นาทีนี้หลายคนรอลุ้นการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กับการตัดสินใจยุบสภา อะไรจะเกิดขึ้นก่อน แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ หัวหน้ารัฐบาลยืนยัน ปีหน้ายังไงก็ต้องเลือกตั้งเพราะสภาพการเมืองที่ดำรงมาจนถึงจุดนี้ก็ต้องยอมรับตรงๆ ว่ามันไปไม่ได้แล้ว รัฐบาลเสียงข้างน้อยมันจะไปได้อย่างไร ไม่ต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะอภิปรายก็แพ้ ผมก็บอกแล้วว่าวันที่ 31 ม.ค.69 ยุบสภา แต่ท่านรอถึงวันที่ 31 ม.ค.69 ไม่ไหวก็ไม่มีปัญหา ท่านจะให้ผมยุบสภาวันที่ 12 ธ.ค.68 วันเปิดสภา ผมก็พร้อมยุบ แต่จะมีอะไรที่มันทำแล้วไม่เสร็จหลายอย่าง ท่านก็ต้องไปเบลม (โทษคนนั้น) จะมาโทษผมไม่ได้ เพราะผมไม่ยอม ถ้าบอกว่าให้อภิปรายแล้วให้โหวต ต่อให้โหวตอภิปรายห่วยขนาดไหนก็แพ้ และต่อให้อภิปรายดีขนาดไหนหรือตอบโต้ชี้แจงดีขนาดไหนก็แพ้ เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อยมันไม่ใช่วินวิน
เพียงแต่ว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทำเอ็มโอเอกับพรรคประชาชน (ปชน.) จะนำไปสู่ความสำเร็จหรือไม่ เพราะมีข่าวรัฐบาลจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ช่วงวันที่ 8-11 ธ.ค. ดังนั้นคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคฝ่ายค้าน เพราะอาจถูกโยนว่า เป็นต้นเหตุที่ทำการแก้ไข รธน. ไม่ผ่านกระบวนการของรัฐสภา

ด้าน “นายภราดร ปริศนานันทกุล” รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง รธน. กล่าวถึงหากมียุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค. จะกระทบต่อการแก้ไข รธน.หรือไม่ว่า โดยไทม์ไลน์มันไม่ทันอยู่แล้ว อาจจะได้เข้าพิจารณาวาระ 2 หากมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ แต่วาระ 3 ตามข้อบังคับต้องเว้นระยะ 15 วัน ดังนั้น อย่างไรก็ไม่ทัน และหากยุบสภาก็เท่ากับว่า ร่างแก้ไข รธน.นั้นหายไปเลย ไม่มีค้างในสภา ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เมื่อถามว่า หากยุบสภาจะถือเป็นการผิดเอ็มโอเอกับพรรค ปชน. หรือไม่ นายภราดร ย้อนถามเอ็มโอเอบอกว่าต้องยุบสภาภายใน 120 วัน ผลักดันการแก้ไข รธน.และทำประชามติ เราทำตามเอ็มโอเอแล้ว ก็รอดูว่าสุดท้ายนายกฯ จะยุบสภาหรือไม่ อย่าเพิ่งไปคิดตอนนี้ เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการเอาเรื่องการแก้ไข รธน.มาเป็นตัวประกันหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า “ไม่ครับ คนละเรื่อง”
นั่นหมายความว่า หากการยุบสภาเกิดขึ้นในวันที่ 12 ธ.ค. ร่างแก้ไข รธน. จะต้องตกไปในทันที โดยยืนยัน ไม่ผิดเงื่อนไขเอ็มโอเอ ที่ได้ทำข้อตกลงไว้กับพรรค ปชน. เพราะเอ็มโอเอบอกว่าต้องยุบสภาภายใน 120 วัน ผลักดันการแก้ไข รธน.และทำประชามติ โดย ภท.ทำตามเอ็มโอเอแล้ว

