วันที่ 24 ธ.ค. พรรคภูมิใจไทย จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ซึ่งคนไทยก็อยากทราบเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค สรุปได้หรือยัง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า วันที่ 24 ธ.ค.ยังไม่แถลงเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ อีกสองคน

มีข่าวว่า “รมต.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ปฏิเสธเทียบเชิญไปแล้ว ส่วน “รมต.แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ บอกผู้สื่อข่าวแค่ “เดี๋ยวก็ได้ยิน เดี๋ยวก็รู้ คุยกันเสร็จแล้ว” ก่อนจะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที ขณะที่นายเอกนิติได้พบผู้สื่อข่าวก่อนประชุม ครม.แต่ไม่พูดอะไร

“รมต.อ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทย ว่า “เปล่า ไม่ได้เป็น ผมรับผิดชอบในส่วนของการต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งเป็นบทบาทของผม ไม่มีความประสงค์ทางการเมือง ขอรอดูสถานการณ์อีกที นายอนุทินยังไม่เคยทาบทาม เพราะเข้าใจว่ามี 2 ท่านอยู่แล้ว”

“โฆษกโต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. เรื่องขอรับงบประมาณรายจ่ายกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมจัดการเลือกตั้ง สส. และการทำประชามติในวันเดียวกับการเลือกตั้งว่า กกต.ของบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง 6,750 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายสำหรับการออกเสียงประชามติ 525 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายสนับสนุนเจ้าหน้าที่ ทั้งกรมการปกครอง กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กทม. กรมประชาสัมพันธ์ อีก 1,700 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 8,978 ล้านบาท ซึ่ง ครม.เห็นชอบในหลักการไม่เกินวงเงินที่ กกต. ขอมา ทั้งนี้ ให้สำนักงบประมาณ ไปดูรายละเอียดร่วมกับ กกต. ขอให้ใช้จ่ายให้ประหยัดที่สุด

“นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือกับ กกต. แล้ว สรุปว่ารัฐบาลรักษาการไม่สามารถดําเนินการโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ได้ ก็ต้องกราบขออภัยด้วย

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าสาเหตุที่โครงการเงินหมื่นถูกตีตก เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะนำงบประมาณมาทำโครงการคนละครึ่งนั้นไม่จริง มติ ครม.เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นายกฯ ในเวลานั้น (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร) ลงมาแถลงด้วยตนเอง ว่า โครงการเงินหมื่น เฟส 3 ต้องชะลอไปก่อนด้วยเหตุผลต่างๆ โครงการเงินหมื่นมีความจำเป็นน้อยกว่าการไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แปลงเงินหมื่นเป็นโครงการอื่นมูลค่า 1.5 แสนล้านบาท โครงการเงินหมื่นเฟส 3 จึงไม่ได้แจก

แต่เมื่อรัฐบาลนี้มาบริหาร ก็ไม่เห็นว่า งบประมาณส่วนใดที่จัดสรรไว้สำหรับโครงการเงินหมื่น โครงการคนละครึ่งพลัสใช้เงินจากงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการคนละครึ่งพลัส เราใช้เม็ดเงินเพียงแค่ 40,000 กว่าล้านบาท ในขณะที่ โครงการเงินหมื่นแต่ละเฟสใช้งบแสนกว่าล้านบาท ซึ่งหลักคิดก็ต่างกัน ของเรา กระตุ้นสั้นได้ผลยาวกระจายตัวแต่ที่ฟังชาวบ้านเขาพูดมา โครงการเงินหมื่นกระตุ้นสั้น แต่ซึมยาว”

“โกเกี๊ยะ” นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า ภาคใต้ขาดโอกาสมากว่า 30 กว่าปี หากคนใต้อยากได้โอกาสกลับคืน ก็พร้อมที่จะทวงคืนโอกาส โดยเฉพาะเรื่องสาธารณูปโภค เรื่องการขยายเส้นทางคมนาคม

