม่บิดเบือน

• ผมยืนยันให้ทุกฝ่ายอยู่ใต้กติกาเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ผมขอเรียกร้องให้ผู้ถูกตั้งคำถาม

หยุดเบี่ยงประเด็น และเปิดเส้นทางเงินบริจาคต่อสังคม ประชาชนสมควรได้รับข้อเท็จจริง มากกว่าการสร้างภาพทางการเมือง

ทุกคนอยากเห็นเอกสาร หลักฐานต่างๆ มากกว่าวาทกรรม และความโปร่งใส ต้องไม่ใช่ความพยายามเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง

นี่คือจุดยืนของผม

ไผ่ ลิกค์

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดกำแพงเพชร“