กรณี นักท่องเที่ยวพบเสือโคร่ง บนเขาสลัดได บ้านพุทธชาติ ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา นั้น ล่าสุด อุทยานแห่งชาติทับลาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว และชาวบ้านพุทธชาติ ในช่วงนี้โปรดใช้ความระมัดระวังในห้วงเวลาค่ำคืน ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางขึ้นไปท่องเที่ยวบนผารักษ์สลัดได ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบก่อน เพื่อความปลอดภัย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เตือนด่วน! ระวัง ‘เสือโคร่ง’ โผล่ผารักษ์สลัดได อุทยานฯทับลาน ส่งจนท.เฝ้าติดตามใกล้ชิด

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “สถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่” โพสต์ภาพ ระบุข้อความว่า “เสือโคร่งผาสลัดได “วัยรุ่นสร้างตัว”

การปรากฏตัวของเสือโคร่งต่อหน้านักท่องเที่ยวบริเวณผารักษ์สลัดได อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา นำไปสู่การเผยแพร่ในสื่อโซเชียลแทบทุกช่องทาง ทำให้ FC เสือโคร่งอยากรู้ความเป็นมาของเสือโคร่งตัวดังกล่าวนี้

สถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มีการศึกษาพฤติกรรมและการดำรงชีวิตตามธรรมชาติของเสือโคร่งที่มีถิ่นอาศัยอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติทับลาน กระทั่งในช่วงปลายปี 2566 ได้พบว่า เสือโคร่งเพศเมีย TLT-106F พร้อมลูกน้อย 4 ตัว (เพศเมีย 3, เพศผู้ 1) เดินผ่านกล้องดักถ่าย ซึ่งเพศผู้หนึ่งเดียวของครอกนี้ในวันนั้น ก็คือเสือวัยรุ่นผารักษ์สลัดไดที่เป็นข่าวในวันนี้

ในเวลาต่อมาลูกเสือโคร่งเพศเมียครอกนั้น 2 ตัว ได้แก่ เพียรพร และ จันทรา ได้สวมปลอกคอวิทยุดาวเทียม เพื่อศึกษาพฤติกรรมการแสวงหาพื้นที่ครอบครองรวมถึงขนาดพื้นที่หากินในผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

ข้อมูลการเคลื่อนที่ของ “เพียรพร” ที่ติดตามผ่านระบบดาวเทียมได้แสดงให้เห็นว่ามันเริ่มมีพฤติกรรมการเดินทางออกจากพื้นที่หากินเดิมของแม่ตั้งแต่กันยายนที่ผ่านมา และรูปแบบการเคลื่อนที่ยังคงเป็นการพเนจรเรื่อยๆ ไปยังป่าต่างๆ ของกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ รวมถึงป่าแนวชายขอบที่ไม่ห่างจากชุมชน ซึ่งพฤติกรรมการเคลื่อนที่เข้าใกล้ชุมชนล่าสุดเมื่อ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นความตื่นเต้นล่าสุดของทีมวิจัยฯดงพญาเย็น-เขาใหญ่

การปรากฏตัวของเสือโคร่งที่ผารักษ์สลัดไดครั้งนี้นั้น ก็สอดคล้องพฤติกรรมการเคลื่อนที่เพื่อแสวงหาพื้นที่ครอบครองของ “เพียรพร” พี่น้องร่วมครอก ที่ในบางครั้งก็แวะเวียนเข้าใกล้แหล่งชุมชน หรือสังคมมนุษย์ ซึ่งเป็นการเรียนรู้พื้นที่รวมถึงสั่งสมประสบการณ์เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตให้สามารถอยู่รอดจนถึงวัยเจริญพันธุ์

ในยุคปัจจุบันที่พื้นที่อนุรักษ์มักรายล้อมด้วยชุมชน และกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่มีผลต่อการอยู่รอดและอยู่ร่วมของเสือโคร่งวัยรุ่น จนผ่านเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น “ความเข้าใจที่ถูกต้อง” ของชุมชนและคนทั่วไป เกี่ยวกับพฤติกรรมเสือโคร่งวัยรุ่นจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของเสือโคร่งไทย ซึ่งนำไปสู่การสร้างความสมดุลย์ของระบบนิเวศป่าไม้ของผืนป่าไทย”

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ เพจ “สถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่”