“เรื่องเหตุอุทกภัย ส่งผลกระทบต่อพรรคภูมิใจไทยพอสมควร ผู้บริหารท้องถิ่นประมาณการผิดพลาด นายอนุทินพยายามแก้ไขปัญหา และเยียวยา เพราะที่ผ่านมาการเยียวยาค่อนข้างช้า ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการเร่งรัดโดยได้รับการเยียวยาไปแล้วกว่า 97% ซึ่งมีเพียงบางส่วนที่ติดขัดโดยจะพยายามให้จบก่อนสิ้นปีนี้ ในฐานะดูแลภาคใต้ จะทำให้ได้ สส.ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง หากทำได้น้อยกว่านั้นจะเสียความตั้งใจเพื่อนๆ สส.ที่ย้ายมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย สส.เขตที่ย้ายมาอยู่กับพรรคภูมิใจ ขณะนี้มีรวม 32 คน ตามสถิติการเลือกตั้งทุกครั้งจะมีผู้สมัครเก่าสอบไม่ผ่าน 30% เราต้องพยายาม”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงแคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม ว่า มีตนเพียงคนเดียว ชัดๆ ไปเลย ไม่ห่วงว่าจะมีเหตุอะไร การเมืองต้องกล้าได้กล้าเสีย เรื่องถูกโจมตีตนก็โดนมาตลอด โดนจนชิน จนชาวบ้านเขารับได้ วันที่ 25 ธ.ค. จะมีการเปิดตัวผู้สมัคร สส. อดีต สส.เกรดเออยู่พรรคกล้าธรรมมากพอสมควร ที่ จ.พะเยา จะให้นายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงสมัคร สส.แบบแบ่งเขต จ.พะเยา แทน ส่วนตนลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1

“เสี่ยตาล” สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าทีมยุทธศาสตร์ของพรรค ซึ่งดูแลการใช้สื่อโซเชียล กล่าวว่า ในส่วนดิจิทัลแคมเปญ ที่ผ่านมาเราใช้วิธีการของคนนอกโลกโซเชียล มาใส่ในโลกโซเชียล ซึ่งคนในโลกโซเชียลไม่ชอบ ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนใหม่ เราได้คนรุ่นใหม่หลายคนมาช่วย มีทีมอาสาที่อยู่ข้างนอกคอยสนับสนุนด้วยตลอด 24 ชั่วโมง เป็นการให้คำแนะนำแนวทางการสื่อสารต่าง ๆ ว่าแคมเปญที่เสนอไปคนชอบหรือไม่ และควรทำอย่างไรต่อ กรรมการบริหารพรรคชุดนี้เพิ่งทำงานได้ไม่ถึง 2 เดือน ก็มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ผลโพลที่พรรคมีคะแนนขึ้นมา แสดงว่า การสื่อสารของเราทำให้คนเห็นเรามากขึ้น

“หลังการลงสมัครเลือกตั้งในวันที่ 27 ธ.ค. จะเข้าสู่สถานการณ์การรบที่แท้จริง พรรคเพื่อไทยปรับเปลี่ยนได้เร็วและดีขึ้นมาก หลังจากที่ได้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขณะที่พรรคประชาชน (ปชน.) มีคะแนนนิยมลดลง ส่วนพรรคภูมิใจไทยมีความได้เปรียบจากการเป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ และได้เรื่องสถานการณ์ไทย-กัมพูชา รวมถึงความพยายามสร้างสตอรี่ว่าตัวเองเป็นเหมือนลุงตู่ 2 ทำให้ 3 พรรคดังกล่าวมีคะแนนนำ แต่ก็ดีใจที่พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนไล่ตามมาเป็นที่ 4 หลังจากวันที่ 27 ธ.ค. แต่ละพรรคปล่อยของออกมา จะทำให้เราเห็นของจริง จึงต้องเอาความจริงมาสู้กัน เวทีดีเบตจะเป็นตัวชี้ว่า ใครสู้หรือไม่ กั๊กหรือไม่ หากใครหนีดีเบต จะเห็นชัดขึ้น”

ที่พรรคเพื่อไทย นายดล เหตระกูล อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เดินทางมายื่นใบสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยและคณะร่วมต้อนรับ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตัดสินใจของนายดลสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อทิศทางและวิสัยทัศน์ทางนโยบายของพรรคเพื่อไทย เราเปิดพื้นที่ให้คนที่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม การเข้าร่วมของนายดลเป็นอีกสัญญาณบวก สะท้อนว่าพรรคยังคงเป็นศูนย์รวมของบุคลากรที่ต้องการยกเครื่องประเทศไทย

“ทีมข่าวการเมือง”