เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.  นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวแนะนำแนวทางการหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ภาคกลาง ว่า ควรมีการศึกษาข้อมูลจริงในพื้นที่ให้ดี เพราะเวลา 40 กว่าวัน ไม่สามารถเดินได้หมดทุกพื้นที่ เพราะคนยุคนี้เขารู้ว่าใครพูดจริง ไม่จริง เป็นสิ่งสำคัญ และยังต้องรู้ว่าเขามีการเตรียมการเพื่อประโยชน์ของการเมือง มีการโยกย้ายข้าราชการ มีการย้ายภายใน 24 ชั่วโมงในอำเภอหนึ่ง เพราะว่าไม่ถูกใจนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล พวกเราต้องเตรียมรับมือ เวลาพูด ก็อย่าไปเป็นศัตรูกับข้าราชการ แต่ขอให้ยึดมั่นความถูกต้อง ยึดความตรงไปตรงมา อย่าไปเป็นเครื่องมือใคร อาทิ กรณีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตนได้ทำจดหมายถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขขอให้ปกป้อง อสม. อย่าให้นักการเมืองเอามาใช้เป็นเครื่องมือในการทุจริตหรือซื้อเสียง  ความจริงตนเป็นคนประกาศให้มี อสม.ในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนแรกที่เริ่มจะให้เบี้ยเลี้ยง อสม. ต่อมา นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นรมช.สาธารณสุข ก็เป็นคนผลักดันให้จนได้

“ข้อมูลเหล่านี้ควรจะศึกษาและนำไปพูด เพราะประชาชนและอสม.ส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่ามาจากพรรคการเมืองบางพรรค ดังนั้นเราต้องรู้ข้อเท็จจริง เพราะเวลาหาเสียง ถ้าเราเดินอย่างเดียวไม่มีทางที่จะชนะหรอก ดังนั้นการจะสู้ได้คือการให้ความจริง ชี้ให้คนเห็นว่าการที่การเมืองมาจากการใช้เงิน ก็จะเกิดการทุจริต มันก็จะอยู่ในวงจรอุบาทว์ ซื้อเสียงได้ สส. มาตั้งรัฐบาลก็โกง แล้วเอาเงินนี้มาซื้อเสียงเวียนอยู่อย่างนี้  เราจะหลุดพ้นวงจรอุบาทว์นี้ไปได้ คือการเมืองสุจริต  ประเทศรุ่งเรืองเมื่อบ้านเมืองสุจริต เราต้องมีความกล้าในการให้ความจริงกับประชาชนที่ต้องทำมาหากิน เขาไม่รู้หรอกอะไรยังไงเพราะเขาไม่มีเวลามาศึกษา ดังนั้นถ้าได้มาเป็นผู้แทนจริงๆ ต้องกล้าพูด อย่าไปกลัวความจริงอะไรที่ไม่ดีก็บอกว่าเป็นอย่างนี้” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวอีกว่า หากต้องการให้ประเทศเราเป็นมหาอำนาจ ต้องไม่ไปร่วมมือกับวงจรทุจริต ใครที่อยู่จังหวัดที่มีการซื้อเสียง ต้องศึกษาว่าจังหวัดนั้นเขาใช้ประมาณเท่าไหร่ บางพรรคขายไปเลย 500 ล้านบาท เพื่อเอาเงินมาจ่ายคนละ 5-10 ล้านบาท ตนได้คุยกับบางคนที่ไปอยู่พรรคอื่นว่าทำไมก่อนหน้านี้บอกว่าจะไม่ไปที่อื่น เขายอมรับว่ามาคุยกับนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคฯ แล้ว ว่า ไม่มีเงินให้อย่างที่พรรคอื่นทำกัน แต่เขาจำเป็นต้องใช้เงินก็เลยต้องขอไป

“เคยถามบางคนที่นั่งอยู่ในสภาว่าได้มาเท่าไหร่ เขาก็บอกตัวเลขมา ผมบอกอย่าใช้เลย ท่านได้มาด้วยเงินก้อนนี้ก็ไม่มีศักดิ์ศรีอะไร แต่ถ้าเขาให้มาก็เก็บเงินไว้ แต่มันเป็นเงินสกปรก  มีบางคนจะไปซื้อพรรคการเมือง 500 ล้านบาท ซื้อ สส. 50 ล้านบาท ตนถามคุณสาธิต ว่าญาติที่ไปอยู่พรรคอื่นได้เท่าไหร่ ท่านบอกว่าราคาเหมือนกับที่อื่น เงินพวกนี้มันหามาเองไม่ได้หรอก  ยกเว้นพวกต้มตุ๋น สแกมเมอร์ ซึ่งหัวหน้าพรรคประกาศชัดเจนว่าไม่เอาด้วยกับการเมืองที่มาจากระบบนี้ หากเราพูดเรื่องความสุจริต ก็ไม่ต้องทำเรื่องที่ทุจริต การแทรกแซง สว. อันนี้ไม่ใช่การเมืองสุจริต ผมขอย้ำว่าพวกเราที่สมัครผู้แทน ถ้าท่านไม่พูดท่านไม่ได้ ท่านไม่ชนะ ท่านมีโอกาสต่อเมื่อท่านพูดกับประชาชนบอกความจริงประชาชน ระหว่าง 50 ล้านบาท กับ 50,000 บาท เขาสู้กันได้อย่างไร แต่เราสู้ได้ ผมสู้มาแล้ว  แต่เหนื่อย ฉะนั้นไม่มีใครได้มาฟลุกๆ” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวว่า  แม้กระแสของพรรคดีขึ้นมา แต่ไม่ได้ถึงขนาดที่จะท่วมท้น ตนจึงขอฝากเป็นข้อคิดสำหรับคนที่อยากเป็นสส.จริงๆ ว่าต้องทำงานหนัก สัปดาห์มี 7 วัน พวกเราควรหาเสียงสัปดาห์ละ 14 วัน  คือเพิ่มเป็น 2 เท่า ผมขอให้กำลังใจผู้สมัครสส.ของพรรคทุกคน ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้