ส่วน “นายพริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ระบุว่า จะให้ยุบสภาเมื่อเปิดสมัยประชุมในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เคยพูดไว้ว่าหากนายกฯ จะยุบสภาเพื่อหลีกหนีการตรวจสอบ หรือปัดความรับผิดชอบเรื่อง รธน. ก็ไม่ต่างอะไรกับผู้รับเหมาที่ทิ้งงาน หรือปิดกิจการเพื่อหนีการตรวจสอบไม่ส่งผลดีต่อมุมมองของประชาชนที่มีต่อนายกฯ โดยเฉพาะในสนามเลือกตั้งที่จะมาถึง เมื่อถามว่า หากมีการยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ โดยที่ รธน.ยังแก้ไขไม่เสร็จ จะถือว่าพรรค ภท. ผิดข้อตกลงกับพรรค ปชน.หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เอ็มโอเอ มี 2 ประเด็นหลักคือ ต้องยุบสภา ภายใน 31 ม.ค. 69 และการผลักดันการแก้ไข รธน. เพื่อนำไปสู่ รธน.ฉบับใหม่ และหากไม่มี 2 คำถามในการทำประชามติ พร้อมกับการเลือกตั้งก็ถือว่าผิดเงื่อนไขเอ็มโอเอ
เมื่อถามว่า หากยุบสภาก่อนจนทำให้การแก้ไข รธน. ไปไม่ถึงปลายทาง พรรค ปชน.จะสนับสนุนนายกฯ ในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่แค่พรรค ปชน.อยากเห็นการแก้ไข รธน. สิ่งที่เราพยายามทำคือการจูงมือทุกฝ่าย เพื่อทำให้การผลักดันร่างแก้ไข รธน.เสร็จเร็วที่สุด และเราเข้าใจดีว่าเรื่องนี้จะสำเร็จต้องอาศัยทุกฝ่าย เมื่อถามว่า หากชะลอการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเป็นผลดีกับทุกฝ่ายหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า การตัดสินใจของพรรค พท.ว่าจะอภิปรายหรือไม่ ยื่นใคร ยื่นเมื่อไหร่ก็เป็นสิทธิของพรรค พท. ก็เคารพสิทธิ

ด้าน “นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ส่งสัญญาณความพร้อมในการประกาศยุบสภา ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ หากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า พรรค พท.พร้อมเลือกตั้ง ไม่ได้ติดขัดอะไร การยุบสภาเป็นอำนาจของนายกฯ แต่ยืนยันว่าหากมีการเสนอญัตติแล้ว อำนาจไม่ได้อยู่ที่นายกฯ อีกต่อไป ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะจะขัดต่อ รธน. รัฐบาลมีชนักหรือไม่ ได้กระทำที่ขัดต่อกฎหมาย กระทำที่เกิดความเสียหายกับประเทศหรือไม่ จึงกลัวว่าหากอภิปรายแล้ว พรรคพท. จะสามารถโน้มน้าวพรรคการเมืองอื่น ให้ร่วมลงมติได้ ถ้าไม่ได้ทำความผิดก็ไม่ต้องกลัว เมื่อถามว่า ได้เตรียมญัตติไว้แล้วหรือยัง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มีการร่างญัตติไว้แล้ว ส่วนจะยื่นเมื่อไหร่ เป็นหน้าที่ของพรรค พท. ซึ่งต้องมีการหารือกัน ซึ่งรัฐบาลพยายามใช้เรื่องการแก้ไข รธน.เป็นตัวประกันไม่ให้มีกระบวนการในการยื่น ซึ่งไม่สามารถยืนยันว่า รธน.ฉบับใหม่ จะเป็นประชาธิปไตยขึ้นหรือไม่
นายจุลพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า หากมีเรื่องความเสียหายต่อประเทศ และการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย ในฐานะการเมืองไม่สามารถเว้นได้ ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าพรรค ปชน.จะร่วมเข้าชื่อลงญัตติด้วยหรือไม่ เมื่อถามว่า มองพรรค ภท.มีความจริงใจในการแก้ไข รธน.แค่ไหน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คนที่พยายามแก้ไข รธน.มาโดยตลอด คือ พรรค พท. ถ้าติดตามแล้วจะรู้ว่า ที่ผ่านมาติดตรงไหน บางพรรควอล์กเอาต์ การไม่สามารถรวบรวมเสียง สว.ได้ 1 ใน 3 ก็เป็นข้อสงสัยว่าวุฒิสภาสีอะไร เชื่อมั่นว่า สุดท้ายกระบวนการแก้ไข รธน. ประสบความสำเร็จได้ยาก เพราะความจริงใจของผู้ที่ร่วมในข้อตกลงเอ็มโอเอ อยากให้ร่นระยะเวลาการเปิดสมัยวิสามัญ ก่อนวันที่ 8-9 ธ.ค. เพื่อลงมติวาระ 2 ได้ในวันที่ 19-20 ธ.ค. แต่มองว่า ขณะนี้ไม่น่าทัน เมื่อถามว่า พรรค พท.ต้องคุยกับพรรค ปชน. เพื่อหารือกับพรรค ภท. ให้เปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญเร็วขึ้นหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรค พท.คงไม่ไปพูดคุย ถ้าพรรค ปชน.ไปพูดคุยกับฝ่ายรัฐบาลได้ ก็เป็นเรื่องดี เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล
จากนี้ไปต้องรอดู ระหว่างการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการยุบสภา อะไรจะเกิดขึ้นก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ คือ ถ้ายุบสภา วันที่ 12 ธ.ค. นั่นหมายความ ร่างแก้ไข รธน.ไปไม่ถึงฝั่งฝัน คำถามคือ ใครต้องรับผิดชอบ หรือ “พท.” ไม่ต้องการให้ รธน.ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา

