เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. เวลา 07.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้เงินมากเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจประชาชนจึงยอมใช้สิทธิขายเสียงกัน ว่า ยอมรับว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนในภาคใต้ มีปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่ต่างจากภาคอื่นๆ ซึ่งทำให้ประชาชนเห็นว่าได้เงินมา 500 บาท หรือ 1,500 บาท ก็มีส่วนช่วยเลี้ยงปากทองได้ ตนจึงอยากขอร้องประชาชนว่า ถ้าทุกคนรักประชาธิปไตยจริงๆ ต้องช่วยกันต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียง แล้วเราจะได้นักการเมืองที่ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน และบ้านเมืองจะดีขึ้น
เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ถูกมองว่ามีทุนน้อยในการเลือกตั้งครั้งนี้ และจะสามารถฝ่ากระสุนของพรรคต่างๆ ได้อย่างไร นายชวน กล่าวว่า ตนหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะได้ สส.บัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้น ซึ่งเดิมเราได้ 3 คน แต่สำหรับครั้งนี้เราคิดว่าจะไม่ได้แค่ 4 คน ส่วนจะได้เพิ่มเท่าไหร่นั้น ตนไม่แน่ใจ แต่สำหรับจำนวน สส.ระบบเขตคงยาก ตนยังได้พูดกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า คนที่เด่นๆ ที่เราอยากให้มาเป็นผู้สมัคร เขาถามว่าจะให้เงินเขาเท่าไหร่ เขาถามแบบนี้ก็จบเพราะเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเรื่องจำนวน สส.เขตก็ไม่ง่าย พวกเราทุกต้องช่วยกัน แต่ สส.บัญชีรายชื่อ ผมอยากขอพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอีกครั้ง ขอให้สนับสนุนพรรคการเมืองที่ไม่โกง ไม่กิน ไม่สิ้นชาติ และจะทำให้บ้านเมืองเราดีขึ้น ด้วยการเมืองที่ดี ซึ่งนี่เป็นภาคปฏิบัติ ไม่ใช่เป็นแค่คำพูด
เมื่อถามว่าสนามเลือกตั้งภาคใต้พรรคประชาธิปัตย์ต้องสู้กับศิษย์เก่าหลายคนที่ย้ายไปพรรคอื่น จะถือว่าพรรคประชาธิปัตย์เจอศึกหนักมากขึ้นหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ตนได้ย้ำกับผู้สมัครของพรรคทุกคนว่า เวลาขึ้นปราศรัยขอให้พูดความจริง เพราะการหาเสียงในช่วง 40 วันหลังจากนี้ แค่เดินลงพื้นที่ไม่เพียงพอ จึงต้องเน้นการปราศรัยให้ประชาชนรู้ความจริงคืออะไร และอะไรบ้างที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นคนผลักดันจริงๆ เมื่อประชาชนรู้ก็จะสนับสนุนเรา และรณรงค์ให้ประชาชนต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งตนเคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีตที่เคยปราศรัยเน้นย้ำกับประชาชนในภาคใต้ว่ารัฐบาลพรรคไทยรักไทยเลือกปฏิบัติกับคนภาคใต้ ซึ่งครั้งนั้นทำให้พรรคไทยรักไทยไม่ได้ สส.ในภาคใต้เลยแม้แต่คนเดียว
เมื่อถามว่า หลังการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกับพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ให้หัวหน้าพรรคเป็นคนตัดสินใจ ขณะเดียวกัน พรรคการเมืองหลายพรรคก็คงคิดว่าเขาร่วมมือกับใครก็ได้แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์หัวหน้าพรรคแสดงจุดยืนชัดเจนแล้ว จะไม่ร่วมกับคนที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ซึ่งก่อนที่หัวหน้าพรรคออกมาพูดอย่างนั้น เขาได้ไปค้นหาข้อมูลจากคนที่ร้องเรียนเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามอีกว่าแสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ปิดโอกาสที่จะจับมือกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องไปถามพรรคเพื่อไทย และตนไม่สามารถตอบแทนหัวหน้าพรรคได้



