เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดงาน “ฟังจริง คิดจริง ทำจริง เรื่อง โลกร้อน น้ำท่วม วิกฤตธรรมชาติ ที่เราต้องจัดการ” ตอนหนึ่งว่า ผลกระทบจากโลกร้อนที่เกิดขึ้นคือสภาพความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศที่นำมาสู่ความรุนแรง ที่สำคัญในขณะนี้คือโลกทั้งโลกต้องแก้ปัญหานี้ด้วยกัน แต่ประเทศที่รับผลกระทบจากสิ่งนี้ไม่ได้กระจายเท่าเทียมกัน และภูมิภาคของเราก็เป็นภูมิภาคที่ถูกจับตาว่ามีความเสี่ยงสูง วันนี้คนทั้งประเทศกำลังกังวลและห่วงใยภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ซึ่งจากการลงพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ผ่านมา พบว่าการช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่ว่าไม่มีเครื่องมือ ไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือไม่อยากช่วย แต่ทั้งหมดไม่ได้เดินหน้าเลย เพราะเมื่อคนไปช่วย ไม่รู้ว่าจะเข้าไปพื้นที่อย่างไร ไม่มีการประสานงานที่ดี
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่ตนรู้สึกงงว่าเมื่อประกาศภาวะฉุกเฉิน และมีการตั้งศูนย์ประสานงานเฉพาะกิจ โดยให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นหัวหน้ารับผิดชอบ แต่รัฐบาลมีอีกศูนย์อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล และกระทรวงต่างๆ ยังจะเปิดศูนย์ ตนจึงเป็นห่วงเรื่องความเป็นเอกภาพ ดังนั้น ในเรื่องนี้คือสิ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่ว่าที่สุดแล้วจะเป็นอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องกลับไปที่ต้นเหตุก่อนว่า เกิดจากอะไร ทำไมการพัฒนาของเราไม่ยั่งยืน ตราบใดที่การเมืองในประเทศและระหว่างประเทศยังเป็นแบบนี้ และปัญหาเหล่านี้ก็รุนแรงขึ้น ซึ่งจะเป็นความท้าทายย้อนกลับมา และความสามารถของเราในการรับมือสิ่งนี้เป็นอย่างไร ในด้านบวกก็ต้องบอกว่าแต่ละปีที่ผ่านมาเรามีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งน่าจะช่วยเราได้ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่มาลดต้นทุนเพื่อให้เราใช้วิถีชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้น ไปจนถึงระบบข้อมูล การประมวลข้อมูลที่ทำให้สามารถสั่งการตรงนี้ได้ดีขึ้น