ถูกจับตามองกับการทำกิจกรรมของพรรคประชาชน (ปชน.) ระหว่างวันที่ 22-23 พ.ย. ในชื่องาน “รีชาร์จประชาชน” ที่สำนักงานใหญ่พรรคประชาชน อาคารอนาคตใหม่ โดยมีกิจกรรมวาระประเทศไทย ที่ให้ สส. ของพรรค พร้อมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา มาร่วมเสนอแนวนโยบาย ความมั่นคงใหม่ เศรษฐกิจใหม่ บริหารประเทศแบบใหม่ ไทย.ทัน.โลก โดยในวันที่ 22 พ.ย.มีกิจกรรมน่าสนใจ เช่น เวทีเปิดปมสแกมเมอร์ สู่ขบวนการฟอกเงินระดับโลก รัฐบาลไทยทำอะไรอยู่? โดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน. มาตรการจัดการขบวนการฟอกเงินทุนเทาในตลาดทุนไทย โดยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. เวที Next Step ปราบขบวนการทุนเทา โดยน.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ เวทีเปลี่ยนสแกมเมอร์เป็นโอกาสไทยในเวทีโลก โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน.
ส่วนวันที่ 23 พ.ย. มีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ เวที Orange Megaprojects การลงทุนครั้งใหญ่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย โดย “นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า เป็นแขกรับเชิญ เวทีความมั่นคงใหม่ เศรษฐกิจใหม่ บริหารประเทศแบบใหม่ ไทย•ทัน•โลก เปิดชุดนโยบายแรกของพรรค ปชน. โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. นอกจากนี้ทีมงานพรรค ปชน.ยังขอเชิญชวนสื่อมวลชนติดตามทำข่าวงานรีชาร์จประชาชน 22-23 พ.ย. 2568 ห้ามพลาด! วันที่ 23 พ.ย. 2568 ช่วงหัวหน้าพรรค เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป จะมีการประกาศเรื่องสำคัญ

ต้องรอดูจะเปิดชื่อแคนดิเดตนายกฯ และบรรดารัฐมนตรี หากพรรค ปชน. เข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาลหรือไม่ หลังพรรค ภท. ประกาศแคนดิเดตนายกฯ ไปแล้ว เพื่อแสดงถึงความพร้อมเข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาล
“ทีมข่าวการเมือง”



